xs
xsm
sm
md
lg

ชลประทานที่ 16 เดินหน้าชี้แจงเพิ่มประสิทธิภาพ “คลองหวะ” แก้น้ำท่วมหาดใหญ่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ชลประทานที่ 16 เดินหน้าชี้แจงโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ “คลองหวะ” แก้น้ำท่วมหาดใหญ่ เผยปัจจุบันรับน้ำได้ 160 ลบ.ม./วินาที ตั้งเป้าลดน้ำท่วม 60 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ชาวบ้านกังวลพบผักตบชวาและวัชพืชหนาแน่นหวั่นเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ

วันนี้ (11 ก.ย.) กรมชลประทาน โดยสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 16 จัดเวทีเชิญประชาชนร่วมรับฟังความคืบหน้าการปรับปรุงคลองหวะ ในโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองหวะ จังหวัดสงขลา ณ อาคารอเนกประสงค์ชุมชนคลองหวะ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ โดยเฉพาะเขตเทศบาลเมืองคอหงส์ หลังพบข้อจำกัดด้านกายภาพของลำน้ำและศักยภาพการระบายน้ำไม่สอดคล้องกับปริมาณน้ำในช่วงฝนตกหนัก โดยมี สำนักชลประทานที่ 16 พร้อมด้วยนายทวีศักดิ์ ทวีรัตน์ นายกเทศมนตรีเมืองคอหงส์ และประชาชนได้มาร่วมรับฟังข้อมูลและแสดงความคิดเห็น

ข้อมูลของโครงการระบุว่า ปัจจุบันคลองหวะสามารถรองรับน้ำได้ประมาณ 160 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ปริมาณน้ำนองสูงสุดรอบ 25 ปีอยู่ที่ประมาณ 361.79 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับบางช่วงของคลองมีสภาพคดเคี้ยว ตื้นเขิน และแคบ รวมถึงมีข้อจำกัดจากสะพาน ท่อลอด ถนน ที่อยู่อาศัย และสิ่งสาธารณูปโภค ส่งผลให้ประสิทธิภาพการระบายน้ำลดลง


สำหรับโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองหวะ แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 ตั้งแต่ กม.0+000–1+200 ปรับปรุงคลองธรรมชาติเป็นคลองคอนกรีตเสริมเหล็กรูปตัวยู (U-Shape) กว้าง 30 เมตร ลึก 7 เมตร สามารถรองรับการระบายน้ำได้สูงสุดประมาณ 365.32 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยกำหนดกรอบงบประมาณดำเนินการระหว่างปี 2568–2571

ช่วงที่ 2 ตั้งแต่ กม.1+200–4+000 ปรับปรุงเป็นคลองดาดคอนกรีต กว้าง 16 เมตร ลึก 6 เมตร รองรับน้ำได้ประมาณ 321.41 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยมีแผนสำรวจ ออกแบบ และจัดหาที่ดิน

ช่วงที่ 3 ตั้งแต่ กม.4+000–8+300 ปรับปรุงเป็นคลองดินรูปสี่เหลี่ยมคางหมู กว้าง 15 เมตร ลึก 4 เมตร สามารถรองรับน้ำได้ประมาณ 73.10 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยมีแผนสำรวจ ออกแบบ และจัดหาที่ดินเช่นเดียวกัน

เมื่อโครงการดำเนินการแล้วเสร็จ คาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ได้ประมาณ ร้อยละ 60 โดยเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ ลงสู่คลองอู่ตะเภาและคลองระบายน้ำสาย 1 (ร.1) ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น


อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่บริเวณสะพานพลพิชัย–บ้านพรุ ซึ่งเป็นพื้นที่เชื่อมต่อเลียบทางรถไฟและอยู่ในแนวพื้นที่เตรียมดำเนินโครงการระยะที่ 2 พบว่าปัจจุบันมีผักตบชวาและวัชพืชขึ้นหนาแน่นปกคลุมผิวน้ำในหลายจุด ขณะที่บางช่วงมีสภาพตื้นเขิน ประชาชนในพื้นที่จึงกังวลว่า หากเกิดฝนตกหนักก่อนการปรับปรุงคลองแล้วเสร็จ สภาพวัชพืชและตะกอนในคลองอาจเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยเฉพาะการขุดลอกและกำจัดวัชพืช เปิดทางน้ำให้สามารถระบายน้ำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ เบื้องต้นมีการประสานกับกรมชลประทานเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวแล้ว และได้รับการตอบรับว่าจะเร่งดำเนินการขุดลอกและกำจัดวัชพืช เพื่อเปิดทางน้ำและเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ฝนในพื้นที่