xs
xsm
sm
md
lg

หอการค้าภูเก็ต ผนึก กสม.และ ม.มหิดล ลงนาม MOU ขับเคลื่อนธุรกิจที่ยั่งยืนและเคารพสิทธิมนุษยชน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภูเก็ต – หอการค้าจังหวัดภูเก็ต ผนึก กสม. และ ม.มหิดล ลงนาม MOU ขับเคลื่อนธุรกิจที่ยั่งยืนและเคารพสิทธิมนุษยชน พร้อมมอบใบรับรองแก่ภาคธุรกิจในภูเก็ต 8 บริษัท



วันนี้ (29 ต.ค.69) หอการค้าจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) และวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดกิจกรรมส่งเสริมการประกอบธุรกิจที่ยั่งยืนและเคารพสิทธิมนุษยชนในจังหวัดภูเก็ต ณ โรงแรมซีเบด แกรนด์ ภูเก็ต โดยมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อส่งเสริมความรู้และสนับสนุนให้ภาคธุรกิจนำหลักการเคารพสิทธิมนุษยชนไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมมอบใบรับรอง Certificate of Completion (Business & Human Rights) ให้แก่ภาคธุรกิจจำนวน 8 บริษัท โดยได้รับเกียรติจาก นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นผู้มอบใบรับรองและกล่าวแสดงความยินดีแก่ผู้ได้รับใบรับรอ


ภายในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ มีผู้แทนจากทั้งสามหน่วยงานร่วมแสดงเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนภารกิจตามกรอบความร่วมมือ ได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.ปรารถนา ปุณณกิติเกษม คณบดีวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล นายก้องศักดิ์ คู่พงศกร ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต และนายศรุติพงศ์ จิราดิษพงศ์ ที่ปรึกษาสำนักงาน กสม. โดยมุ่งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ หน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชน และสถาบันการศึกษา เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน

การดำเนินงานครั้งนี้ต่อยอดจากกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนที่จัดขึ้นในจังหวัดภูเก็ตเมื่อปี 2568 ซึ่งมีการมอบใบรับรองให้แก่ภาคธุรกิจมาแล้ว โดยในปี 2569 ได้มีการขับเคลื่อนความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำหลักการเคารพสิทธิมนุษยชนไปใช้ในการบริหารจัดการองค์กร ทั้งในด้านการดูแลแรงงาน การไม่เลือกปฏิบัติ ความปลอดภัยในการทำงาน และการคำนึงถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย


นอกจากนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ยังมีสถานประกอบการในจังหวัดภูเก็ตจำนวน 8 แห่งที่ประกาศนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน ได้แก่ โรงแรมกะตะ ซีบรีซ รีสอร์ท, โรงแรมเดอะซิส กะตะ รีสอร์ท, โรงแรมสิเหน่ ภูเก็ต ลักซ์ชัวรี่, โรงแรมเดอะ วิจิตร รีสอร์ท ภูเก็ต, โรงแรมมาย บีช รีสอร์ท ภูเก็ต, โรงแรมคาลิมา รีสอร์ท แอนด์ สปา ภูเก็ต, โรงแรมป่าตอง รีสอร์ท และโรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ สะท้อนถึงการให้ความสำคัญของภาคธุรกิจต่อการนำประเด็นสิทธิมนุษยชนมาเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการองค์กร ทั้งนี้ สถานประกอบการที่ประกาศนโยบายดังกล่าวเป็นข้อมูลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2569 ซึ่งแยกจากรายชื่อผู้ได้รับใบรับรองในพิธีครั้งนี้

ภายในงานยังมีการแลกเปลี่ยนมุมมองในหัวข้อ “ธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชน: จากหลักการสู่การปฏิบัติจริง” โดยนายสุพจน์ ศรีรัตนรัฐ รองผู้อำนวยการด้านพัฒนาความยั่งยืน เครือเจริญโภคภัณฑ์ และนางสาวณัฏฐ์กัญญา แสงโพธิ์ ประธานกรรมการบริหาร โรงแรมอันดารา รีสอร์ท เรสซิเดนซ์ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และแนวทางการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิทธิมนุษยชน ควบคู่กับการดำเนินงานอย่างยั่งยืน


นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนาหัวข้อ “แนวทางการส่งเสริมการประกอบธุรกิจที่ยั่งยืนและเคารพสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต” โดยนายก้องศักดิ์ คู่พงศกร ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต นายมนต์ทวี หงษ์หยก ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต และนางสาวทิพวรรณ ระพือพล ประธานกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่หอการค้าจังหวัดภูเก็ต ดำเนินรายการโดยนางสาววรพร นรเศรษฐวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสำนักงาน กสม. เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและหาแนวทางสนับสนุนให้ภาคธุรกิจนำหลักการด้านสิทธิมนุษยชนไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของจังหวัดภูเก็ต

หอการค้าจังหวัดภูเก็ตมุ่งหวังให้ความร่วมมือครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการขยายองค์ความรู้และแนวปฏิบัติด้านธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนจากจังหวัดภูเก็ตไปสู่เครือข่ายในกลุ่มจังหวัดอันดามันและภาคใต้ โดยอาศัยความร่วมมือจากหอการค้า หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคธุรกิจ เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสร้างความยั่งยืนให้แก่เศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว


ด้าน นายก้องศักดิ์ คู่พงศกร ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ความร่วมมือที่เกิดขึ้นในวันนี้ ระหว่างหอการค้าภูเก็ต มหาวิทยาลัยมหิดลและคณะกรรมการสิทธิมนุษย์ชนแห่งชาติ ได้ลงนามความร่วมมือระหว่างกัน ในการที่จะประกอบธุรกิจและขับเคลื่อนสิทธิมนุษย์ชนให้เกิดขึ้นในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งที่ผ่านมาทางจังหวัดภูเก็ตได้ร่วมมือกับคณะกรรมการสิทธิ์ฯมาเป็นเวลา 2 ปีแล้ว โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา มีการจัดสัมนาอบรมให้กับผู้ประกอบการไปแล้ว 1 ชุด มีผู้ประกอบการได้รับใบรับรองไปแล้ว 11 ราย ในปีนี้จัดไปแล้ว 1 ครั้งมีผู้ประกอบการผ่านเกณฑ์ทั้งหมด 8 ราย

ซึ่งการร่วมมือกันในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะร่วมกันส่งเสริมในการทำธุรกิจที่นอกเหนือจากการทำกำไรแล้วผู้ประกอบการเองก็ต้องไม่ลืมที่จะดูแลแรงงานและพนักงานของตนเอง ในเรื่องของสวัสดิการและความเป็นอยู่ที่ดี เพื่อให้ทำงานดูแลลูกค้าอย่างมีความสุข ทำให้ลูกค้าประทับใจและกลับมาใช้บริการซ้ำอีก รวมไปถึงการดูแลชุมชนและสังคม ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการดูแลด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อความยั่งยืนของการประกอบธุรกิจในภูเก็ต


ประธานหอการค้า กล่าวต่อว่า อยากจะเชิญชวนผู้ประกอบการในภูเก็ตเข้าร่วมโครงการนี้ ประกาศยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจของตนเอง โดยหอการค้าฯมีเป้าหมายที่จะดำเนินการในปี 2570 ด้วยการขยายเครือข่ายให้กว้างออกไปอีก รวมไปถึงภาครัฐ ที่จะเข้ามามีส่วนร่วม ขยายไปยังอันดามันและยกระดับไปสู่ภาคใต้