xs
xsm
sm
md
lg

ทน.หาดใหญ่–ทม.คอหงส์จับมือสยบดราม่า! มอบชลประทานสงขลาคุมประตูน้ำคลองเรียนรับมือฝนหนัก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - เทศบาลนครหาดใหญ่ - เทศบาลเมืองคอหงส์ จับมือชลประทานสงขลา หารือแนวทางบริหารจัดการน้ำ หลังเกิดกระแสในโลกออนไลน์กรณีการเปิดปิดประตูน้ำคลองเรียน สรุปให้ชลประทานเป็นแกนกลางควบคุมดประตูน้ำตามสถานการณ์จริง ยืนยันไร้ความขัดแย้งพร้อมประสานข้อมูลแจ้งเตือนล่วงหน้า และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำเพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายต่อประชาชน

วันนี้ (22 ต.ค.) จากกรณีที่มีกระแสข้อกังวลในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับประเด็นการบริหารจัดการน้ำและการทำงานร่วมกันระหว่างเทศบาลเมืองคอหงส์และเทศบาลนครหาดใหญ่ รวมถึงข้อสงสัยเรื่องการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำคลองเรียน ล่าสุด ผู้บริหารท้องถิ่นนำโดยเทศบาลนครหาดใหญ่ เทศบาลเมืองคอหงส์ กรมชลประทานจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นายศาสตรา ศรีปาน ซึ่งดำรงตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เป็นคนกลาง และภาคส่วนต่างๆ อาทิ นายภูวดล วงษ์โสภณากุล ที่ปรึกษา สส.จูรี รวมถึง นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้สมัคร สส.สงขลา พรรคประชาชน ได้จัดประชุมหารือร่วมกันเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ยุติดราม่า และกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม


สำหรับการประชุมในครั้งนี้ ทุกฝ่ายได้ร่วมกันสรุปแนวทางบริหารจัดการน้ำที่สำคัญ โดยได้ข้อสรุปชัดเจนว่า "ประตูระบายน้ำคลองเรียน" จะอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกรมชลประทานในการบริหารจัดการเปิด-ปิด เพื่อความเหมาะสมและเป็นกลางระหว่างพื้นที่ ส่วน "อ่างเก็บน้ำแก้มลิงคลองเรียน" จะให้ทางเทศบาลนครหาดใหญ่เป็นผู้ดูแล ในส่วนของงบประมาณและการเตรียมความพร้อม รัฐบาลโดยกรมชลประทานได้รับการจัดสรรงบประมาณ 400 ล้านบาท สำหรับใช้ในการป้องกันน้ำหลากและฝนตกหนักครอบคลุม 5 จังหวัดชายแดนใต้ และเมื่อรวมกับงบประมาณส่วนอื่นๆ ที่กำลังจะเข้ามาจะมีวงเงินรวมสูงถึงประมาณ 1,000 ล้านบาท ทั้งนี้ แม้ช่วงที่ผ่านมาจะมีฝนตกหนัก แต่ปริมาณน้ำในแก้มลิงไม่ได้มีปริมาณมากจนน่ากังวล โดยมีการเดินเครื่องสูบน้ำเต็มกำลังเพื่อเร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งดำเนินการซ่อมแซมและอุดรอยรั่วบริเวณแนวคันกั้นน้ำเรียบร้อยแล้ว

ขณะเดียวกัน ผู้เข้าร่วมประชุมจากทุกภาคส่วนได้ร่วมแสดงทัศนะและแนวทางการดำเนินงาน โดย นายศาสตรา ศรีปาน ในฐานะคนกลาง ได้กล่าวสรุปภาพรวมการประชุมว่า การประชุมวันนี้ถือเป็นโอกาสดีในการบูรณาการร่วมกัน ทุกฝ่ายเคลียร์ชัดเจนและไม่มีปัญหาขัดแย้งกัน แต่ต่างก็เป็นห่วงประชาชนในพื้นที่ โดยได้มอบหมายให้กรมชลประทานเข้ามาเป็นแกนกลางบริหารจัดการประตูน้ำอย่างเป็นระบบ พร้อมจัดทำคู่มือและกระจายข้อมูลข่าวสารแจ้งเตือนให้ถึงมือประชาชนเพื่อสร้างความมั่นใจ


ด้าน นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ได้กล่าวยืนยันความพร้อมในการบริหารจัดการน้ำในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ว่า หลังจากวันที่ 20 ต.ค.69 ที่เกิดฝนตกหนักจนสร้างความกังวลกับประชาชนชาวหาดใหญ่ ปริมาณน้ำในแก้มลิงและคลองต่างๆ ยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถบริหารจัดการได้ พร้อมเคลียร์ประเด็นดราม่าเรื่องประตูน้ำคลองเรียนเรียบร้อยแล้ว โดยกรมชลประทานจะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลการปิด-เปิดร่วมกับทุกภาคส่วนด้วยความโปร่งใส นอกจากนี้ ทางเทศบาลยังได้เร่งซ่อมแซมจุดรั่วไหลที่จันทร์วิโรจน์ โดยนำบิ๊กแบ็กไปติดตั้งพร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง รวมถึงเตรียมขอสนับสนุนเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมจากรัฐบาลเพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับพี่น้องชาวหาดใหญ่ในช่วงฤดูน้ำหลากนี้

ขณะที่ นายทวีศักดิ์ ทวีรัตน์ นายกเทศมนตรีเมืองคอหงส์ ได้กล่าวถึงการดูแลพื้นที่รับน้ำฝั่งตะวันออกและเขาคอหงส์ว่า พื้นที่คอหงส์เป็นพื้นที่รับรองน้ำจากที่สูงทางฝั่งตะวันออก ซึ่งไหลเข้าสู่อำเภอหาดใหญ่อย่างรวดเร็ว โดยยืนยันความเชื่อมั่นในโครงการพระราชดำริและการออกแบบประตูระบายน้ำของกรมชลประทานที่เป็นไปอย่างรอบคอบและมองภาพรวมเป็นหลัก พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริหารจัดการน้ำและการบูรณาการร่วมกันของทุกฝ่าย ทั้งนี้ ทางเทศบาลเมืองคอหงส์จะเร่งติดตามข้อมูลอย่างถี่ถ้วนเพื่อแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าไปยังเทศบาลนครหาดใหญ่ได้อย่างทันท่วงที ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด


ส่วน นายสุรศักดิ์ ทองปนแก้ว นายช่างชลประทานอาวุโส โครงการชลประทานสงขลา ได้กล่าวยืนยันความพร้อมในการทำหน้าที่เป็นคนกลางบริหารจัดการน้ำระหว่างเทศบาลเมืองคอหงส์และเทศบาลนครหาดใหญ่ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อทั้งสองพื้นที่ โดยจะทำหน้าที่พิจารณากักน้ำและควบคุมการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำตามสถานการณ์จริงอย่างรอบคอบ พร้อมทั้งเร่งรัดโครงการก่อสร้างกำแพงตลิ่งและงานขุดลอกคลอง 8 สายสำคัญให้แล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคมนี้ รวมถึงบริหารจัดการพื้นที่ต้นน้ำและส่งเครื่องจักรเข้ากำจัดวัชพืชบริเวณคลอง ร.4 ทันที เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำและสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนในฤดูน้ำหลากนี้