ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - โฆษก กมธ.ทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ห่วงความปลอดภัยฝ่ายปกครอง หลังรัฐบาลปรับโครงสร้างแก้ปัญหาไฟใต้ ตั้ง ศปอ.นำร่อง 14 อำเภอ เตือนระวังบีอาร์เอ็นเปลี่ยนเป้าโจมตีจากทหารมายังฝ่ายปกครอง พร้อมจี้รัฐกำหนดอำนาจหน้าที่ให้ชัดเจน เน้นงานมวลชน หลีกเลี่ยงปฏิบัติการทางยุทธวิธีเพื่อป้องกันความสูญเสีย
วันนี้ (30 ก.ย.) นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะของโฆษกกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา เปิดเผยถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการแก้ปัญหาไฟใต้ของรัฐบาล และรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ที่มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ (ศปอ.) โดยให้นายอำเภอเป็นหัวหน้าปฏิบัติในระดับอำเภอ ที่ไม่ต้องรอคำสั่งจากส่วนกลางและจาก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งมีการประชุมชี้แจงโครงสร้างใหม่ โดยรัฐมนตรีกลาโหม ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และเลือกพื้นที่ 14 อำเภอ ในปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ในการนำร่องให้มี ศปอ. โดยมีนายอำเภอเป็นหัวหน้าแก้ปัญหาในระดับอำเภอ
ข้อห่วงใยสำหรับโครงสร้างใหม่ โดยใช้ฝ่ายปกครองแก้ปัญหาความมั่นคง การก่อการร้าย ในระดับอำเภอ คือฝ่ายปกครองมีความพร้อมหรือไม่ และงานอะไรบ้างที่นายอำเภอมีหน้าที่ต้องทำ และมีอำนาจในการตัดสินใจเอง โดยไม่ต้องรอฟังคำสั่งจากส่วนกลาง และจาก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เพราะ 22 ปีที่ผ่านมา นายอำเภอต้องอยู่ภายใต้โครงสร้างของ กอ.รมน.ภาค 4 และต้องฟังคำสั่งจาก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ดังนั้นโครงสร้างใหม่ที่ให้นายอำเภอหรือฝ่ายปกครองมีอำนาจ ต้องมีความชัดเจน และต้องไม่ใช่ปฏิบัติการทางทหาร เช่น งานมวลชน งานการข่าว งานสร้างความเข้าใจกับประชาชนกับผู้เห็นต่าง งานด้านพหุวัฒนธรรม งานการส่งเสริมคุณภาพชีวิตการศึกษา รวมทั้งการทำลายการบ่มเพาะ การทำความเข้าใจในการบิดเบือนหลักศาสนา เช่นการแห่ศพ ปลุกระดม ที่ผิดหลักศาสนาและผิดกฎหมายความมั่นคง
แต่ถ้าศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ หรือ ศปอ. ให้อำนาจในการเป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการทางยุทธวิธีด้วย ต้องถามถึงความพร้อมของฝ่ายความมั่นคง เพราะอาจจะเกิดความสูญเสีย ทั้งการสูญเสียมวลชน สูญเสียงานการข่าว และสูญเสียกำลังพลของฝ่ายปกครอง
ถ้ารัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงมีความเห็นว่า ศปอ. คือหนทางในการดับไฟใต้ ในระดับอำเภอ สิ่งที่ต้องระวังป้องกันคือ การโจมตีจากกองกำลังติดอาวุธของขบวนการแบ่งแยกดินแดน บีอาร์เอ็น เพราะทุกปฏิบัติการของรัฐ ที่บีอาร์เอ็นเห็นว่าเป็นขัดขวางการปฏิบัติการ งานการเมือง งานบ่มเพาะ และงานการก่อการร้าย นั่นคือเป้าหมายที่บีอาร์เอ็นขัดขวาง เช่นเดียวกับที่บีอาร์เอ็นโจมตีกำลังทหาร ตำรวจ และอาสารักษาดินแดน และทำลายเศรษฐกิจในพื้นที่
ดังนั้น สิ่งที่ต้องระวังป้องกันคือ ปากกระบอกปืนของกองกำลังติดอาวุธของบีอาร์เอ็น ที่อาจจะหันจากทหารมาเป็นฝ่ายปกครอง เพื่อมิให้ปฏิบัติการของ ศปอ. ดับไฟใต้อย่างได้ผล จึงขอให้มีการเตรียมพร้อมในการป้องกันความสูญเสีย อย่าให้เกิดเรื่อง "วัวหายแล้วล้อมคอก" อย่างที่เคยเกิดขึ้นมาโดยตลอด 22 ปีที่ผ่านมา ทั้งหมดคือความห่วงใยต่อสถานการณ์ไฟใต้ จาก กมธ.ทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา


