xs
xsm
sm
md
lg

มสธ. ผนึก มนร. และภาคีเครือข่าย เปิดเวทีเมืองเบตง ดึงทุกภาคส่วนร่วมกำหนดทิศทางพัฒนาเมืองชายแดน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ยะลา – ม.สุโขทัยธรรมาธิราช ผนึก ม.นราธิวาสราชนครินทร์ และภาคีเครือข่าย เปิดเวทีร่วมมองอนาคต ร่วมคิด ร่วมวิเคราะห์ ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 69 ที่ห้องประชุมโรงแรมเบตงไฮแลนด์ อ.เบตง จ.ยะลา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ (มนร.) และภาคีเครือข่าย จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “เวทีร่วมมองอนาคต ร่วมคิด ร่วมวิเคราะห์ ร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน ” โดยมี นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธีเปิด และ นายธนนณกฤต นนทะโคตร ปลัดอาวุโส อ.เบตง กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม พร้อมด้วยนายกมล ฟ้าอรุณ รองนายกเทศมนตรีเมืองเบตง และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมงาน

ทั้งนี้ เวทีการประชุมที่จัดขึ้น ภายใต้ “โครงการการพัฒนากลไกความร่วมมือเชิงพื้นที่เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจเมืองชายแดนอย่างยั่งยืน” ซึ่งเป็นโครงการวิจัยครอบคลุมพื้นที่ชายแดน 15 จังหวัด ขับเคลื่อนโดย มสธ. ร่วมกับมหาวิทยาลัยเครือข่าย 7 แห่ง โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วสันต์ พลาศัย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มนร.เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย ซึ่ง มนร. รับหน้าที่ร่วมดำเนินงานในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา

การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ชายแดน ซึ่งแม้จะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง แต่ยังคงประสบปัญหาและความท้าทาย ทั้งด้านการเข้าถึงบริการพื้นฐาน โอกาสในการสร้างรายได้ รวมถึงข้อมูลที่ยังกระจัดกระจาย


นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวในพิธีเปิดว่า การพัฒนาพื้นที่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมไม่สามารถดำเนินงานโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพังได้ แต่ต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งเวทีนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่เปิดให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมสะท้อนปัญหา วิเคราะห์สถานการณ์ และนำเสนอศักยภาพของชุมชน เพื่อให้การพัฒนาสามารถตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริง รวมถึงส่งเสริมการสื่อสารและการใช้ข้อมูลอย่างเป็นระบบที่จะช่วยให้แก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ภายในงานมีการนำเสนอเป้าหมายและกรอบการดำเนินงานพร้อมกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การแนะนำแพลตฟอร์ม “Thailand Border Watch”: เพื่อสำรวจสถานการณ์และจัดทำระบบข้อมูลเชิงพื้นที่ เวิร์กช็อปกำหนดโจทย์พัฒนา 4 มิติ: ครอบคลุมด้านโครงสร้างพื้นฐาน, สุขภาพ, การศึกษาและการเรียนรู้, และรายได้/เศรษฐกิจ เพื่อร่วมกันระบุปัญหาเร่งด่วนและกลุ่มเป้าหมาย การวิเคราะห์ด้วยกรอบ STEEP: ร่วมวิเคราะห์สัญญาณการเปลี่ยนแปลงในด้านสังคม (Social), เทคโนโลยี (Technology), เศรษฐกิจ (Economic), สิ่งแวดล้อม (Environmental) และการเมือง/นโยบาย (Political) การฝึกปฏิบัติสื่อสารชุมชน: เวิร์กช็อปพัฒนานักข่าวพลเมืองและการใช้สื่อ เพื่อส่งเสริมการสื่อสารข้อมูลข่าวสารในพื้นที่อย่างถูกต้องและทันต่อเหตุการณ์

ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับจากเวทีเมืองเบตงในครั้งนี้ คือชุดโจทย์การพัฒนาพื้นที่ที่ได้รับการจัดลำดับความสำคัญร่วมกัน กรอบความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่าย และแนวทางการนำเทคโนโลยี องค์ความรู้ และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ เพื่อต่อยอดไปสู่การปฏิบัติงานที่เป็นรูปธรรมในการยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป