ตรัง - พบยาบ้า 1.34 ล้านเม็ดซุกพงหญ้านานนับเดือนหลังกลุ่มกิจกรรมพัฒนาข้างทางไปเจอ ผู้การฯ-ป.ป.ส. เผยโยงเหตุระเบิดป่วนตรัง ขาใหญ่ฝั่งเพื่อนบ้านบงการทั้งยา-บึ้มบ้านคู่อริ 3 เดือนปาแล้ว 16 ลูก ผู้ว่าฯ เผยรบ.กลางรู้เรื่องแล้ว เร่งประสานอินเตอร์โพลลากตัวกลับดำเนินคดี เผยเริ่มขัดขากันเองคู่แข่ง สั่งสมุนปาบึ้มสั่งสอน
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2569 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมใหญ่ ที่ว่าการอำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาสกร ภักดีวานิช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง นายรัชพล ปาละกูล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 9 (ผอ.ป.ป.ส.ภาค 9) พ.ต.อ.ภูมิ บาลทิพย์ ผกก.สภ.เมืองตรัง นายจักรพงษ์ รัชนีกุล ปลัดจังหวัดตรัง จ่าเอกสุวัฒน์ สัญวงษ์ นายอำเภอเมืองตรัง ร่วมกันแถลงข่าวตรวจยึดยาบ้าล็อตใหญ่ จำนวน 1,342,000 เม็ด ซึ่งถือเป็นการตรวจยึดยาบ้าล็อตใหญ่ที่สุดในรอบปีในพื้นที่จังหวัดตรังได้ในคราวเดียว
การจับกุมครั้งนี้เชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติและมีผู้บงการหลบหนีหมายจับคดียาเสพติดและคดีร้ายแรงอยู่ฝั่งประเทศเมียนมา คอยสั่งการขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่ และมีความเชื่อมโยงกับการสั่งก่อเหตุป่วนปาระเบิดสังหารบุคคลตามบ้านคู่อริในพื้นที่ รวมทั้งทวงหนี้ค่ายาเสพติด ตลอดช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดตรังในหลายเหตุการณ์ รวมระเบิดที่ใช้ก่อเหตุแล้วไม่ต่ำกว่า 16 ลูก สร้างความหวาดผวาแก่ประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมาก
พล.ต.ต.ภาสกร ภักดีวานิช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง กล่าวว่า การตรวจยึดยาบ้าจำนวนดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ (17 ต.ค.) เวลาประมาณ 16.30 น. มีการตรวจยึดยาบ้าจำนวน 1,342,000 เม็ด บริเวณพงหญ้าริมถนน พื้นที่หมู่ที่ 7 บ้านเขาหลัก ตำบลน้ำผุด อำเภอเมืองตรัง จากการที่ผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง พร้อมด้วยชาวบ้านได้พัฒนาถนนภายในหมู่บ้าน และได้สังเกตเห็นกระสอบปุ๋ยวางอยู่ในพงหญ้า ห่างจากถนนไปประมาณ 3 เมตร จึงได้โทรศัพท์แจ้งนายอำเภอเมืองตรังทราบ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบกระสอบปุ๋ยวางอยู่ 5 กระสอบ เมื่อเปิดกระสอบปุ๋ยออกมาตรวจสอบพบว่า ข้างในกระสอบเป็นยาบ้ารวมจำนวน 1,342,000 เม็ด แยกเป็นยาบ้า 134 มัดต่อแพ็คๆ ละ 10,000 เม็ด และยาบ้า จำนวน 10 ถุงๆ ละ 200 เม็ด จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และดำเนินการตามกฎหมาย
