พลันที่ก้าวลงจากรถบัสก็ได้เห็นกับป้ายชื่อโรงเรียน ภาษาไทยอยู่บนสุด ตามด้วยอังกฤษ ก่อนจะเป็นจีน ตัวอักษรขนาดใหญ่ตีตาทำให้รู้สึกหัวใจพองโตขึ้นมาทันที ทั้งตื้นตันและปีติคับแน่นอยู่ในอก ยิ่งพอได้ยินเสียงทักทาย..สวัสดีคค่ะ..สวัสดีครับ... แทรกดังจากคณะผู้บริหารและครูของโรงเรียนที่รอต้อนรับ แม้จะแผ่วๆ แต่กลับแปรเป็นความอบอุ่นเข้ามาเติมความรู้สึกคนไทยทั้ง 6 ชีวิตในฐานะแขกที่ได้รับการต้อนรับอย่างดียิ่ง
“โรงเรียนประถมศึกษาเหมียนหยางเซียนเฟิงลู่ สิรินธร”
สถานศึกษาที่ได้รับการยกย่องให้เป็นสะพานมิตรภาพเชื่อม 2 แผ่นดินแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองเหมียนหยาง มณฑลเสฉวน ถือเป็นสัญลักษณ์อันแน่นแฟ้นระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเฉพาะเป็นภาพสะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณอันไร้พรมแดนได้อย่างงดงามที่สุด
ที่นี่ไม่เพียงแต่เป็นสถานศึกษาของเด็กๆ ชาวจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นประจักษ์พยานชิ้นสำคัญของความผูกพันลึกซึ้งที่ “กงจู้ไท่กั๋ว” คำเรียกขานของชาวจีนที่แปรความได้ว่า “เจ้าฟ้าหญิงของไทย” ทรงมอบให้แก่ประชาชนชาวจีนในยามทุกข์ยาก
มิตรภาพไทย-จีนที่แน่นแฟ้นดังกล่าวมีจุดเริ่มจากเกิดโศกนาฏกรรมแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในมณฑลเสฉวนเมื่อปี 2551 ได้ทำลายอาคารของโรงเรียนประถมศึกษาเซียนเฟิงลู่เดิมจนหมดสิ้น เด็กนักเรียนจำนวนมากต้องสูญเสียโอกาสในการศึกษาอย่างรุนแรง
เมื่อความทราบฝ่าละอองพระบาท สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีพระองค์ทรงมีความห่วงใยในชะตากรรมของเด็กๆ ชาวจีนเป็นอย่างยิ่ง จึงได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อจัดสร้างอาคารเรียนและฟื้นฟูโรงเรียนแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด
การพระราชทานความช่วยเหลือในครั้งนั้นสร้างความซาบซึ้งใจให้แก่รัฐบาลและประชาชนจีนเป็นอย่างมาก เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ทางการจีนจึงได้อัญเชิญพระนาม “สิรินธร” ไปตั้งเป็นชื่อโรงเรียนร่วมกับชื่อเดิม ซึ่งถือเป็นโรงเรียนประถมศึกษาแห่งเดียวในประเทศจีนที่ได้รับพระราชทานพระนามไปตั้งเป็นชื่อสถานศึกษา
นับจากนั้นเป็นต้นมาโรงเรียนแห่งนี้ก็ได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างไทยและจีนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นด้านการส่งเสริมภาษาและวัฒนธรรม ซึ่งมีการเปิดการเรียนการสอนภาษาไทยในระดับประถมศึกษา โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานไทย เช่น สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ที่คอยเข้าเยี่ยมเยือนและมอบเงินสนับสนุนการศึกษาอยู่เสมอ
นักเรียนที่นี่จึงไม่ได้เรียนภาษาไทยแค่จากในตำราเท่านั้น แต่เน้นการจำลองสถานการณ์และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ด้วย เช่น การจัดประกวดวาดภาพในวันสำคัญของไทยและกิจกรรมทางวัฒนธรรม เป็นต้น
