ศูนย์ข่าวภาคใต้ - สื่อมาเลย์ออกข่าวนักวิชาการด้านความมั่นคงแฉมีหนอนบ่อนไส้ในกลุ่มบีอาร์เอ็นหวังตักตวงผลประโยชน์จากความขัดแย้งที่ยังคงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมอาชญากรรมข้ามชาติ ใช้วิธีการต่างๆ ทั้งปลอมตัวเป็นทหาร-คนของบีอาร์เอ็นเพื่อให้ความขัดแย้งดำเนินต่อไป ชี้บีอาร์เอ็นไม่ได้เป็นตัวแทนของชุมชนกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น
วันนี้ (17 ก.ย.) เว็บไซต์ Utusan Malaysia หนังสือพิมพ์ในมาเลเซีย ฉบับวันที่ 16 กันยายน 2026 ได้โพสต์เรื่อง "ใน BRN มีหนอนบ่อนไส้ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ของไทยจำเป็นต้องได้รับการยุติลงโดยเร็ว"
สำนักข่าวดังกล่าว ระบุว่า ความขัดแย้งในพื้นที่ภาคใต้ของไทยถูกคาดหมายว่าจะยังคงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตราบใดที่ยังมีคนบางกลุ่มภายในกลุ่ม BRN อาศัยจังหวะจากความวุ่นวายนี้ตักตวงผลประโยชน์ส่วนตนผ่านกิจกรรมอาชญากรรมข้ามชาติ
Utusan Malaysia อ้างคำสัมภาษณ์ของ รองศาสตราจารย์ ดร. โมฮาหมัด ไฟซอล เคลิง (Assoc. Prof. Dr. Mohamed Faisol Keling) ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงจากมหาวิทยาลัยอูตารามาเลเซีย Universiti Utara Malaysia (UUM) รัฐเคดาห์ กล่าวว่า ความปรารถนาในการประกาศเอกราชของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถูกมองว่าอาจส่งผลกระทบต่อเครือข่าย "เศรษฐกิจมืด" หรือเศรษฐกิจใต้ดินที่กลุ่มคนบางกลุ่มได้รับประโยชน์ โดยเฉพาะจากการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย
“หากความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรืองเกิดขึ้นจากการเจรจาระหว่างรัฐบาลไทยกับ BRN กลุ่มผู้ลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมายจะไม่มีช่องทางในการดำเนินกิจกรรมอีกต่อไป เพราะปฏิบัติการของพวกเขานั้นขึ้นอยู่กับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
รองศาสตราจารย์ ดร. โมฮาหมัด ไฟซอล เคลิง กล่าวว่า มีกลุ่มคนบางกลุ่มภายใน BRN ที่มีวาระซ่อนเร้นส่วนตัว พยายามขัดขวางกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพและก่อกวนความพยายามสร้างสันติภาพ เพื่อให้สถานการณ์ยังคงสับสนวุ่นวายต่อไป ในกลุ่ม BRN มีอยู่ 2 ฝ่าย คือฝ่ายที่ต้องการสันติภาพอย่างแท้จริง กับฝ่ายที่ไม่ต้องการ คนส่วนใหญ่ที่จับอาวุธขึ้นมาสู้เป็นกลุ่มที่มีวาระส่วนตัวในการสร้างความวุ่นวาย เพราะพวกเขาเข้าไปเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม
“และเพื่อสร้างความวุ่นวาย พวกเขาจะใช้วิธีการต่างๆ รวมถึงการปลอมตัวเป็นทหารหรือคนของ BRN เพื่อให้ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่ายดำเนินต่อไป นี่คือหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้สันติภาพเกิดขึ้นได้ยากในพื้นที่ภาคใต้ของไทย” ดร. โมฮาหมัด ไฟซอล กล่าวกับ Utusan Malaysia
ดร. โมฮาหมัด ไฟซอล กล่าวว่า ผู้ก่อความไม่สงบบางกลุ่มที่แอบอ้างใช้ชื่อ BRN ความจริงแล้วมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมอาชญากรรม โดยเฉพาะการลักลอบขนของผิดกฎหมายข้ามแดน วิสัยทัศน์ของคนกลุ่มนี้คือการทำให้ประชาชนในภาคใต้ของไทยไม่สนับสนุนรัฐบาล ขณะเดียวกันก็ทำให้รัฐบาลมองว่า ประชาชนในพื้นที่เป็นกลุ่มแบ่งแยกดินแดน เพื่อที่กิจกรรมอาชญากรรมของพวกเขาจะได้ดำเนินต่อไปได้ตามปกติ
ทั้งนี้ Utusan Malaysia ฉบับวันที่ 15 กันยายน ได้รายงานว่า BRN พร้อมที่จะดำเนินกิจกรรมปลดปล่อยจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยผ่านการต่อสู้ด้วยอาวุธต่อไป หากรัฐบาลไทยปฏิเสธข้อเรียกร้องเรื่องการปกครองตนเองแบบสมบูรณ์ (Full Autonomy)
Utusan Malaysia อ้างคำพูดของอดีตแกนนำระดับสูงของ BRN ว่า ข้อเรียกร้องเรื่องการประกาศเอกราชจะกลับมาเป็นแกนหลักในการต่อสู้ของกลุ่มอีกครั้ง หากข้อเสนอการปกครองตนเองถูกปฏิเสธ โดยมีรายงานว่า ก่อนหน้านี้ BRN เคยละทิ้งข้อเรียกร้องเรื่องเอกราชและพิจารณาเรื่องเขตปกครองตนเองแทน แต่หากรัฐบาลไทยปฏิเสธ BRN ก็จะกลับไปสู่เป้าหมายเดิมคือการเรียกร้องเอกราช
เรื่องนี้ ดร. โมฮาหมัด ไฟซอล กล่าวว่า มาเลเซียในฐานะผู้อำนวยความสะดวก (Mediator) ในกระบวนการพูดคุยสันติภาพระหว่างภาคใต้ของไทยกับรัฐบาลไทย จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนมุมมองและมิติความคิด โดยเฉพาะการตระหนักว่า BRN ไม่ได้เป็นตัวแทนของประชาชนทั้งหมดในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้
จากการศึกษาวิจัยพบว่า ประชาชนชาวไทยในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนใหญ่ยอมรับในระบบการเลือกตั้งของไทยและสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่มีคนกลุ่มหนึ่งในสังคมที่ถูกเรียกว่า กลุ่มแบ่งแยกดินแดน พวกเขาไม่ได้เป็นตัวแทนของประชาชนทั้งหมด แต่เป็นตัวแทนของชุมชนกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น รัฐบาลเองก็ต้องศึกษาว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังตัวจริงในความขัดแย้งภาคใต้ของไทย เพื่อที่จะแก้ไขปัญหานี้ เราต้องระบุเป้าหมายให้แม่นยำก่อนที่จะดำเนินมาตรการใดๆ"
นอกจากนี้ ดร. โมฮาหมัด ไฟซอล เคลิง ยังตั้งคำถามถึงความจริงใจของทั้งฝ่าย BRN และรัฐบาลไทย โดยเฉพาะฝ่ายทหาร ในการแก้ไขความขัดแย้งดังกล่าว เนื่องจากทั้งสองฝ่ายต่างถูกมองว่าได้รับผลประโยชน์จากวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น
“สำหรับคนบางกลุ่มใน BRN พวกเขาชอบให้มีความขัดแย้งต่อเนื่อง เพราะหาเลี้ยงชีพจากกิจกรรมอาชญากรรมได้ ในขณะที่ฝ่ายรัฐบาลบางส่วนก็ปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไปเพื่อไม่ให้ภาคใต้หลุดรอดไปเป็นเอกราช ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่า กฎหมายความมั่นคง กฎหมายอัยการศึกในภาคใต้ของไทย ไม่เคยถูกยกเลิกโดยรัฐบาลเลยนับตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน” รองศาสตราจารย์ ดร. โมฮาหมัด ไฟซอล เคลิง กล่าว


