พัทลุง - ผู้เสียหายหลายรายรวมตัวแฉคลินิกดังเมืองพัทลุง ซื้อคอร์สร้อยไหมจมูกแต่กลับอักเสบหนัก พอไปเอาออกถึงกับช็อก พบใช้สายเอ็นตกปลาร้อยจมูกแทนไหมละลาย ด้านสธ.จังหวัดรุดตรวจพบเปิดเถื่อนยังไม่ได้ใบอนุญาต
วันนี้ (24 ก.ย.) ที่ จ.พัทลุง ผู้เสียหายจากคลินิกเสริมงามชื่อดังใน จ.พัทลุงหลายรายเข้าร้องผู้สื่อสื่อข่าวเพื่อขอให้ช่วยเหลือ หลังจากพวกเขาไปเสริมความงามแล้วเกิดอักเสบขึ้นมา แต่คลินิกปัดความรับผิดชอบ จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งเรียกร้องให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง และสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคเข้าตรวจสอบคลีนิกดังกล่าว ที่เปิดมานานกว่า 6 ปี
นางสาวแนน อายุ 36 ปี ชาว อ.เมืองพัทลุง ผู้เสียหาย เล่าว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อตอนปี 2565 ได้รับการแนะนำจากเพื่อนว่าสถาบันเสริมความงามดังกล่าว บริการเสริมความงามให้กับลูกค้า ในรูปแบบต่างๆทั้งลดแคมเปญเสริมความงาม เสริมจมูกด้วยการร้อยไหมคิด ราคา 3,999 บาท ทำให้ใบหน้ากระชับ ตนอยากสวยเลยไปทำจมูกเสริมสายไหม โดยคลินิกบอกว่า เป็นไหมละลายภายใน 2 ปี แต่พอผ่านไป 2 แล้ว ไหมก็ยังไม่ละลาย
ต่อมาตนเองรู้สึกว่าเจ็บที่จมูกเมื่อเดือนมีนาคม 2569 จึงได้ติดต่อไปที่คลีนิกดังกล่าว คลีนิกได้จัดยามาให้ แต่ตนไม่รับ ต้องการจะเอาไหมที่ร้อยจมูกออก แต่ถูกปฏิเสธ โดยบอกว่า หากมีแบบนี้ทุกเคส หมอก็ตายแหละ ทั้งที่ตนเองต้องการให้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการที่จะเอาไหมที่ร้อยจมูกออก ก่อนที่ตนเองไปหาคลินิกอื่น เพื่อเอาสายไหมที่ดึงขมูกจนอักเสบออกมา 4 เส้น พบว่า ทั้ง 4 เส้นนั้น ไม่ใช่สายไหมละลาย แต่เป็นสายเอ็นเบ็ดตกปลา จึงทำให้รู้ว่าทำไมจมูกอักเสบ ก่อนเข้าร้องผู้สื่อข่าวและแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนให้เจ้าของคลินิกออกมารับผิดชอบ
ขณะที่ น.ส.ปลา อายุ 34 ปี ผู้เสียหายอีกราย ที่เสริมความงามจมูกด้วยการร้อยสายไหม และเกิดอักเสบขึ้นมาเช่นกัน เรียกร้องให้คลินิกดังกล่าวรับผิดชอบ แต่ทางคลินิกปฎิเสธเช่นเคย ต้องไปรักษาผ่าเอาเส้นสายไหมออกเช่นกันหลังอักเสบเป็นหนองตรงจมูกที่เธอร้อยไหม พบว่าสายไหมนั้นเป็นสายเอ็นเบ็ดตกปลาเช่นกัน
ด้านนายมนสิทธิ์ อายุ 23 ปี ผู้เสียหายอีกรายกล่าวว่า ตนเองพาแฟนมาเสริมจมูกที่นี่ พอเห็นแฟนจมูกสวยเลยอยากทำบ้าง โดยพนักงานของคลินิกแนะนำต่างๆ นานาว่า หากเสริมความงามที่นี่จะมีการลดแลกแจกแถม ตนเลยทำจมูกด้วยการร้อยสายไหมเช่นกัน แต่พอทราบข่าวว่าลูกค้าที่ร้อยสายไหมจากคลีนิกดังกล่าวจมูกอักเสบหลายราย ตนจึงรีบไปหาคลีนิคอื่นเพื่อเอาออกพบเป็นสายเอ็นในลักษณะเดียวกัน ก่อนให้เจ้าของคลินิกทำใหม่ให้ที่เป็นไหมละลายสีน้ำเงินเข้าไปแทน
ขณะที่ผู้เสียหาย 3 ราย ได้เดินทางไปสอบถามเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดพัทลุง เกี่ยวกับการเปิดคลีนิกดังกล่าว แต่พบว่าคลินิกไม่ได้มีแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพด้านเสริมความงามและความรู้ความชำนาญเฉพาะทางที่แพทย์สภารับรองยังไม่มี แต่กลับปล่อยให้เปิดคลินิกเสริมความงามอย่างโจ่งแจ้ง เชิญชวนลูกค้ามาทำสวยอยู่หลายปีแล้ว จึงอยากให้ออกมาตรวจสอบคลีนิกเสริมความงามในจังหวัดพัทลุงที่เปิดบริการเสริมความความงามหลายคลีนิกเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการที่ต้องการเสริมความงาม หากเป็นหมอกระเป๋าก็ว่าไปอย่างหนึ่ง
ด้านนายพินิจสินธุ์ เพชรมณี เภสัชกรชำนาญการพิเศษ รักษาการในตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ (ด้านส่งเสริมพัฒนา) รักษาราชการแทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบว่า คลินิกดังกล่าวได้ขอเปิดเป็นคลินิคเสริมความงาม กระบวนการยังไม่ได้รับการอนุญาต แต่คลินิกได้เปิดเสริมความงามไปก่อนแล้ว จนทำให้มีผู้เสียหาย ซึ่งการการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า แพทย์มีใบประกอบวิชาชีพ แต่สถานที่ประกอบวิชาชีพยังไม่เปิดอนุญาต
ขณะที่ผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่เอามาใช้นั้น ถูกต้องตามหลักการแพทย์ หรือมีคุณภาพหรือไม่นั้น ต้องตรวจสอบอีกครั้ง และเมื่อมีผู้เสียหายเกิดขึ้นแล้วก็ขอให้ผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายเพื่อเอาผิดได้เลย