คดีนี้สันนิษฐานเบื้องต้นว่า ผู้ค้ายาเสพติดน่าจะนำยาเสพติดจำนวนดังกล่าวมาทิ้งไว้บริเวณจุดดังกล่าว เพื่อส่งต่อไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่าง 3 จังหวัด ได้แก่ ตรัง พัทลุง และนครศรีธรรมราช ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล เพื่อดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.ต.ภาสกร กล่าวว่า การตรวจยึดยาบ้าล็อตดังกล่าว ผู้สั่งการเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ที่หลบหนีคดีอยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน และเป็นผู้บงการการก่อเหตุปาระเบิดถล่มบ้านคู่ขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดตรัง และกรณีอื่นๆ ถี่ยิบในช่วงนี้ ส่วนหนึ่งก็เชื่อมโยงกัน อย่างเครือข่ายพวกนี้นิยมความรุนแรง สำหรับผู้ที่มีปัญหากับเขา แต่ตอนนี้ก็เป็นปัญหาระหว่างเครือข่ายยาเสพติดด้วยกันเองในฝั่งเมียนมาด้วยซ้ำไป
แต่เราก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากประชาชน อีกทั้งผู้ว่าฯ ก็ขอให้แต่ละอำเภอ โดยนายอำเภอ และแผกก.ทุก สภ. ร่วมปฏิบัติการร่วมทั้งกลางวันกลางคืน เพื่อป้องกันไม่ให้มีเหตุรุนแรง ซึ่งช่วยได้ค่อนข้างมาก พื้นที่จุดเสี่ยงจะมีการนำ CCTV ไปติดเพิ่ม หรือบ้านที่คิดว่า ตัวเองน่าจะมีปัญหาก็สมัครใจขอเชื่อม CCTV กับศูนย์ RTCC ของตำรวจ
ยืนยันว่าเราทำงานกันเต็มที่เพื่อพยายามอุดช่องโหว่ของการก่อเหตุรุนแรงโดยเฉพาะเหตุปาระเบิดให้ได้มากที่สุด เพื่อไม่ให้มีความรุนแรงในพื้นที่ อย่างคดีล่าสุดที่คนร้ายปาริบดถล่มบ้านในพื้นที่อำเภอเมืองตรังและอำเภอย่านตาขาว เราก็ตามจับตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว รวมทั้งมาตรการเชิงรุกในการตรวจค้นเป้าหมายของการซุกซ่อนระเบิดไว้เพื่อก่อเหตุ โดยเราขยายผลต่อจากทุกเคสและพบร้องรอยให้ติดตามพอสมควร เราจึงย้อนกลับไปว่าวัตถุระเบิดที่ก่อเหตุถูกนำมาวางไว้ตรงไหนเพื่อคนร้ายให้นำไปปฏิบัติการ แต่การแกะรอยต้องใช้เวลา จากนี้จะมีปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเยอะมากขึ้นในทุกพื้นที่ และเน้นพิเศษในเขตที่มีมีปัญหาความขัดแย้ง
ด้านนายรัชพล ปาละกูล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 9 (ผอ.ป.ป.ส.ภาค 9) กล่าวว่า การตรวจยึดยาบ้าล็อตใหญ่ปริมาณมากครั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า เป็นตราสัญลักษณ์ “เชเกวารา 999” ซึ่งมีแหล่งผลิตจาก สปป.ลาว ซึ่งดูลักษณะแล้ว รูปลักษณ์ ลักษณะการทิ้งหรือซุกซ่อนมาเป็นเวลาพอสมควร ซึ่งเดิมที่อาจจะเป็นจุดซ่อนเพื่อส่งกระจายต่อ แต่อาจมีข้อผิดพลาดในระบบการขนส่ง หรือเกิดปัญหาบางอย่าง ซึ่งเรากำลังทำการขยายผลต่อ โดยผู้สั่งการอาจมีปัญหาก็เลยมีการมาซุกสินค้าไว้
เนื่องจากสภาพการซุกซ่อนที่พบมีสภาพของเถาวัลย์พันอยู่ คาดว่าซุกซ่อนไว้นานประมาณเดือนกว่าแล้ว น่าจะมีปัญหาในเรื่องของการขนส่ง ทั้งนี้เชื่อว่าจุดนี้ไม่น่าเป็นจุดซุกซ่อนสำหรับกระจายหรือจำหน่ายต่อ เพราะริมถนนเป็นจุดที่น่าจะมีผู้คนมาพบได้ง่าย และพบว่ามีร่องรอยของการแกะค้น คาดว่าจะมีผู้คนมาพบและแกะออกไปบ้าง