อีกทั้งมีโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านภาษา วัฒนธรรมและดนตรีระหว่างคณะครูและนักเรียนไทย-จีน จากการทำ MOU ร่วมกับโรงเรียนในไทย อาทิ โรงเรียนจิตรลดา อย่างล่าสุดปีการศึกษา 2569 คณะครูและนักเรียนจีน 20 ชีวิตได้เดินทางมาเยือนไทยเมื่อเดือนสิงหาคม ได้พักอาศัยกับอยู่กับครอบครัวของนักเรียนไทย ได้เรียนรู้มารยาท ดนตรีและศิลปะ รวมถึงได้ทัศนศึกษาวัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวัง วัดอรุณราชวราราม และนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ เป็นต้น
เช่นเดียวกันเมื่อนักเรียนไทยไปเยือนจีน อย่างทริปล่าสุดเมื่อเดือนเมษายน 2569 นักเรียนไทยได้เรียนรู้วิชาพู่กันจีน ดนตรี ศิลปะการป้องกันตัวและการทำอาหารจีน รวมถึงทัศนศึกษาถ้ำจงฮวาต้งเทียน และวัดชีฉวู่ซาน ในมณฑลเสฉวน เป็นต้น
ผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาเหมียนหยางเซียนเฟิงลู่ สิรินธร บอกเล่าให้คณะสื่อมวลชนจากจังหวัดสงขลาของไทยฟังว่า ทั้งศิษย์เก่า นักเรียนปัจจุบันและรวมถึงครอบครัวชาวจีนที่ได้สัมผัสโรงเรียนแห่งนี้มีความภาคภูมิใจในชื่อ “สิรินธร” ของโรงเรียนเป็นอย่างมาก
สิ่งนี้แสดงออกผ่านเวลามีการจัดชั้นเรียนภาษาไทย หรือเมื่อมีคณะผู้แทนจากไทยไปเยือน เด็กนักเรียนและเหล่าซือสามารถสื่อสารคำทักทายภาษาไทยพื้นฐาน ร้องเพลงไทยและแสดงนาฏศิลป์ไทยเพื่อต้อนรับได้อย่างน่าประทับใจ
เช่นเดียวกับที่คณะสื่อมวลชนไทยได้รับการต้อนรับครั้งนี้ แม้ไม่ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กนักเรียนเพราะอยู่ในช่วงปิดเทอม แต่สายใยความเป็นไทยก็มีให้อย่างอบอุ่น แถมความรู้สึกปลาบปลื้มยังแล่นวาบเข้ามาในจิตใจตลอดเวลาขณะผู้บริหารนำชมสิ่งต่างๆ ในโรงเรียนที่สื่อสะท้อนความสัมพันธ์ไทย-จีน โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวที่เจ้าฟ้าหญิงของไทยได้มาเยือนสถานศึกษาแห่งนี้
“กงจู้ไท่กั๋ว” ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยือนโรงเรียนแห่งนี้ด้วยพระองค์เองหลายครั้ง เพื่อติดตามความคืบหน้าด้านการศึกษา และพระราชทานขวัญกำลังใจแก่คณะครูและนักเรียน ซึ่งทุกครั้งที่เสด็จฯ เยือนจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นยิ่งจากชาวเมืองเหมียนหยาง
ตราประจำโรงเรียนแห่งนี้ยังสะท้อนความผูกพันดังกล่าวอย่างเด่นชัด ด้วยการอัญเชิญพระนามาภิไธยย่อ “ส.ธ.” มาประดิษฐ์เป็นตราสัญลักษณ์เคียงคู่ไปกับอักษรจีน นับเป็นภาพสะท้อนอันจับใจของคำกล่าวที่ว่า “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ที่ถูกส่งต่อผ่านระบบการศึกษาและส่งต่อไปยังอนาคตของชาติในเยาวชนรุ่นหลังอย่างยั่งยืน
สำหรับคณะสื่อมวลชนไทยทั้ง 6 ชีวิตที่มีโอกาสไปเยือน “โรงเรียนประถมศึกษาเหมียนหยางเซียนเฟิงลู่ สิรินธร” ครั้งนี้นำโดย ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จากกลุ่มวิชาชีพสื่อมวลชน พร้อมด้วย ปิยะโชติ อินทรนิวาส, เจริญกิจ มีศิริ, กษิมา โชติมาสะพันธ์, ประมุกข์ พรมสุข และ แอนนา มู่สา โดยได้รับเชิญจากสถานกงสุลจีนประจำจังหวัดสงขลา ให้ไปศึกษาดูงาน ณ มหานครเฉิงตูและเมืองเหมียนหยาง มณฑลเสฉวน ระหว่างวันที่ 25-26 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา


