ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ป.ป.ช. สงขลา จับมือ สตง. ภาค 15 เบรกจ่ายงบซ่อมแซมคลอง ร.1 ยื่น 7 ข้อเสนอแนะชลประทาน หลังพบตอกชีทไพล์ไม่ได้ความลึกตามสัญญา ชี้ประหยัดงบรัฐได้กว่า 100 ล้านบาท
วันนี้ (2 ต.ค.) สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสงขลา และสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 9 ร่วมกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 15 (สตง. ภาค 15) ลงพื้นที่เฝ้าระวังเชิงรุกในโครงการจ้างก่อสร้างซ่อมแซมคลองระบายน้ำ ร.1 และอาคารประกอบ โครงการชลประทานสงขลา ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา วงเงินงบประมาณ 386,500,000 บาท ซึ่งดำเนินการโดยวิธีเฉพาะเจาะจง มี บริษัท เพิ่มพูนวิศวกรรม จำกัด เป็นคู่สัญญา พร้อมออกหนังสือข้อเสนอแนะเร่งด่วนถึงผู้อำนวยการโครงการชลประทานสงขลา เพื่อป้องกันความเสียหายต่อเงินงบประมาณแผ่นดิน
นายบัณฑิต คณะสุวรรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า การตรวจสอบพบข้อสังเกตสำคัญในส่วนงานเข็มพืดเหล็ก (Steel Sheet Pile) ขนาด 400x125x13 มิลลิเมตร ยาว 12.00 เมตร ซึ่งเป็นงานหลักมูลค่าตามสัญญากว่า 256 ล้านบาท โดยสัญญากำหนดให้ตอกจำนวน 5,000 แผ่น รวมความลึก 60,000 เมตร แต่หน้างานจริงแนวคันคลองเดิมมีเสาเข็มตรง (King Pile) และเสาเข็มเอียงค้ำยัน (Batter Pile) ทำให้แผ่นเหล็กชนเสาเข็มเดิม ไม่สามารถตอกได้ลึก 12 เมตรตามแบบ โดยบางจุดตอกได้เพียง 1.5–5 เมตรเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันตอกไปแล้ว 4,317 ท่อน ได้ระยะความลึกเพียงประมาณ 21,464 เมตร ปริมาณงานหายไปมากกว่าร้อยละ 50
นอกจากนี้ ในแบบรูปรายการก่อสร้าง (Drawing เลขที่ 330619 หมายเหตุข้อ 11) ระบุชัดแจ้งให้ตรวจประเมินแนวเสาเข็มเอียงเดิมก่อน เพื่อตัดเข็มพืดเหล็กให้สั้นลง แสดงว่าผู้ออกแบบและหน่วยงานทราบอุปสรรคนี้อยู่แล้ว แต่กลับยังคงกำหนดปริมาณงานเต็ม 12 เมตรทุกต้นในสัญญา
สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสงขลา จึงส่งข้อเสนอแนะ 7 ข้อ ไปยังโครงการชลประทานสงขลา ดังนี้ 1.เบิกจ่ายตามความลึกจริง (Unit Price) : โครงการเป็นสัญญาแบบราคาต่อหน่วย คณะกรรมการตรวจรับพัสดุต้องคิดค่างานตามความลึกที่แผ่นเหล็กตอกจมลงดินได้จริง ห้ามตรวจรับเต็ม 12 เมตร หรือคิดเป็นรายท่อน ซึ่งคาดว่าจะสามารถประหยัดงบประมาณคืนรัฐได้มากกว่า 100 ล้านบาท
2.ใช้สิทธิปรับลดราคาค่างาน : บังคับใช้เงื่อนไขเฉพาะของงานก่อสร้าง ข้อ 11.6 ปรับลดวงเงินสัญญาและหักเงินค่างวดที่สูงเกินจริง
3.บังคับใช้เงื่อนไขกรณีเนื้องานลดลงเกิน 25% : ปริมาณงานตอกจริงลดลงเกินกว่าร้อยละ 25 ตามเงื่อนไข TOR ข้อ 5 (3) ให้คำนวณชดเชยค่า Overhead and Mobilization ร้อยละ 17 ในงวดสุดท้ายให้ถูกต้องตามสูตร โดยไม่จ่ายค่างานส่วนที่ไม่ได้ทำจริงซ้ำซ้อน
4.เร่งทำ As-Built และแก้ไขสัญญาแนบท้าย : ให้ผู้รับจ้างจัดทำแบบก่อสร้างจริง และทำบันทึกแก้ไขสัญญาแนบท้ายปรับลดวงเงินทันที พร้อมทบทวนมิให้นำเงินที่เหลือกว่า 100 ล้านบาท ไปตั้งเป็นงานเพิ่มนอกรายการ (Un-allocated Work) อื่นที่ไม่จำเป็น
5.ตรวจสอบมาตรฐาน มอก. และสัดส่วนเหล็กในประเทศ : ตรวจสอบว่าแผ่นชีทไพล์มีมาตรฐาน มอก. 1390-2566, Carbon Footprint และ ISO 9001 หรือไม่ อีกทั้งตรวจสอบข้อมูลการนำเข้าเหล็กจากประเทศจีนว่าขัดต่อเงื่อนไขสัญญาที่กำหนดให้ใช้เหล็กในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 หรือไม่ รวมถึงผลทดสอบทางกลในห้องปฏิบัติการตามคำสั่งกรมชลประทาน
6.รับรองเสถียรภาพทางวิศวกรรม : เมื่อแผ่นชีทไพล์ตอกได้ไม่ถึง 12 เมตร อาจกระทบต่อการกันน้ำรั่วซึมและแรงดันดิน วิศวกรผู้ควบคุมงานทั้งสองฝ่ายต้องทำรายงานรับรองความปลอดภัยของโครงสร้างกำแพงและคันคลองประกอบการแก้ไขสัญญา
7.เข้มงวดงานดินในโครงการฟื้นฟูฯ 23 โครงการ : กำชับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในกลุ่มงบฟื้นฟูระบบชลประทานในพื้นที่ ให้ตรวจวัดปริมาณงานดินขุด-ดินถมตามจริง ห้ามเบิกจ่ายตามแบบประมาณการหากขุดหรือถมน้อยกว่าแบบ
ทั้งนี้ ป.ป.ช. สงขลา ได้ขอให้โครงการชลประทานสงขลารายงานผลการตรวจสอบความยาวชีทไพล์จริง ผลการเจรจาปรับลดค่างาน และความคืบหน้าการแก้ไขสัญญาแนบท้ายกลับมายัง ป.ป.ช. เพื่อติดตามผลอย่างใกล้ชิดต่อไป


