xs
xsm
sm
md
lg

รมช.คมนาคมเร่ง บวท.เดินหน้า Remote Tower เชื่อม 3 สนามบิน “เบตง-นราธิวาส-ตรัง”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ – รมช.คมนาคม ติดตามแผนงานและความพร้อมของ บวท. เตรียมยกระดับศูนย์ควบคุมการบินหาดใหญ่สู่ศูนย์กลาง Remote Tower Center (RTC) ควบคุมจราจรทางอากาศระยะไกล เชื่อม 3 สนามบินภาคใต้ “เบตง-นราธิวาส-ตรัง” ตั้งเป้าใช้งานปี 2571

วันนี้ (31 ส.ค.) ในช่วงภารกิจการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ หรือ ครม.สัญจร จังหวัดสงขลา นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมอาคาร Remote Tower Center ณ ศูนย์ควบคุมการบินหาดใหญ่ เพื่อติดตามแผนงานและความพร้อมของ บวท. ในการรองรับการใช้งานระบบ Remote Tower

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ศูนย์ควบคุมการบินหาดใหญ่จะเป็นศูนย์กลางในการควบคุม Remote Tower ไปยังสนามบินเบตง นราธิวาส และตรัง โดยเฉพาะสนามบินที่มีปริมาณเที่ยวบินน้อยกว่า 5,000 เที่ยวบินต่อปี ซึ่งหากต้องส่งเจ้าหน้าที่และทรัพยากรไปประจำอยู่ในแต่ละพื้นที่ อาจไม่เกิดความคุ้มค่า การใช้ระบบ Remote Tower จึงช่วยให้สามารถควบคุมการจราจรทางอากาศจากหาดใหญ่ได้


ทั้งนี้ หาดใหญ่มีความพร้อมด้านบุคลากร เนื่องจากเป็นศูนย์กลางของวิทยุการบินในภาคใต้ รวมถึงมีทีมสนับสนุนที่สามารถช่วยเหลือและบริหารจัดการสถานการณ์ของสนามบินโดยรอบได้ ทำให้การรวมศูนย์ควบคุมสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และสร้างความต่อเนื่องในการให้บริการ

การพัฒนาระบบ Remote Tower เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันโครงการ Digital Tower ของกระทรวงคมนาคม เพื่อยกระดับรูปแบบการให้บริการการเดินอากาศของประเทศไทย โดยนำเทคโนโลยีขั้นสูง ทั้งระบบกล้องพาโนรามาประสิทธิภาพสูง ระบบแสดงผลอัจฉริยะ ระบบ Object Tracking และการประมวลผลภาพแบบ Real-time มาสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ

ระบบดังกล่าวเหมาะสำหรับสนามบินที่มีปริมาณเที่ยวบินไม่หนาแน่น หรือมีเที่ยวบินน้อยกว่า 5,000 เที่ยวบินต่อปี โดยเจ้าหน้าที่ไม่จำเป็นต้องไปประจำอยู่ที่สนามบิน แต่สามารถควบคุมจราจรทางอากาศจาก Remote Tower Center ที่ศูนย์ควบคุมการบินหาดใหญ่ ทำให้สามารถบริหารจัดสรรบุคลากรได้เหมาะสมกับปริมาณเที่ยวบินของแต่ละสนามบิน


รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ยังกล่าวว่า กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบทางเดินอากาศและการบริหารจัดการน่านฟ้าของประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยและการนำเทคโนโลยีที่มีมาตรฐานสูงมาใช้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและผู้ใช้บริการ พร้อมเพิ่มขีดความสามารถของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็น World-class Aviation Hub

สำหรับการดำเนินงาน บวท.ได้รับมอบหมายให้เร่งนำระบบ Remote Tower มาใช้งาน โดยระยะแรกจะนำร่องที่สนามบินนราธิวาสและเบตง ส่งข้อมูลมายังศูนย์ควบคุมการบินหาดใหญ่ ตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายในปี 2571 ภายใต้กรอบงบประมาณประมาณ 191.42 ล้านบาท


ขณะที่อาคาร Remote Tower Center ของศูนย์ควบคุมการบินหาดใหญ่ มีการเตรียมความพร้อมด้านสถานที่มาเกือบ 20 ปี ปัจจุบันมีระบบ 3D Simulator สำหรับฝึกซ้อมการปฏิบัติงาน และมีกล้อง Panorama เทคโนโลยีสูงที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถมองเห็นพื้นที่สนามบินได้อย่างละเอียดและชัดเจนกว่าการมองด้วยสายตาปกติ

จุดเด่นของระบบยังอยู่ที่เทคโนโลยี Object Tracking และการประมวลผลภาพแบบ Real-time ซึ่งสามารถตรวจจับและติดตามอากาศยาน ยานพาหนะ และสิ่งแปลกปลอมภายในพื้นที่สนามบิน ช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการควบคุมจราจรทางอากาศ

การนำ Remote Tower มาใช้ ยังช่วยลดความจำเป็นในการก่อสร้างหอควบคุมการจราจรทางอากาศแห่งใหม่ ลดต้นทุนด้านระบบอุปกรณ์และบุคลากร ตลอดจนรองรับการขยายตัวของสนามบินในอนาคต โดยเฉพาะสนามบินที่มีปริมาณเที่ยวบินไม่หนาแน่น ซึ่งจะเป็นอีกกลไกสำคัญในการยกระดับระบบการบินของไทยให้ทันสมัยและรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินในระยะยาว