ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - เทศบาลนครหาดใหญ่ชี้แจงกรณีวางกระสอบทรายบริเวณคลอง 30 เมตร ชี้เป็นจุดที่น้ำมักกระฉอกล้นขึ้นมาบนถนน ซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติเดียวกับหลายจังหวัด พร้อมเผยเตรียมชงรัฐบาลขุดอุโมงค์ยักษ์แก้ท่วมแบบยั่งยืน
วันนี้ (27 ต.ค.) จากกรณีเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์หลังเจ้าหน้าที่นำกระสอบทรายไปวางตั้งแถวบริเวณคลอง 30 เมตร ถนนราษฎร์ยินดี เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จนเกิดคำถามถึงประสิทธิภาพและความเหมาะสมในการรับมือน้ำท่วมนั้น
ล่าสุด นพ.ชรินทร แพทยนันทเวช รองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ได้เปิดเผยว่า ตนเข้าใจความรู้สึกของชาวบ้านที่แปลกใจ และได้สอบถามฝ่ายช่างและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแล้ว ทราบว่าบริเวณจุดดังกล่าวนั้นเป็นจุดเชื่อมต่อรับน้ำจากทุ่งรี คลองเรียน และแก้มลิงคลองเรียน ก่อนจะไหลลงสู่คลอง 30 เมตร แล้วมุ่งหน้าไปทางบิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า ปลายคลองเตย เพื่อออกสู่คลองแหต่อไป
จุดดังกล่าวมักจะมีปัญหาน้ำกระฉอกล้นขึ้นมาบนถนน ทำให้หลายปีที่ผ่านมาจำเป็นต้องนำกระสอบทรายมาวางกั้นชั่วคราว ซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติเดียวกับหลายจังหวัด ทั้งนี้หากถามว่าเหตุใดจึงไม่สร้างกำแพงกั้นถาวรเพราะหวั่นกระทบทัศนียภาพหากกั้นเฉพาะจุด และอีกส่วนติดข้อจำกัดด้านสัญญาจ้าง เนื่องจากใต้คลอง 30 เมตร มีโครงการระบบบำบัดน้ำเสียของเอกชนที่ยังค้างการส่งมอบงานอีกประมาณ 2-3 งวด ซึ่งตามหลักการไม่ควรไปก่อสร้างสิ่งถาวรทับซ้อนในพื้นที่สัญญา อย่างไรก็ตามทางผู้บริหารเทศบาลฯ น้อมรับคำแนะนำของประชาชน
ส่วนในเรื่องของข้อเสนอแนะให้สูบน้ำออกจากคลอง 30 เมตรนั้น คลองดังกล่าวเป็นเส้นทางน้ำไหลตามธรรมชาติไปยังคลองเตย ซึ่งที่ปลายคลองเตยมีเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ติดตั้งอยู่ถึง 18 เครื่อง และยืมจากกรมชลประทานมาเพิ่มอีก 2 เครื่อง รวมเป็น 20 เครื่อง โดยเครื่องสูบน้ำดังกล่าวมีศักยภาพระบายน้ำได้มากกว่า 60 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ขณะที่น้ำจากคลองทุ่งรีที่ไหลลงคลอง 30 เมตร มีปริมาณราว 30 ลูกบาศก์เมตร/วินาที เท่านั้น หมายความว่าเครื่องสูบน้ำปลายทางเอาอยู่แน่นอน หากน้ำเต็มคลอง 30 เมตร จะใช้เวลาสูบระบายให้แห้งได้ภายในไม่เกิน 1 ชั่วโมง ขอให้ประชาชนสบายใจได้ ยกเว้นกรณีมวลน้ำมหาศาลเกิน 5,000 ลูกบาศก์เมตร แบบที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2568
นพ.ชรินทร กล่าวเพิ่มเติมถึงภาพรวมการป้องกันน้ำท่วมเมืองหาดใหญ่ว่า ในอดีตหาดใหญ่จะเฝ้าระวังมวลน้ำจากทาง อ.สะเดา ผ่านคลองแงะ และบ้านพรุ ซึ่งมีเวลาเตรียมตัวนานราว 6–12 ชั่วโมง แต่ปัจจุบันวิกฤตน้ำท่วมมักเกิดจากมวลน้ำหลากเร็วจากฝั่งคอหงส์เข้าสู่ตัวเมืองโดยตรง เพื่อแก้ปัญหาแบบยั่งยืน เทศบาลนครหาดใหญ่เตรียมเสนอเรื่องไปยังรัฐบาลกลาง เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการสำคัญ ได้แก่ 1.ขุดอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดิน (Floodway Tunnel) ความยาวไม่เกิน 10 กิโลเมตร เพื่อเบี่ยงทิศทางน้ำจากฝั่งคอหงส์ออกไปสู่คลองอื่นทันที โดยไม่ต้องไหลผ่านใจกลางเมืองหาดใหญ่ และ 2.ขยายศักยภาพคลอง ร.1 พิจารณาขุดขยายคลอง ร.1 ให้กว้างและลึกขึ้น หรือ 3.การทำคลองคู่ขนานคลอง ร.1 เพิ่มเติม
“โครงการเหล่านี้ต้องใช้วงเงินลงทุนสูงเกินกว่าศักยภาพงบประมาณของเทศบาลฯ จึงจำเป็นต้องขอความสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง ก็ต้องลุ้นกันว่ารัฐบาลจะเห็นความสำคัญและอนุมัติงบประมาณเพื่อสร้างความมั่นคงให้เมืองหาดใหญ่หรือไม่” นพ.ชรินทร แพทยนันทเวช รองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ กล่าว


