xs
xsm
sm
md
lg

“นายกสุพิศ” รับจบ! ระดมเครื่องจักรช่วยดับไฟบ่อขยะควนลัง สั่งเร่งดูแลกลุ่มเปราะบาง พร้อมสแกนสุขภาพเชิงรุก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - นายก อบจ.สงขลา ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ไฟไหม้บ่อขยะเอกชนในพื้นที่ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ หลังส่งผลกระทบประชาชนแล้วกว่า 1,500 ครัวเรือน แม้ฝนตกหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้ไฟไม่ปะทุเพิ่ม แต่ยังมีควันไฟกระจายปกคลุมพื้นที่ สั่งสนับสนุนเครื่องจักรและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดับไฟ พร้อมมอบหมายกองสาธารณสุขและ รพ.สต. ลงพื้นที่ดูแลกลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วยหอบหืดและภูมิแพ้ แจกหน้ากากอนามัย ยาหยอดตา และยาแก้แพ้ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อสุขภาพ

วันนี้ (21 ต.ค.) ที่ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา พร้อมด้วยนางสาวปรินดา ปาลาเร่ รองนายก อบจ.สงขลา และสมาชิกสภา อบจ.สงขลาในพื้นที่ ลงพื้นที่ตามสถานการณ์ไฟไหม้บ่อขยะเอกชน พร้อมตรวจสอบปัญหาและแนวทางแก้ไขร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังเกิดเหตุไฟไหม้ซ้ำหลายครั้งและส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ 3 ชุมชน รวมกว่า 1,500 ครัวเรือน โดยแม้ฝนจะตกหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ยังมีควันไฟลอยกระจายอยู่ในพื้นที่

นายสุพิศ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ต้องการตรวจสอบสถานการณ์ด้วยตนเอง ทั้งสาเหตุของปัญหาและกระบวนการจัดการดับไฟ เนื่องจากบ่อขยะแห่งนี้เคยเกิดปัญหาลักษณะดังกล่าวมาแล้วประมาณ 2-3 ครั้ง โดย อบจ.สงขลาได้สนับสนุนเครื่องจักรและอุปกรณ์ให้เทศบาลเมืองควนลังอย่างต่อเนื่อง ทั้งรถแบ็กโฮบูมยาว รถฉีดน้ำ และเครื่องมืออื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมและดับไฟ เนื่องจากเทศบาลเมืองควนลังอาจมีข้อจำกัดด้านเครื่องจักรและอุปกรณ์เมื่อเทียบกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่

นายสุพิศ กล่าวอีกว่า ในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัด อบจ.สงขลามีหน้าที่เข้ามาสนับสนุนและช่วยเหลือท้องถิ่นในพื้นที่ โดยได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมปฏิบัติงาน ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงานด้านไฟฟ้า หน่วยงานชลประทาน รวมถึงศูนย์บริหารเครื่องจักรกลที่ 8 ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ควนลัง ที่นำรถน้ำและเครื่องจักรเข้ามาช่วยเหลือ เพื่อเร่งควบคุมสถานการณ์ให้คลี่คลายโดยเร็ว

สำหรับสาเหตุของปัญหา นายสุพิศตั้งข้อสังเกตว่า อาจเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการทิ้งขยะไม่ถูกวิธี รวมถึงการเข้าไปใช้พื้นที่อย่างไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการนำสิ่งของที่ไม่ควรทิ้งมาทิ้ง และการจุดไฟหรือทิ้งอุปกรณ์ที่อาจก่อให้เกิดประกายไฟ จึงได้หารือกับนายกเทศมนตรีเมืองควนลังและเอกชนเจ้าของพื้นที่ เพื่อยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวัง หลังจากสามารถดับไฟได้ทั้งหมดแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก

นายสุพิศประเมินว่า หากการปฏิบัติงานเป็นไปตามแผน สถานการณ์อาจคลี่คลายภายใน 1-2 วัน หรือไม่เกินวันที่ 23 ตุลาคมนี้ พร้อมระบุว่า ผลกระทบจากควันไฟน่าจะเริ่มบรรเทาลง แต่ยังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ทั้งนี้ ได้สั่งการให้รองนายก อบจ.สงขลาที่กำกับดูแลกองสาธารณสุขและ รพ.สต. เร่งลงพื้นที่เชิงรุกสำรวจผู้ได้รับผลกระทบ โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยที่ต้องได้รับการดูแลเร่งด่วน พร้อมประสานการแจกหน้ากากอนามัย ยาหยอดตา และยาแก้แพ้ เพื่อบรรเทาอาการเบื้องต้น

ด้านนางสาวปรินดา ปาลาเร่ รองนายก อบจ.สงขลา ซึ่งกำกับดูแลกองสาธารณสุข กล่าวว่า จากการหารือกับผู้นำชุมชน ประธาน อสม. สมาชิกสภา อบจ.สงขลา และ รพ.สต.ควนลัง พบว่ามีประชาชนได้รับผลกระทบจากควันไฟในพื้นที่ 3 ชุมชน รวมกว่า 1,500 ครัวเรือน โดยกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วยโรคหอบหืด โรคภูมิแพ้ และผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากการสูดดมควันไฟและเกิดอาการกำเริบได้

นางสาวปรินดากล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีแพทย์จากโรงพยาบาลหาดใหญ่เข้ามาดูแลผู้ได้รับผลกระทบแล้ว ขณะที่ อบจ.สงขลาได้จัดเตรียมหน้ากากอนามัย ยาหยอดตา และยาแก้แพ้ไว้สำหรับแจกจ่ายให้ประชาชน โดยส่งมอบให้ผู้นำชุมชนทั้ง 3 ชุมชนเป็นผู้กระจายความช่วยเหลือ และสำรองเวชภัณฑ์ไว้ที่ รพ.สต.ควนลัง เพื่อให้ประชาชนที่มีอาการระคายเคืองตา แสบตา หรือแพ้ควัน สามารถเข้ารับความช่วยเหลือเบื้องต้นได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าควันไฟจะหมดไปเมื่อใด

สำหรับการติดตามสุขภาพประชาชน ขณะนี้ได้จัดทำแบบสำรวจเพื่อรวบรวมข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบ โดยใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์และช่องทางไลน์ให้ประชาชนหรือผู้เกี่ยวข้องบันทึกข้อมูล พร้อมประสานทีมเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ รพ.สต. และทีม อสม. ลงพื้นที่สำรวจเชิงรุก เพื่อค้นหาผู้ที่มีอาการผิดปกติและกลุ่มเสี่ยงที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เบื้องต้นมีการลงเยี่ยมผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางแล้วกว่า 20 ราย และพบกลุ่มผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับภูมิแพ้หรือหอบหืดในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรวมประมาณ 50 ราย ซึ่งจะต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิดต่อไป

นางสาวปรินดาเน้นย้ำว่า ในช่วงที่ยังมีควันไฟ ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสควันโดยตรง และสวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องออกนอกบ้าน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น หอบหืด ภูมิแพ้ และโรคระบบทางเดินหายใจ หากมีอาการแสบตา ระคายเคืองตา หรือแพ้ควัน สามารถติดต่อผู้นำชุมชนหรือเข้ารับความช่วยเหลือที่ รพ.สต.ควนลังได้ ส่วนผู้ที่มีอาการหอบเหนื่อยหรือหายใจลำบากควรรีบไปโรงพยาบาลทันที และหากเป็นกรณีฉุกเฉินสามารถโทรสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ได้ พร้อมแนะนำให้ดื่มน้ำให้เพียงพอและดูแลสุขภาพตนเองอย่างใกล้ชิดในช่วงที่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย