ศูนย์ข่าวภูเก็ต – ผู้ว่าฯ ภูเก็ตแถลงผลตรวจสอบข้อร้องเรียนเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และ อส.อำเภอถลาง เรียกรับเงิน พบมีมูลกระทำผิด สั่งตั้งกรรมการสอบวินัยให้เสร็จภายใน 60 วัน ย้ำยังไม่ถือว่ามีความผิด เปิดทางผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงเต็มสิทธิ
วันนี้ (26 ก.ย.69) นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายรอมดอม หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายอำเภอทั้ง 3 อำเภอ และหน่วยงานเกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ความคืบหน้าตรวจสอบกรณีข้อร้องเรียนและการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอถลาง และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน เรียกรับเงินจากผู้เสียหาย ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ว่า
จังหวัดภูเก็ตเดินหน้าตรวจสอบกรณีข้อร้องเรียนและการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอถลางและสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ซึ่งมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเรียกรับเงินจากผู้เสียหาย โดยจังหวัดภูเก็ตให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ และอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบราชการและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง
เมื่อได้รับทราบเรื่อง จังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยยึดหลักความโปร่งใส ความเป็นธรรม และการพิจารณาพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ตรวจสอบพยานบุคคล พยานเอกสาร และพยานแวดล้อม รวมถึงข้อมูลและข้อความที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ โดยนำพยานหลักฐานทั้งหมดมาพิจารณาประกอบกัน ทั้งในประเด็นวัน เวลา สถานที่ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง
จากรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง คณะกรรมการฯ เห็นว่า พยานหลักฐานที่รวบรวมได้มีความสอดคล้องและเชื่อมโยงกันในสาระสำคัญ อีกทั้งมีพยานซึ่งเป็นผู้เสียหายยืนยันข้อเท็จจริง โดยจากการตรวจสอบไม่ปรากฏเหตุหรือมูลเหตุสำคัญที่ทำให้เชื่อได้ว่าผู้เสียหายมีความโกรธเคือง ขัดแย้ง หรือมีเหตุจูงใจที่จะกล่าวหาและปรักปรำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาก่อน
นอกจากนี้ พยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลหรือข้อความที่ปรากฏทางสื่อสังคมออนไลน์ ยังมีความเชื่อมโยงสอดคล้องกับพยานหลักฐานอื่น ทั้งในด้านวัน เวลา สถานที่ และตัวบุคคล คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจึงมีความเห็นว่า มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีเหตุการณ์และการกระทำตามที่มีการกล่าวหาเกิดขึ้นจริง และการกระทำของบุคคลที่เกี่ยวข้องมีมูลอันอาจเป็นความผิดทั้งในทางวินัยและทางอาญา
เมื่อจังหวัดภูเก็ตได้รับรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตในฐานะผู้มีอำนาจตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ได้พิจารณารายงานและพยานหลักฐานดังกล่าว และเห็นว่า เมื่อมีมูลกรณีอันควรสงสัยว่ามีการกระทำผิดวินัย จำเป็นต้องดำเนินการเข้าสู่กระบวนการทางวินัยต่อไป
จังหวัดภูเก็ตจึงจะดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย เพื่อทำหน้าที่สอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยในขั้นตอนดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิดแล้ว แต่เป็นกระบวนการตามกฎหมายเพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในชั้นสอบสวนทางวินัยอย่างเป็นทางการ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้รับทราบข้อกล่าวหา ได้ชี้แจง แสดงพยานหลักฐาน และใช้สิทธิในการต่อสู้ตามที่กฎหมายกำหนดอย่างครบถ้วน
สำหรับการดำเนินการทางอาญา หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา จังหวัดภูเก็ตจะดำเนินการประสานและส่งต่อให้หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยจังหวัดจะดำเนินการด้วยความเคารพต่อกระบวนการยุติธรรม และจะไม่ก้าวล่วงการพิจารณาของหน่วยงานหรือองค์กรที่มีอำนาจตามกฎหมาย
ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตย้ำว่า จังหวัดมีนโยบายอย่างชัดเจนในการปฏิบัติราชการด้วยความสุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ใกล้ชิดกับประชาชน และเป็นตัวแทนของภาครัฐในพื้นที่ การใช้อำนาจหน้าที่จึงต้องเป็นไปโดยสุจริต เป็นธรรม และอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด
หากผลการสอบสวนทางวินัยในที่สุดพบว่ามีการกระทำผิดจริง ผู้มีอำนาจจะดำเนินการตามระดับความผิดและบทบัญญัติของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยไม่มีการละเว้นหรือเลือกปฏิบัติ
ขณะเดียวกัน จังหวัดภูเก็ตจะให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหาทุกประการ เนื่องจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการสอบสวนทางวินัยเป็นกระบวนการที่ต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน และผู้ถูกกล่าวหาย่อมมีสิทธิที่จะชี้แจงและนำพยานหลักฐานมาพิสูจน์ข้อเท็จจริงของตนเอง
ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตขอให้ประชาชนมั่นใจว่า จังหวัดภูเก็ตจะดำเนินการเรื่องนี้ด้วยความจริงจัง ตรงไปตรงมา และตรวจสอบได้ โดยยึดหลัก “ข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และกฎหมาย” เป็นสำคัญ ไม่ว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องจะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับใด หากพบว่ามีการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือระเบียบราชการ ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายอย่างเสมอภาค
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการเข้าสู่กระบวนการสอบสวนทางวินัย และอาจมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางอาญา จังหวัดภูเก็ตจึงขอสงวนรายละเอียดบางประการที่อาจกระทบต่อสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา พยานบุคคล หรืออาจกระทบต่อรูปคดี เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
จังหวัดภูเก็ตจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเต็มที่ และเมื่อมีขั้นตอนหรือผลการดำเนินการที่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณชนได้ จังหวัดจะแจ้งให้ประชาชนและสื่อมวลชนได้รับทราบต่อไป
ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตยืนยันว่า การดำเนินการของจังหวัดในเรื่องนี้มีเป้าหมายสำคัญในการรักษาความถูกต้องของระบบราชการ รักษาความเชื่อมั่นของประชาชน และสร้างมาตรฐานการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐให้เป็นไปด้วยความสุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้


