ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - อพท. จัดโครงการ “Artist in Residence: Songkhla × Usuki × Chengdu” นำผู้แทนเมืองสร้างสรรค์จากญี่ปุ่นและจีนลงพื้นที่แลกเปลี่ยนภูมิปัญญา ผสานวัตถุดิบท้องถิ่นสงขลา ดันศักยภาพเมืองสงขลาสู่เครือข่าย Gastronomy City ระดับโลกอย่างยั่งยืน
วันนี้ (3 ก.ย.) องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. จัดโครงการ Artist in Residence: Songkhla × Usuki × Chengdu ระหว่างวันที่ 30 ส.ค. – 4 ก.ย. 2569 เพื่อเชื่อมโยงจังหวัดสงขลากับเมืองอูซูกิ ประเทศญี่ปุ่น และเมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นสมาชิกเครือข่าย UNESCO Creative Cities Network ด้านวิทยาการอาหาร ผ่านการเรียนรู้มรดกอาหาร พบปะผู้ผลิตท้องถิ่น และพัฒนาแนวคิดความร่วมมือด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเชิงอาหาร โดยมี สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสงขลา และ Thailand Gastronomy Network (TGN) ร่วมสนับสนุนการออกแบบกิจกรรมและเชื่อมโยงเครือข่ายการท่องเที่ยวเชิงอาหาร
โครงการในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้แทนสองเมืองสร้างสรรค์ ได้แก่ Masakatsu Mukai ผู้บริหารและผู้สืบทอดรุ่นที่ 6 ของ Akamine Shuzou โรงกลั่นโชจูเก่าแก่ของเมืองอูซูกิ ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการทำโคจิ การหมัก และการพัฒนาเครื่องดื่มจากวัตถุดิบท้องถิ่น ร่วมด้วย เชฟ Li Kai ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารจีนและอาหารเสฉวนจากเมืองเฉิงตู ผู้มีประสบการณ์เผยแพร่วัฒนธรรมอาหารผ่านการสาธิต อบรม และจัดทำหนังสืออาหารมากกว่า 20 เล่ม เพื่อมาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับผู้ประกอบการและเชฟในพื้นที่
ตลอดระยะเวลาโครงการ ผู้แทนจากทั้งสองเมืองได้ลงพื้นที่ศึกษาประวัติศาสตร์เมืองเก่าสงขลา ภูมิปัญญาการหมักซีอิ๊ว การทำเต้าหู้ วัฒนธรรมอาหารจีน ตลอดจนเส้นทางตาลโตนดที่อำเภอสิงหนคร การทำน้ำตาลสด การผลิตสุราท้องถิ่น และวัฒนธรรมปิ่นโต เพื่อนำมาต่อยอดวัตถุดิบพื้นถิ่นสู่เมนูร่วมสมัย พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมสำคัญ Share Food Culture Talk เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองกับหน่วยงานและผู้ประกอบการท้องถิ่น ก่อนนำไปสู่การพัฒนาแนวคิดความร่วมมือในกิจกรรม Collaboration Day ณ ห้อง HUG มหาวิทยาลัยหาดใหญ่
Mr.Masakatsu Mukai ผู้บริหารและผู้สืบทอดรุ่นที่ 6 ของ Akamine Shuzou กล่าวว่า การเดินทางมายังจังหวัดสงขลาในครั้งนี้ ได้นำสุรากลั่นจากโรงงานของตนเอง พร้อมด้วยผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อประจำเมืองอุซุกิ เช่น มิริน ขาโบนิซุ (น้ำส้มสายชูประจำเมือง) และโชยุ มาจัดแสดงและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทั้งนี้ จากการสำรวจพื้นที่พบวัตถุดิบในท้องถิ่นที่มีศักยภาพโดดเด่น อาทิ น้ำตาลโตนด โกโก้ ผลไม้พื้นบ้าน และสมุนไพรไทยหลายชนิด ซึ่งไม่มีในประเทศญี่ปุ่น หากนำมาผสมผสานกับผลิตภัณฑ์หรือเทคนิคการผลิตจากญี่ปุ่น เชื่อว่าจะสามารถรังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์และเมนูอาหารชนิดใหม่ที่มีคุณภาพสูงและเป็นเอกลักษณ์ได้อย่างแน่นอน
ขณะที่ เชฟ Li Kai ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารจีนและอาหารเสฉวน กล่าวว่า รู้สึกยินดีและขอขอบคุณผู้จัดงานที่เปิดโอกาสให้เดินทางมาศึกษาเรียนรู้วัฒนธรรม อาหาร วิถีชีวิต ตลอดจนวัตถุดิบท้องถิ่นของเมืองสงขลา ไม่ว่าจะเป็นการใช้ประโยชน์จากต้นตาล ปลากะพง หรือยอดมะพร้าว หากนำเรื่องราวทางวัฒนธรรมและอาหารมาหลอมรวมเข้าด้วยกัน จะช่วยสร้างแรงดึงดูดและทำให้ผู้คนรู้จักอาหารท้องถิ่นเหล่านี่มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคต จะได้เห็นวัตถุดิบและเอกลักษณ์อาหารท้องถิ่นของสงขลาไปโลดแล่นอยู่บนจานอาหารของชาวเมืองเฉิงตู
ทางด้าน นายจิรัสย์ วิศิษฐ์จารุกุล กรรมการหอการค้าจังหวัดสงขลา กล่าวว่า จุดแข็งของสงขลาอยู่ที่ความอุดมสมบูรณ์ของวัตถุดิบ ความเป็นเมืองสองเล และความหลากหลายทางวัฒนธรรมทั้งไทย จีน มุสลิม และอินเดีย ซึ่งหล่อหลอมเป็นอัตลักษณ์ด้านอาหารที่โดดเด่นและมีศักยภาพสูงในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอาหาร โดยหอการค้าฯ ได้ร่วมผลักดันโครงการ Singora Guide 2026 เพื่อยกระดับร้านอาหารท้องถิ่น สร้างแบรนด์ด้าน Gastronomy และเผยแพร่เรื่องราวอาหาร วัฒนธรรม ตลอดจนวัตถุดิบของสงขลาสู่ระดับนานาชาติผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลและความร่วมมือทุกภาคส่วน
ดังนั้น โครงการ Artist in Residence: Songkhla × Usuki × Chengdu จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่างสามเมืองสร้างสรรค์ที่ใช้เครือข่าย UNESCO Creative Cities Network ขับเคลื่อนโอกาสใหม่ๆ บนฐานวัฒนธรรมอาหารของจังหวัดสงขลาอย่างเป็นรูปธรรม
ดร.คัชพล จั่นเพชร หัวหน้างานพัฒนานวัตกรรมการท่องเที่ยว อพท. กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้การขับเคลื่อนสงขลาสู่เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร (Gastronomy City) ของยูเนสโก โดยเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอาหารระหว่างเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ ซึ่งมีผู้แทนและเชฟจากเมืองเฉิงตู ประเทศจีน และเมืองอุซุกิ ประเทศญี่ปุ่น มาร่วมคอลแลบ (Collaborate) รังสรรค์เมนูอาหารกับเชฟท้องถิ่นสงขลา โดยก่อนหน้านี้ได้นำคณะลงพื้นที่สทิงพระ หาดใหญ่ และย่านเมืองเก่าสงขลา เพื่อศึกษารากเหง้าวัฒนธรรมและวัตถุดิบท้องถิ่น เช่น โรงงานซีอิ๊ว โรงกลั่นสุรา และเต้าหู้หาดใหญ่ นำมาผสานกับวัตถุดิบต้นตำรับของแต่ละประเทศ จนเกิดเป็นเมนูใหม่ที่มอบประสบการณ์และการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกอันเป็นเอกลักษณ์
สำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป อพท. มุ่งมั่นขับเคลื่อนงานให้สอดรับกับบริบทของเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก ผ่านการเดินหน้าแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดพื้นที่จัดกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านอาหาร และการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อส่งต่อภูมิปัญญาท้องถิ่นและทักษะจากรุ่นสู่รุ่นอันจะนำไปสู่การพัฒนาด้านวิทยาการอาหารของจังหวัดสงขลาอย่างยั่งยืน


