ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ตำรวจตามรวบตัวมือยิงสารวัตรทหารเสียชีวิตหน้าสถานบันเทิงดัง จ.สงขลา ได้แล้ว ก่อนนำตัวไปค้นหาปืนที่ใช้ก่อเหตุ อ้างถูกผู้เสียชีวิตเข้ามาห้ามปรามและทำร้ายร่างกายก่อน
วานนี้ (25 ต.ค.) เมื่อเวลา 20.30น. พ.ต.อ.กีรติ ตรีวัย ผู้กำกับการ สภ.เมืองสงขลา นำกำลังตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสงขลา ควบคุม นายปริวัตร์ สัคคุณี หรือ ยูเว่ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสงขลา โดยมีการแจ้งความ 4 ข้อหาหนัก หลังก่อเหตุยิง ส.อ.สุไหลหมาน บินอาหวา อายุ 26 ปี ทหารสังกัด ร้อย.สห.มทบ.42 ขณะเข้าไปช่วย นายแก๊ปอายุ 18 ปี กับแม่อายุ 40 ปี ที่ถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายหน้าสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ริมหาดชลาทัศน์ อ.เมือง จ.สงขลา
จากนั้นได้นำตัวไปค้นหาอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ โดยจุดแรกร้านอาหารฟรีด้อม ริมถนนกาญจนวนิชพะวง 77 อ.เมืองสงขลา ซึ่ง นายปริวัตร์ ให้การว่า หลังก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์มาที่ร้านอาหารดังกล่าวแล้วเดินเข้าไปทิ้งอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุบริเวณพงหญ้า แต่ปรากฏว่าตำรวจใช้เวลาค้นหาอยู่ประมาณ 10 นาทีก็ไม่พบ จากนั้นจึงนำตัวขึ้นรถไปสอบสวนอีกครั้งก่อนที่ นายปริวัตร์ จะยอมรับว่า นำอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุไปทิ้งไว้บริเวณริมรั้วของร้านอาหาร ในพื้นที่สวนตูล ต.เขารูปช้าง อ.เมืองสงขลา
และเมื่อตำรวจควบคุมตัวไปค้นปรากฏว่าพบอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง และยังควบคุมตัวไปค้นเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุที่บ้านซึ่งห่างจากจุดที่พบอาวุธปืน ประมาณ 800 เมตร โดยพบเพียงกางเกงขายาวสีดำและรองเท้าแตะสีขาว ส่วนเสื้อที่สวมใส่นั้น นายปริวัตร์ ให้การว่าจำไม่ได้ว่านำไปทิ้งไว้ที่ใด
ด้าน พ.ต.อ.กีรติ ตรีวัย ผู้กำกับการ สภ.เมืองสงขลา เปิดเผยความคืบหน้าในการดำเนินคดีว่า สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า หลังเกิดเหตุได้นำอาวุธปืนมาทิ้งไว้บริเวณใกล้จุดเกิดเหตุ ก่อนจะหลบหนีไป และนายปริวัตร์ ยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุยิงจริง โดยอ้างว่าก่อนเกิดเหตุถูกผู้เสียชีวิตเข้ามาห้ามปรามและทำร้ายร่างกายก่อน ทำให้เกิดความโกรธแค้นจึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงใส่ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติเบื้องต้นไม่พบว่าผู้ต้องหาและผู้เสียชีวิตเคยมีความขัดแย้งส่วนตัวกันมาก่อน แต่ผู้ต้องหามีความขัดแย้งกับกลุ่มวัยรุ่นอีกฝ่ายในบริเวณดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดและตรวจพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อยืนยันว่าคำให้การตรงกับข้อเท็จจริงทั้งหมดหรือไม่
นอกจากนี้ เมื่อตำรวจได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุมาทำการสอบถาม ผู้ต้องหาสามารถชี้จุดและเล่าลำดับเหตุการณ์ได้ตรงกับพยานหลักฐานในคลิปวิดีโอ ส่วนประเด็นเรื่องชนวนเหตุความขัดแย้งอื่นๆ เช่น เรื่องส่วนตัวหรือความขัดแย้งระหว่างกลุ่ม ยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำเพิ่มเติมอย่างละเอียด
สำหรับมาตรการป้องกันเหตุในระยะยาว ผกก.สภ.เมืองสงขลา ยืนยันว่า ได้สั่งการให้ยกระดับความเข้มงวดในการกวดขันและตรวจตราพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงเวลาหลังเที่ยงคืนหลังจากสถานบริการปิดทำการ เนื่องจากเป็นช่วงที่มีกลุ่มวัยรุ่นและนักท่องเที่ยวรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจออกตรวจตราอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย


