กระบี่ - ผู้ว่าฯ กระบี่ นำตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบร้านอาหาร โคเชอร์ อ่าวนาง หลังพบมีการรวมกลุ่มทำกิจกรรมทางศาสนา “ชาบัด” และ สงสัยเข้าข่าย “นอมินี” เบื้องต้นยึดอาหารเครื่องดืมหลายรายการ
วันนี้ (29 กันยายน 2569) นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย พลตำรวจตรี สุขเกษม นครวิลัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ ฝ่ายปกครอง สำนักงานพาณิชย์ สำนักงานที่ดิน สำนักงานสรรพากร สำนักงานจัดหางาน และสำนักงานประกันสังคม
เข้าตรวจสอบ ร้านอาหาร “ไบท์ ฮิลิเอล โคเชอร์” (Beit Hiliel Kosher) ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ตั้งอยู่ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ถูกเช่าโดย บริษัท เซาเทิร์น โรส จำกัด จดทะเบียนเป็นชื่อคนไทย 100 เปอร์เซ็นต์ พบเปิดเป็นร้านอาหารบริการแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ
จากการตรวจสอบ พบว่า ภายในร้านมีผู้จัดการร้านและพนักงานชาย-หญิง สัญชาติไทย รวม 7 คน เป็นร้านจำหน่ายอาหารอิสลามทั่วไป มีโต๊ะรับรองลูกค้าและห้องครัวประกอบอาหาร แต่เมื่อตรวจสอบโดยละเอียด พบว่า อาหารและเครื่องดื่มหลายรายการเป็นอาหารนำเข้าจากประเทศอิสราเอลส่วนใหญ่ ส่งต่อมาจาก ศูนย์ “ชาบัด” กรุงเทพมหานคร ไม่พบเอกสารสำแดงผ่านพิธีการศุลกากร
นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบพื้นที่ต่าง ๆ ของร้าน พบว่า มีห้องถูกดัดแปลงเป็นห้องประกอบพิธีทางศาสนายูดาห์ หรือ ศูนย์ “ชาบัด” จุคนได้ประมาณ 20-25 คน
จากการสอบถามพนักงานของร้าน เปิดเผยว่า ทุกวันศุกร์และวันเสาร์ กลุ่มคนชาวอิสราเอล จะมารวมกลุ่มทานอาหารและประกอบพิธีทางศาสนา โดยมี นายซิมมอน ชาวอิสราเอล ซึ่งอาศัยอยู่ในตัวเมืองกระบี่ เดินทางมาเป็นผู้นำประกอบพิธี นอกจากนี้ ภายในร้านยังมีติดป้ายรับบริจาคเงินหลายจุด ขณะที่ชั้นอื่น ๆ ของร้านถูกแบ่งเป็นห้องขนาดเล็กไว้เก็บของ ไม่มีคนพักอาศัย
ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า การตรวจสอบดังกล่าว เป็นไปตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาธุรกิจนอมินีและการกระทำผิดของคนต่างชาติ ตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน ดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา
โดยได้ตรวจสอบใน 3 ประเด็น ได้แก่ ตรวจสอบโครงสร้างการถือหุ้นและการประกอบกิจการของบริษัท การตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และการตรวจสอบ เรื่อง การถือครองหรือการได้มาซึ่งที่ดินของคนต่างด้าว
ผลการตรวจสอบเบื้องต้น ได้ตรวจยึดอาหารและเครื่องดื่มที่นำเข้าจากประเทศอิสราเอลที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากร ขณะที่ประเด็นการรวมกลุ่มของชาวอิสราเอลเพื่อประกอบพิธี “ชาบัด” ของผู้นับถือศาสนายูดาห์นั้น หากไม่กระทบต่อความมั่นคงและความสงบสุขของประชาชนและประเทศก็สามารถกระทำได้
อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่ครั้งนี้ยังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมหลักฐานและตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น โดยเฉพาะกรณีตรวจพบหลักฐานการโอนเงินจากผู้จัดการร้านไปยังชายชาวต่างชาติ ชื่อ นายโซเกรฟ 600,000 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อทำการสืบสวนสอบสวนถึงความเชื่อมโยงกับร้านอาหารแห่งนี้ต่อไป


