xs
xsm
sm
md
lg

เปิดปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา 2” ทลายแก๊งสวมบัตรประจำตัวเลข 0 ที่สุราษฎร์ อดีตปลัดอำเภอมีเอี่ยว เรียกค่าดำเนินการหัวละ 6 หมื่น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สุราษฎร์ธานี - บิ๊กราญฯ ผนึกกำลังกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา 2” ทลายเครือข่ายทุจริตสวมบัตรประจำตัวขึ้นเลข 0 ให้กับต่างด้าว ในพื้นที่เกาะสมุยและกาญจนดิษฐ์ ออกหมายจับ 33 หมาย อดีตปลัดอำเภอมีเอี่ยว 4 คน เรียกค่าดำเนินการหัวละ 6 หมื่น


วันนี้ (17 ก.ย.69) ที่กองบังคับการตำรวจภูธรสุราษฎร์ธานี ต.ขุนทะเล อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. นายวิศิษฎ์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง พร้อมคณะ สอบปากคำกลุ่มบุคคลที่ถูกจับกุมในเครือข่ายการทุจริต การจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนและการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน โดยจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับแล้ว จำนวน 27 คน แบ่งเป็น เจ้าหน้าที่รัฐ 3 คน พยานรับรอง 9 คน และบุคคลต่างด้าว 15 คน

โดยหนึ่งในอดีตเจ้าหน้าที่รัฐระบุว่า จัดทำตามคำสั่งหัวหน้าฝ่าย ส่วนบุคคลต่างด้าวจ่ายค่าจัดทำบัตรเป็นจำนวน 60,000 บาทต่อหัว โดยจ่ายผ่านนายหน้า


ต่อมาทางรอง ผบ.ตร.และคณะได้แถลงข่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้เป็นการเปิดปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา 2 (SET ZERO)” เพื่อจับกุมเครือข่ายการทุจริตการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนและการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน โดยจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับแล้ว จำนวน 27 คน แบ่งเป็น เจ้าหน้าที่ของรัฐ 3 คน พยานรับรอง 9 คน และบุคคลต่างด้าว 15 คน สำหรับรายการที่ตรวจสอบแล้ว พบว่าเป็นการกระทำผิดจริง จำนวน 19 รายการ ได้ดำเนินการจำหน่าย ยกเลิก เพิกถอนรายการทางทะเบียนที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมายแล้ว และในส่วนของรายการที่ต้องสงสัยเข้าข่ายเป็นการได้รายการทางทะเบียนมาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี จะร่วมกับ อ.กาญจนดิษฐ์ และ อ.เกาะสมุย ดำเนินการกำหนดให้เป็นบุคคลเฝ้าระวัง (Caution Sign) ในระหว่างกระบวนการขยายผลการตรวจสอบ

โดยให้ จว.สุราษฎร์ธานี แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และหากพบว่าเป็นการได้รายการทางทะเบียนมาโดยมิชอบจะดำเนินการจำหน่าย ยกเลิก เพิกถอนรายการที่ทุจริตต่อไป และในส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเพิ่มเติมจะดำเนินการทางวินัยและทางอาญาอย่างเด็ดขาดโดยไม่ละเว้น


สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเรียนต่อพี่น้องประชาชน และชาวต่างชาติทุกท่านว่า เรื่องนี้เป็นภารกิจตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่กำชับให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตรงไปตรงมา ภายใต้หลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” โดยยึดพฤติการณ์และพยานหลักฐานเป็นสำคัญ ไม่ยึดติดกับตัวบุคคลหรือสถานะของผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างเสมอภาค โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ หากประชาชนที่พบความผิดปกติหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการสวมสิทธิทางทะเบียน เช่น มีการจัดหาคนต่างด้าวมาทำบัตรโดยผิดปกติ มีเจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดเรียกรับเงินเพื่อดำเนินการทางทะเบียน มีการใช้ชื่อบุคคลไทยถือครองธุรกิจแทนคนต่างด้าว มีการเปิดบัญชีจำนวนมากโดยผิดปกติ หรือมีการใช้เอกสารประจำตัวที่สงสัยว่าได้มาโดยมิชอบ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเป็นการยกระดับความมั่นคงทางทะเบียน เพราะข้อมูลทะเบียนราษฎรที่ถูกต้องเป็นรากฐานสำคัญของการคุ้มครองสิทธิประชาชน และเป็นด่านแรกในการป้องกันอาชญากรรมหลายรูปแบบ ตั้งแต่การสวมสิทธิ บัญชีม้า นอมินี ไปจนถึงอาชญากรรมข้ามชาติ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการปิดช่อง ความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและรักษาความมั่นคงของประเทศ


ด้าน นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีเปิดเผยว่า จังหวัดสุราษฎร์ตรวจพบบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนหรือไม่มีคุณสมบัติบุคคลที่มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยเลข 0 มีจำนวน 284 ราย ทางจังหวัดได้ดำเนินการระงับการใช้จำนวน 181 ราย อยู่ในระหว่างการฟ้องศาล 10 ราย จำหน่ายออกจากระบบ 70 ราย พร้อมออกคำสั่งชะลอการดำเนินขึ้นทะเบียนทั้งหมดออกไปก่อน