xs
xsm
sm
md
lg

ตรวจคนเข้าเมืองสุราษฎร์ฯรวบแก๊งหญิงสาวผิวดำ 5 ราย เดินลักลอบค้าประเวณี ย่านหาดเฉวง พบอยู่เกิน จ่อเพิกถอนวีซ่า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สุราษฎร์ธานี - ตม.สุราษฎร์ธานี กวาดล้างแก๊งสาวชาวต่างชาติผิวสี แอบแฝงลักลอบชักชวนบริการทางเพศ ในแหล่งบันเทิงในย่านหาดเฉวง เกาะสมุย รวบสาวชาวยูกันดา 5 ราย พบทั้งหมดหนังสือเดินทางหมดอายุ ดำเนินคดีข้อหาหนัก จ่อเพิกถอนวีซ่า เนรเทศส่งกลับ


วันนี้ ( 16 ต.ค.69) พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร ผกก.ตม.จว.สุ ราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ตามนโยบายเร่งด่วนสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ สตม.ปฏิบัติการด้านการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ กวาดล้างคนต่างชาติ ที่เข้ามากระทําผิดกฎหมายในราชอาณาจักร การดําเนินธุรกิจผิดกฎหมาย การใช้คนไทยเป็นนอมินีถือครอง ที่ดิน การทํางานโดยไร้ใบอนุญาต การแย่งอาชีพคนไทย และอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด

พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช. สตม. สั่งการให้ พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร ผกก.ตม.จว.สุ ราษฎร์ธานี นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ตม.จว.สุราษฎร์ ธานี (สมุย) ได้ออกสืบสวนจับกุมผู้กระทําผิดในห้วงระดมกวาดล้างอาชญากรรมคนต่างชาติอยู่ในราชอาณาจักร โดยผิดกฎหมาย ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวเกาะสมุย เกาะพะงัน และ เกาะเต่า เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความ ปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวและสนองนโยบายสํานักงานตํารวจแห่งชาติและรัฐบาล นั้น


เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งจาก พลเมืองดีซึ่งเป็นชาวต่างชาติได้ให้ข้อมูล ว่ามีหญิงสาวชาวต่างชาติผิวสีมีพฤติการณ์เข้ามาติดต่อชักชวนให้ซื้อบริการทางเพศ ในแหล่งบันเทิงในย่านหาดเฉวง ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จว.สุราษฎร์ธานี โดยมีการกระทําการเป็นกลุ่มแก๊ง มีการเข้าเสนอขายบริการทางเพศกับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วยกัน รบเร้าจนสร้างความรําคาญให้กับนักท่องเที่ยวและสร้างภาพลักษณ์ในด้านลบต่อแหล่งท่องเที่ยวของเกาะสมุย

เมื่อได้รับข้อมูลดังกล่าว เจ้าหน้าที่ ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เข้าตรวจสอบข้อมูลการเข้าพักอาศัยของกลุ่ม ประเทศเป้าหมายตามที่ได้รับแจ้งจากระบบการแจ้งที่พักของสํานักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือการแจ้งที่พัก ตามมาตรา 38 ของเจ้าบ้านหรือเจ้าของโรงแรมในพื้นที่ จนพบว่ามีกลุ่มหญิงชาวต่างชาติผิวสีจํานวนหลายคน ได้เข้าพักอาศัยอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่งที่ตั้งในย่านแหล่งบันเทิงบริเวณหาดเฉวงในลักษณะรวมกลุ่มกันผิดปกติ จึงได้ประสานเจ้าของโรงแรมและวางแผนเข้าทําการตรวจสอบกลุ่มแก๊งดังกล่าวพบว่ามีจํานวนผู้เข้าพักเป็น หญิงสาวชาวผิวสี จํานวน 9 ราย เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่ามีวีซ่าอยู่เกินกําหนด 5 ราย

เมื่อทั้งหมดอยู่เกินกําหนดแล้วไม่เดินทางออกนอกราชอาณาจักรและยังคงอยู่ในราชอาณาจักรโดย การฝ่าฝืนกฎหมายเรื่อยมาจนเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้เข้าทําการตรวจพบและจับกุม ในความผิดฐาน เป็นบุคคล ต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๕๒๒ ผู้ถูกจับได้ให้การรับ สารภาพตลอดข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้จับกุมตัวนําส่งร้อยเวรสอบสวน สภ.บ่อผุด จว.สุราษฎร์ธานี เพื่อดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมดำเนินการเนรเทศส่งกลับประเทศทันที


จากการสอบถ้อยคําผู้ถูกจับทั้งหมดได้ให้การว่าพวกตนได้เดินทางเข้ามาด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว และ ได้รับการชักชวนจากหญิงชาวต่างชาติด้วยกันให้เข้ามาในประเทศไทยเพื่อหางานทําแต่เนื่องจากพวกตน สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดี จึงถูกชักชวนมาทําหน้าที่เป็นครูในสถานศึกษาในประเทศไทย แต่ในระหว่างที่ไม่ สามารถหางานทําได้ วีซ่านักท่องเที่ยวจึงได้สิ้นสุดลงพวกตนจึงหาช่องทางมาหางานทําในแหล่งท่องเที่ยวเพื่อ หาเงินใช้จ่ายในชีวิตประจําวันจนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเข้าทําการจับกุม

โฆษก บก.ตม.6 ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากการเข้มงวดกวดขันการแจ้งการเข้าพักอาศัยของเจ้าบ้านและ เจ้าของโรงแรม ตามมาตรา 38 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ตามนโยบายของ ผบช.สตม. ทําให้เป็นฐานข้อมูลที่สามารถ สืบสวนจับกุมบุคคลต่างชาติที่กระทําผิดกฎหมายในราชอาณาจักรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง พล.ต.ต.ชูธเรศฯ ผบก.ตม.6 ได้สั่งการให้ขยายผลการจับกุม รวมทั้งสืบสวนบุคคลต่างด้าวรายอื่นที่มีหมายจับตํารวจสากลฯ และ overstay ทั้งเพิ่มความเข้มในการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ และภาพลักษณ์ที่ดี ให้กับเมืองท่องเที่ยว ทั้งนี้หากประชาชนพบเบาะแสหรือต้องการแจ้งเรื่องร้องเรียนคนต่างด้าวกระทําผิด กฎหมายสามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วน สตม.1178