ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ชาวบ้านหมู่ 6 ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา จำนวนราว 200 คน รวมตัวคัดค้านการก่อสร้างโรงงานปาล์มน้ำมันในพื้นที่ หวั่นกระทบสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และวิถีชีวิตชุมชน ขณะที่โรงงานยืนยันพร้อมรับฟังความคิดเห็นและชี้แจงมาตรการควบคุมมลพิษ
เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2569 ที่ศาลาแดง หมู่ 6 บ้านไร่ตก ต.สำนักขาม อ.สะเดา ชาวบ้านประมาณ 200 คน เข้าร่วมรับฟังการชี้แจงกรณีการก่อสร้างโรงงานปาล์มน้ำมัน โดยมี นายเอกชัย ไชยชีวสุข ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 เป็นตัวแทนชาวบ้าน ขณะที่ฝ่ายราชการนำโดย นายวริศ ศิริแสง ปลัดอำเภอสะเดา งานอำนวยความเป็นธรรม นายนิรันดร์ สุเจตวงศ์ นายกเทศมนตรีตำบลสำนักขาม นายคณบดี สัมพัชนี อุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา พร้อมตัวแทนบริษัท ไฮคิว ปาล์มออยล์ อินดัสตรี จำกัด เข้าร่วมชี้แจง
ตัวแทนบริษัทชี้แจงถึงข้อกังวลเรื่องน้ำเสีย กลิ่น ควัน และมลพิษทางอากาศว่า โรงงานมีระบบควบคุมและป้องกันมลพิษตามมาตรฐาน ส่วนระบบน้ำจะบำบัดน้ำเสียเพื่อนำกลับมาใช้ภายในโรงงาน รวมถึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรได้
อย่างไรก็ตาม การชี้แจงยังไม่สามารถคลายความกังวลของชาวบ้าน โดยมีการตั้งคำถามถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะถนน เนื่องจากพื้นที่มีทั้งโรงพยาบาล ศูนย์เด็กเล็ก และสนามกีฬา ขณะที่ชาวบ้านจำนวนมากตะโกนยืนยันจุดยืน “ไม่เอาโรงงาน” ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดเป็นช่วงๆ
ขณะเดียวกัน มีชาวบ้านบางส่วนแสดงความคิดเห็นสนับสนุนการมีโรงงาน โดยมองว่าจะช่วยสร้างงานและเพิ่มช่องทางจำหน่ายผลผลิตปาล์มน้ำมันในพื้นที่ แต่ความคิดเห็นดังกล่าวนำไปสู่การโต้เถียงกับฝ่ายคัดค้าน ก่อนที่บรรยากาศจะกลับเข้าสู่การรับฟังความคิดเห็น
ด้าน นายนิรันดร์ สุเจตวงศ์ นายกเทศมนตรีตำบลสำนักขาม ยืนยันว่า เทศบาลมีหน้าที่ดูแลถนนทุกสายภายในเขตเทศบาล ไม่เฉพาะพื้นที่บ้านไร่ตก พร้อมขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวลเรื่องการชำรุดเสียหายของถนนจากการสัญจรของรถบรรทุก
นายเอกชัย ไชยชีวสุข ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 เปิดเผยว่า ชาวบ้านกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อม น้ำเสีย มลพิษทางอากาศ และผลกระทบจากรถบรรทุก โดยเฉพาะถนนในหมู่บ้านที่มีกฎห้ามรถสิบล้อผ่าน พร้อมยืนยันว่าหากหน่วยงานรัฐยังเดินหน้าอนุญาตก่อสร้าง ชาวบ้านจะคัดค้านถึงที่สุด และเตรียมทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี รวมถึงใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการปกป้องความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน
และก่อนยุติการประชุม ตัวแทนโรงงานได้ขอให้ชาวบ้านแสดงความคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาและรวบรวมข้อเสนอของประชาชน ขณะที่ชาวบ้านยืนยันว่าประเด็นสำคัญยังอยู่ที่ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต ซึ่งต้องการคำตอบที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจยอมรับโครงการ


