xs
xsm
sm
md
lg

เจ้าของอู่ซ่อมใบจักรเรือ สุดทนคว้าลูกกรด ยิงหลานเขยคลั่งยาดับ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ชุมพร - หลานเขย หลอนยา คลั่งถือท่อนเหล็กและมีดบุกอาละวาดฟาดลูกน้องเจ้าของอู่ซ่อมใบจักรเรือ เจ็บสาหัส ก่อนพุ่งเข้าประชิดหมายทำร้าย "อาเขย" คว้าปืนยาวลูกกรดยิง 3 นัดดับคาที่ ก่อนยืนรอมอบตัวพร้อมอาวุธ


ตร.สภ.เมืองชุมพร ได้รับแจ้งเหตุคนถูกยิงเสียชีวิต บริเวณอู่ซ่อมใบจักรแสงประทีป ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.เมืองชุมพร, พ.ต.ท.สกฤชญ สุขนิตย์ รอง ผกก.สืบสวน แพทย์เวรโรงพยาบาลชุมพร และหน่วยกู้ชีพกู้ภัยสายชล มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์

ที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากถนนสายเพชรเกษมเข้าไปในถนนซอยวัดเขากล้วย-รพ.สต.วังไผ่ ประมาณ 300 เมตร บนถนนทางเข้าอู่ซ่อมใบจักรเรือ เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายไพรัช เกิดนคร อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123 หมู่ 5 ต.วังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร สภาพศพสวมเสื้อยืดแขนยาวสีเขียว กางเกงวอร์มสีดำ สวมรองเท้าบูธสีดำ นอนหงายเสียชีวิตอยู่บนพื้นถนน ใบหน้าเปื้อนเลือด

พบร่องรอยถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .22 เข้าที่บริเวณหน้าผากเหนือคิ้วขวา 1 นัด และใกล้รักแร้ซ้ายอีก 1 นัด ใกล้มือซ้ายของผู้ตายพบท่อนเหล็กยาว 10 นิ้ว ตกอยู่ 1 ท่อน ห่างออกไปเล็กน้อยระหว่างศพกับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีน้ำเงิน ทะเบียน 1กธ 2231 ชุมพร ของผู้ตาย พบมีดปลายแหลมยาว 10 นิ้ว ตกอยู่ 1 เล่ม และปลอกกระสุนปืนขนาด .22 ตกอยู่ใกล้รถจักรยานยนต์ 1 ปลอก นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบปลอกกระสุนปืนขนาดเดียวกันอีก 2 ปลอก ตกอยู่หน้าบ้าน

ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือ นายประทีป อายุ 58 ปี เจ้าของอู่ซ่อมใบจักรเรือและเป็นอาเขยของผู้ตาย หลังเกิดเหตุไม่ได้หลบหนีไปไหน ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่อยู่ในที่เกิดเหตุ พร้อมอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งมีกระสุนปืนขนาด .22 บรรจุอยู่ในแม็กกาซีนอีก 1 นัด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปยัง สภ.เมืองชุมพร เพื่อป้องกันอันตรายและดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบสวน นายสมรักษ์ สุขเสริม อายุ 43 ปี ลูกน้องของนายประทีป ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์และได้รับบาดเจ็บ เล่าว่า นายไพรัช ผู้ตายมีพฤติกรรมเสพยาบ้าจนเกิดอาการหลอนและคลุ้มคลั่งอาละวาดมาแล้วหลายครั้ง ก่อนเกิดเหตุขณะตนพักผ่อนอยู่ที่บ้านพัก นางปรีดา สมกำลัง ภรรยานายประทีป ได้โทรศัพท์มาแจ้งให้ตนรีบไปที่บ้านด่วน เมื่อตนไปถึงพบผู้ตายกำลังเอะอะโวยวายอย่างหนัก และทันทีที่ผู้ตายเห็นตน ก็ได้ปรี่เข้ามาใช้ท่อนเหล็กฟาดเข้าที่ศีรษะตนหลายครั้งจนเป็นแผลฉกรรจ์และล้มลง


ขณะนั้นนางปรีดา พยายามร้องห้าม จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด ผู้ตายจึงได้ผละจากตนแล้ววิ่งถืออาวุธปรี่เข้าไปหมายจะทำร้ายนางปรีดาและนายประทีปต่อ นายประทีป จึงยกอาวุธปืนยิงใส่อีก 1 นัด จนร่างผู้ตายล้มฟุบลงแน่นิ่งไป

ด้าน นางจรรยาพร เกิดนคร ภรรยาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า สามีมีอาการคลุ้มคลั่งจากการเสพยาเสพติดอย่างหนัก มักจะขู่ทำร้ายคนในครอบครัว ขู่จะเผาบ้านซึ่งเป็นของนายประทีป (อาเขย) รวมถึงเคยลงมือทำร้ายพ่อตาจนญาติต้องส่งตัวพ่อตาไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว โดยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา สามีเริ่มมีอาการหนักขึ้นเรื่อยๆ และมีความขัดแย้งอาฆาตแค้นกับนายประทีปผู้เป็นอามาโดยตลอด เนื่องจากนายประทีปพยายามไล่สามีให้ออกจากพื้นที่เพราะกลัวจะโดนทำร้าย

นางจรรยาพร เล่าต่อว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเย็น สามีได้ถือท่อนเหล็กมุ่งหน้าไปจะทำร้ายพ่อตาอีกครั้งแต่พ่อตาป้องกันตัวได้ จากนั้นสามีได้ขี่รถจักรยานยนต์วนมาหาตนที่บ้าน แต่ตนล็อกประตูไม่ยอมเปิดให้ สามีจึงขี่รถออกไปหาเรื่องนายประทีปที่บ้านพักจนกระทั่งบานปลายโดนยิงเสียชีวิต

จากการสอบคำให้การ นายประทีป ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพเบื้องต้นว่า เป็นผู้ใช้อาวุธปืนยาว .22 ยิงนายไพรัชจริง โดยระบุว่าช่วงบ่ายก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายได้เกิดอาการคลุ้มคลั่ง ตนจึงแจ้งกำนันตำบลวังไผ่ให้ช่วยประสานตำรวจมาระงับเหตุ แต่ผู้ตายได้หลบหนีไปก่อนที่ตำรวจจะมาถึง

ต่อมาในช่วงค่ำ ผู้ตายได้ขี่รถวนกลับมาเอะอะโวยวายถืออาวุธบุกเข้ามาจะทำร้ายตน ตนจึงให้ภรรยาโทรตามนายสมรักษ์ ลูกน้อง มาช่วย แต่เมื่อนายสมรักษ์มาถึง ผู้ตายกลับใช้อาวุธที่อยู่ในมือกระหน่ำตีนายสมรักษ์จนล้มคว่ำ จากนั้นผู้ตายได้วิ่งถืออาวุธพุ่งตรงเข้ามาทำร้ายตน ตนได้ตะโกนสั่งให้หยุด แต่ผู้ตายยังคงพุ่งเข้ามา ตนจึงยิงใส่ไป 1 นัด ทว่าผู้ตายยังไม่หยุดและพุ่งเข้าประชิดตัวพร้อมเงื้ออาวุธจะทำร้าย ตนจึงตัดสินใจยิงสวนไปอีก 2 นัด จนผู้ตายทรุดลงและแน่นิ่งไป

หลังเกิดเหตุ นายประทีปได้สั่งให้ลูกน้องปฐมพยาบาลผู้ตายเบื้องต้น พร้อมให้ภรรยาโทรแจ้งรถพยาบาล 1669 และแจ้งตำรวจผ่าน 191 ทันที โดยมิได้คิดหลบหนีแต่อย่างใด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา “ฆ่าผู้อื่น” แก่นายประทีป พร้อมนำตัวและของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.