ผอ.ป.ป.ส.ภาค 9 กล่าวว่า จากข้อมูลพบว่า ตัวการใหญ่ที่มีปัญหาและหลบอยู่ประเทศเพื่อนบ้านและสร้างปัญหาให้แก่ชาวจังหวัดตรังมีความเชื่อมโยงกับการตรวจยึดในครั้งนี้ และยังสร้างปัญหาในเรื่องของผู้ค้าที่ก่อปัญหาแล้วหลบหนีไปอยู่ต่างประเทศ แล้วใช้การสั่งการผ่านระบบออนไลน์ ส่วนปัญหาผู้เสพ จังหวัดตรังดำเนินการได้ดีเมื่อเทียบกับทั้ง 77 จังหวัดด้วยการสั่งการของผู้ว่าฯให้มีระบบการรอบรับผู้เสพ เป็นจังหวัดเดียวที่ไม่มีการร้องเรียนเรื่องจิตเวชยาเสพติด เพราะจังหวัดตรังมีศูนย์รองรับผู้เสพยาครบทั้งระบบ แต่ยังมีปัญหาเรื่องผู้ค้าที่ก่อปัญหาแล้วหลบหนีไปอยู่ต่างประเทศแล้วสั่งการอยู่
ด้านนายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า จังหวัดได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายของรัฐบาล ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ โดยการดำเนินงานต่อเนื่องจากแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดศรีตรังโมเดล เราเข้มข้นในทุกมิติ เช่น 1.มิติด้านการป้องกัน มีการติดตั้ง CCTV เชื่อมระบบกับศูนย์ควบคุมอาชญากรรมแบบเรียลไทม์ Real Time Crime Center (RTCC) ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมต่างๆ 2.การตั้งจุดตรวจ/ด่านตรวจ ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานความมั่นคง บนเส้นทางหลักและเส้นทางรอง เพื่อเฝ้าระวังการลักลอบเคลื่อนย้ายยาเสพติดและป้องกันอาชญากรรมต่างๆ รวมทั้งการก่อเหตุปาระเบิดจำนวนมากในพื้นที่ ซึ่งทางตำรวจจับกุมได้เกือบทั้งหมด แต่อาจต้องใช้เวลาในการแกะรอยขยายผล
ด้านการแก้ไขปัญหาผู้เสพผู้ติดยาเสพติด มีการนำผู้เสพเข้าสู่ระบบบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพในสถานพยาบาลหรือมินิธัญญารักษ์ได้ทันทีแบบไม่ต้องรอ มิติด้านการปราบปราม มีการปิดล้อม ตรวจค้น จับกุมและขยายผลเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดเพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดยาเสพติดในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
“ยอมรับว่าช่วงนี้การก่ออาชญากรรมในพื้นที่จังหวัดตรังมีความเชื่อมโยงกันทุกแขนง ซึ่งในการตรวจยึดครั้งนี้แม้ไม่ได้ตัวผู้ต้องหา แต่ตรวจยึดยาเสพติดล็อตใหญ่ได้ก็ตัดตอนสินค้าออกจากระบบได้เป็นจำนวนมาก ส่วนเรื่องการก่อเหตุปาระเบิดในพื้นที่ เราดำเนินการทางข้อกฎหมายควบคู่ไปด้วยในการติดตามตัวผู้บงการในต่างประเทศ ฝ่ายปกครอง อัยการ ตำรวจ เราคุยกันแล้ว และเรื่องนี้ ผู้บริหารระดับประเทศก็ได้รับทราบเรื่องแล้ว ยืนยันว่าทุกหน่วยในพื้นที่ทำงานเข้มข้น ทุกเคสจับได้หมด แต่อาจไม่ได้สื่อสาร ต่อจากนี้จะมีการสื่อสารต่อสาธารณะมากขึ้น จึงขอให้ประชาชนได้มีความเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่” ผู้ว่าฯ ตรังกล่าว


