ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - โฆษก กธม.ทหารและความมั่นคง วุฒิสภา ฝากการบ้าน แม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ เร่งปราบปราม ขบวนการค้ายาเสพติด ที่เชื่อมโยงกับ กองกำลังติดอาวุธ หากต้องการ ดับไฟใต้ให้ได้ผล ชี้เหตุป่วนนราธิวาสล่าสุดคือการตอบโต้จากการเสียผลประโยชน์
วันนี้ (3 ต.ค.) นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล โฆษกกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา กล่าวถึงเหตุการณ์วางระเบิดปั๊มน้ำมัน PT ต.บานา อ.ตากใบ จ. นราธิวาส เมื่อวันที่ 1 ต.ค ที่ผ่านมาว่า ก่อนจะมีการวางระเบิดปั๊มน้ำมัน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นยึดไอซ์จำนวน 600 กิโลกรัม ในพื้นที่ ต.บางนาค อ.ตากใบ ซึ่งเป็นของสารวัตรกำนันในพื้นที่ รวมทั้งการตรวจค้นโรงงานแปรรูปไม้ยางพาราในพื้นที่ อ.รือเสาะ และ อ.ยี่งอ จับกุมอาวุธสงครามได้ 20 กว่ารายการ หลังจากนั้นเพียง 1 วัน ก็มีคนร้ายวางระเบิดปั๊มน้ำมัน
“มีหลักฐานที่เชื่อมโยงได้ว่า การวางระเบิดปั๊มน้ำมันครั้งนี้มาจากกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์จากการค้ายาเสพติด ที่ใช้กองกำลังติดอาวุธของบีอาร์เอ็นในพื้นที่เป็นผู้ก่อเหตุ ซึ่งหลายครั้งที่เจ้าหน้าที่จับกุมยาเสพติดรายใหญ่ จับกุมบุหรี่เถื่อนรายใหญ่ เมื่อไหร่ก็จะมีการเอาคืนจากกองกำลังติดอาวุธบีอาร์เอ็น ด้วยการก่อเหตุวางระเบิด วางเพลิง ต่อสถานประกอบการ เช่น ปั๊มน้ำมัน โกดังสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และฐานปฏิบัติการ ที่เป็น เป้าหมายอ่อนแอ ในพื้นที่”
นายไชยยงค์ กล่าวว่า ดังนั้น การดับไฟใต้ให้ได้ผล กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าต้องบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นตำรวจท้องที่ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ฝ่ายปกครอง ศุลกากร สรรพสามิต เพื่อปราบปรามจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดและบุหรี่เถื่อน บุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่กองกำลังติดอาวุธในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
โฆษก กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา กล่าวว่า ที่ผ่านมา กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แม่ทัพภาคที่ 4 ทุกคน ต่างก็ทราบว่า กองกำลังติดอาวุธบีอาร์เอ็นคือผู้ ให้การคุ้มครองขบวนการยาเสพติดและสินค้าเถื่อน แต่ในการปฏิบัติการยังขาดการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง การจับกุมที่เกิดขึ้นมีเพียง 10 % ส่วนอีก 90 % ยังหลุดรอด เพราะการช่วยเหลือของกองกำลังติดอาวุธของบีอาร์เอ็น ที่จะออกมาก่อเหตุร้ายและสร้างสถานการณ์ในทันทีที่เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ค้ารายใหญ่ ทำให้ในหลายพื้นที่ เจ้าหน้าที่ไม่กล้าจับกุม เพราะไม่ต้องการให้พื้นที่ของตนมีการก่อการร้ายเกิดขึ้น
“ถ้า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าต้องการให้ไฟใต้หยุดการโชนแสง ต้องปราบปรามกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดและบุหรี่เถื่อนรายใหญ่ ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะ จ.นราธิวาส ที่เป็นศูนย์กลางทั้งภายใน และการส่งออก-นำเข้า ซึ่ง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ป.ป.ส. และตำรวจ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศชต. ต่างมีบัญชีผู้ค้ารายใหญ่ในมือ ซึ่งจำนวนหนึ่งเชื่อมโยงกับนักการเมือง ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และคนในเครื่องแบบ สำหรับคนในเครื่องแบบ มีทั้งเป็นหุ้นส่วนและมีทั้งที่เป็นผู้รับส่วย
นายไชยยงค์ กล่าวว่า จึงขอฝากการบ้านกับ พล.ท.ชาคริต อุจะรัตน แม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ ให้ดำเนินการปราบปรามขบวนการนี้อย่างจริงจัง ควบคู่กับการปราบปรามกองกำลังติดอาวุธ โดยเฉพาะการจับกุมเอาผิดคนของรัฐ ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการผิดกฎหมาย และที่สำคัญ ในการจับกุมผู้ค้ารายใหญ่ในพื้นที่ทุกครั้ง หลังการจับกุม ให้มีแผนป้องกันการก่อการร้ายในพื้น จากกองกำลังติดอาวุธ ที่ต้องการแก้แค้นด้วย


