พัทลุง - ไฟไหม้ป่าพรุบ้านหัวป่าเขียวต่อเนื่องวันที่ 5 เริ่มส่งผลกระทบต่อเด็กนักเรียนและผู้สูงอายุ มีอาการหายใจไม่ค่อยออกและแสบจมูก ขณะที่ทหารเสริมกำลังช่วยดับไฟ แต่ยังพบการแอบลอบเผาทุ่งหญ้าทำให้ไฟลุกลามเป็นวงกว้าง
วันนี้ (1 ก.ย.) จากสภาวะฝนทิ้งช่วงนานนับเดือนในพื้นที่ จ.พัทลุง ทำให้ลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ว และในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ก็เช่นกันระดับน้ำในป่าพรุที่ลดลงต่อเนื่อง ทำให้สภาพต้นหญ้าต้นไม้ในป่าพรุแห้งตาย โดยเฉพาะในช่วงบายที่ผ่านมา ได้เกิดไฟปะทุไหม้ทุ่งหญ้า ป่าเสม็ดและสวนปาล์มของชาวบ้าน ในพื้นที่บ้านหัวป่าเขียว หมู่ที่ 7 ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อจังหวัดนครศรีธรรมราช
โดยเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าพัทลุง เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลทะเลน้อย เร่งเข้าควบคุมและดับไฟ กันมาเป็นวันที่ 5 แต่ไฟยังไม่สามารถดับสนิทได้ ซึ่งวันนี้ไฟยังคงลุกโหมไหม้กินบริเวณกว้างขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งมีการแอบเผาทุ่งหญ้าหลายจุดของชาวบ้านเพื่อปรับที่นา ทำให้ไฟลุกลามเข้าทุ่งหญ้ากินเป็นวงกว้าง แม้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยพัทลุง ได้นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่สูบน้ำจากลำคลองเพื่อมาเติมเต็มสร้างความชุ่มชื้นให้กับผิวดินในบริเวณใกล้ ๆ จุดที่เกิดไฟลุกไหม้แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถลดพื้นที่ไฟไหม้ลงได้
ขณะเดียวกันควันไฟที่ลุกติดต่อกันมาหลายวันครอบคลุมหมู่บ้านหัวป่าเขียว ทำให้เด็กนักเรียนและผุ้สูงอายุ ที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างได้รับผลกระทบ หายใจไม่สะดวก ปวดแสบ และมีอาการมินเวียนศรีษะ เด็กนักเรียนหลายคนต้องหยุดเรียนเพราะมีอาการไข้ ขณะที่คุณครูโรงเรียนบ้านหัวป่าเขียวได้แจกแมสก์ให้เด็กนักเรียนเข้าห้องเรียนหนังสือเพราะกลิ่นควันโชยเข้ามาในโรงเรียนต่อเนื่องเพื่อป้องกันในเบื้องต้น
ส่วนในวันนี้ หลังจากที่ไฟยังลุกไหม้ต่อเนื่องหลายวัน ทางเจ้าหน้าที่กองพันทหารช่าง ที่ 401 ค่ายอภัยบริรักษ์พัทลุง พลพัฒนาภาค 4 ได้เสริมกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยดับไฟที่กำลังลุกไหม้ทุ่งหญ้า แต่ก็ยังควบคุมไฟให้ดับได้ยากเนื่องจากพื้นที่แห้ง ไม่มีน้ำ และมีลมกระโชกแรงต่อเนื่องในช่วงกลางวัน โดยคาดว่าหากฝนไม่ตกลงมา ไฟไหม้ในบริเวณดังกล่าวยังคงส่งผลกระทบกับชาวบ้านใกล้เคียงต่อเนื่อง


