xs
xsm
sm
md
lg

รมช. เกษตรฯ ลงพื้นที่ภูเก็ต ติดตามพื้นที่ สปก. พบจัดสรรได้แค่หมื่นกว่าไร่ ที่เหลือมี สค.1 สั่งเร่งสำรวจข้อมูลเสร็จใน 2 สัปดาห์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภูเก็ต - รัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ ลงพื้นที่ภูเก็ต ติดตามการใช้พื้นที่ในเขตสปก. พบจัดสรรให้เกษตกรได้แค่ 10,00 กว่าไร่ ที่เหลือมีเอกสารสิทธิ สค.1 พร้อมสั่งตรวจสอบรายละเอียดให้เป็นปัจจุบันที่สุดภายใน2 สัปดาห์ เน้นย้ำเช่าพื้นที่ทำธุรกิจต้องเชื่อมโยงกับสินค้าจากเกษตรกรในพื้นที่


วันนี้ (23 ต.ค.69) นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวัฒนา มังธิสาร รองเลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดิน พร้อมคณะ โดยมี นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ เเละเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมหารือ ณ ห้องประชุมโครงการชลประทานภูเก็ต อำเภอกะทู้ เพื่อรับฟังสถานการณ์และปัญหาภาคการเกษตรในพื้นที่

สำหรับจังหวัดภูเก็ตนั้น สปก.ภูเก็ต ได้รายงานภาพรวมพื้นพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. ว่า จังหวัดภูเก็ตได้รับการจัดสรรพื้นที่จากกรมป่าไม้เพื่อจัดเป็นพื้นที่ สปก. รวมทั้งสิ้น 32,722 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรที่ดินเพื่อให้เกษตรกรใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย ได้มีการจัดสรรเป็นพื้นที่ส.ป.ก. ไปแล้ว 10,571 ไร่ เเบ่งเป็นพื้นที่เกษตร 9,500 ไร่ และเป็นพื้นที่เชิงธุรกิจ สำหรับที่อยู่อาศัยและร้านอาหาร ร้านของชำ จำนวน 25 ราย เนื้อที่ 300 ไร่เศษ ประกอบด้วย 5 ชุมชน คือ หาดป่าตอง บ้านนาใน บ้านกะหลิม บ้านใสน้ำเย็น บ้านมอญ และชุมชนชายวัด สามารถจัดเก็บรายได้เข้าสปก. ได้ประมาณปีละ 4 - 5 ล้านบาท แต่ถ้าสามารถจัดพื้นที่ได้ทั้งจังหวัดจะสามารถจัดเก็บรายได้ได้หลาย 10 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ยังมีพื้นที่เหลืออีก 20,000 กว่าไร่ ที่ยังไม่สมารถจัดสรรพื้นที่ตามระเบียบของสปก. ให้ประชาชนเข้าทำประโยชน์ด้านการเกษตรได้เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ ส.ค.1 


รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไดมอบนโยบายขัทัและสั่งการใน 3 ประเด็น หลัก คือ 1.มอบหมายให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. ทั้งส่วนกลางและจังหวัดภูเก็ต เร่งตรวจสอบข้อมูลพื้นที่และการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เป็นปัจจุบัน พร้อมรายงานผลภายใน 2 สัปดาห์ โดยให้ตรวจสอบการใช้สิทธิแทนโดยมิชอบ และกำกับให้การใช้พื้นที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวัตถุประสงค์ที่กำหนด โดยเฉพาะการใช้เพื่อการเกษตร รวมถึงพิจารณาความเหมาะสมของค่าเช่าและค่าตอบแทน ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของเกษตรกร

2.การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและเชื่อมโยงกับภาคการท่องเที่ยว โดยส่งเสริมการแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสินค้าเกษตรสำคัญของภูเก็ต เช่น สับปะรดภูเก็ต ทุเรียน มะพร้าว ผักเหมียง สะตอ ยางพารา และปาล์มน้ำมัน รวมถึงสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างส้มควายภูเก็ตและกุ้งมังกรเจ็ดสี พร้อมต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดและกระจายรายได้สู่เกษตรกรและชุมชน

3.ให้เร่งบริหารจัดการน้ำเชิงรุก ทั้งการป้องกันอุทกภัยและการสำรองน้ำในระยะยาว โดยบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงในทั้ง 3 อำเภอ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและเตรียมความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน


การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การกำกับดูแลที่ดิน ส.ป.ก. การเพิ่มขีดความสามารถของสินค้าเกษตร ไปจนถึงการบริหารจัดการน้ำ เพื่อสร้างความมั่นคงให้เกษตรกรและรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตในระยะยาว

นอกจากนี้ยังได้ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเพื่อรองรับการใช้น้ำในช่วงไฮซีซั่นที่จะถึงนี้ การพัฒนาศักยภาพด้านสินค้าเกษตรและประมงจำนวนมาก โดยเฉพาะสินค้าประมงที่มีมูลค่าสูงถึง 1,400 ล้านบาทต่อปี และด้านปศุสัตว์ ที่มีมูลค่ากว่า 140 ล้านบาทต่อปี จึงหวังให้หน่วยงานในสังกัดทุกภาคส่วน เข้ามาช่วยสนับสนุนทุนและดูแลระบบวงจรการผลิต เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง


อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายวันเดียว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร ได้ลงพื้นที่บริเวณ บริเวณหาดพาราไดส์ เพื่อติดตามการใช้พื้นที่สปก. ที่ได้ขออนุญาตทำร้านอาหารว่าเป็นไปตามระเบียบของ สปก. หรือไม่