ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ปภ.สงขลา ระดมกำลังนำ ฮ.ขึ้นบินขนน้ำเร่งดับไฟป่าพรุบางนกออก อ.ควนเนียง จ.สงขลา พร้อมส่ง จนท.เข้าคุมพื้นที่ไม่ให้กระทบชุมชน ล่าสุดสถานการณ์เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น
วันนี้ (2 ก.ย.) สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งควบคุมสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุบางนกออก ต.ควนโส อ.ควนเนียง จ.สงขลา ซึ่งเกิดเหตุตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค. ที่ผ่านมา โดย นายจีรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และกำกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด พร้อมจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ณ วัดบ่อหว้า เพื่อบูรณาการกำลังและวางแผนดับไฟอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งควบคุมไม่ให้ไฟลุกลามเข้าสู่พื้นที่ชุมชนและโรงเรียนบ้านปากจ่า
นายโสภณ ทองไสย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ระดมรถดับเพลิงและรถบรรทุกน้ำจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา รวมกว่า 10 คัน พร้อมกำลังทหารจากมณฑลทหารบกที่ 42 และกองบิน 56 เข้าสนับสนุนภารกิจ ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ส่งเฮลิคอปเตอร์ KA-32 เข้าทิ้งน้ำในพื้นที่ที่รถดับเพลิงและอุปกรณ์ภาคพื้นดินเข้าถึงได้ยาก
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกล 2 เครื่อง เพื่อสูบน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นในพื้นที่ป่าพรุและทำแนวสกัดไฟ โดยเฉพาะบริเวณที่อยู่ใกล้โรงเรียนบ้านปากจ่าและบ้านเรือนประชาชน เบื้องต้นประเมินว่ามีพื้นที่ป่าพรุและสวนปาล์มได้รับความเสียหายประมาณ 800-900 ไร่ จากพื้นที่ป่าสงวนทั้งหมดราว 6,000 ไร่ ขณะที่ประชาชน 4 หมู่บ้าน ประมาณ 250 ครัวเรือน หรือ 600-700 คน ได้รับผลกระทบจากกลุ่มควัน ซึ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ลงพื้นที่แจกหน้ากากอนามัยและให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพแล้ว
ส่วนสาเหตุของไฟไหม้เบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจากการกระทำของมนุษย์ โดยเฉพาะการเข้าไปหาของป่าและตีรังผึ้งในช่วงหน้าแล้ง ก่อนทิ้งคบไฟลงบนพื้นจนเกิดการลุกลาม ประกอบกับพื้นที่ป่าพรุมีลักษณะเป็นไฟใต้ดินที่สามารถลุกไหม้ตามซากพืชและรากไม้ใต้ผิวดิน ทำให้ดับได้ยากและมีโอกาสปะทุขึ้นมาอีกเมื่อมีลมพัดผ่าน
ขณะที่สถานการณ์ล่าสุดเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น กลุ่มควันลดลงหลังทิศทางลมเปลี่ยน แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยจัดชุดเดินเท้าจากทีมเหยี่ยวไฟและสถานีดับไฟป่า เข้าสำรวจพื้นที่และใช้ถังน้ำ รวมถึงไม้ตบดับไฟใต้ดิน เพื่อให้ไฟดับสนิท พร้อมเร่งสร้างความชุ่มชื้นในพื้นที่ป่าพรุ ป้องกันการปะทุและลุกลามกลับมาอีกครั้ง


