ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงติดตามผลพัฒนาโครงการพรุสาคู จ.สงขลา ขยายศักยภาพกักเก็บน้ำกว่า 5 เท่า ช่วยเสริมความมั่นคงด้านน้ำและแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งในระยะยาว
วันนี้ (31 ส.ค.) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ติดตามโครงการปรับปรุงเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนพรุสาคู บ้านไร่ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ โดยมี นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กลุ่มผู้ใช้น้ำ และประชาชนในพื้นที่ร่วมต้อนรับ
นายสุชาติ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อติดตามผลการพัฒนาและเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนของพรุสาคู ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการกักเก็บและระบายน้ำ รองรับความต้องการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและการเกษตร รวมถึงช่วยบริหารจัดการมวลน้ำในช่วงฝนตกหนัก ลดปัญหาน้ำท่วม โดยย้ำว่าประโยชน์ของโครงการไม่ได้สิ้นสุดเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ แต่ต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการหลังโครงการ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากแหล่งน้ำอย่างแท้จริงและต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้ได้มอบนโยบายสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1.บริหารจัดการน้ำโดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนทั้งอุปโภคบริโภค การเกษตร และระบบนิเวศ พร้อมบูรณาการทุกภาคส่วน 2.ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศควบคู่การพัฒนา โดยเฉพาะการดูแลคุณภาพน้ำ และ 3.ขยายผลเพิ่มน้ำต้นทุนและพัฒนาแหล่งน้ำให้มีประสิทธิภาพ ทั้งการกักเก็บในฤดูแล้งและรองรับระบายน้ำในฤดูฝน
สำหรับโครงการพรุสาคู บ้านไร่ สามารถเพิ่มปริมาตรเก็บกักน้ำจากเดิม 25,000 ลูกบาศก์เมตร เป็น 129,000 ลูกบาศก์เมตร หรือเพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า และเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำจาก 78 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 170 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ลดน้ำท่วมขัง และเสริมความมั่นคงด้านน้ำแก่ประชาชน โดยมีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 550 ไร่ ครอบคลุม 476 ครัวเรือน
โดยน้ำต้นทุนที่เพิ่มขึ้นสามารถสนับสนุนภาคการเกษตร ทั้งสวนยางพารา ปาล์มน้ำมัน และสวนผลไม้ คาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้จากผลผลิตประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่การเพิ่มศักยภาพระบายน้ำจะช่วยรองรับมวลน้ำในช่วงฝนตกหนัก ลดการสะสมของน้ำที่จะไหลไปรวมกันในพื้นที่ปลายน้ำ และลดความเสี่ยงอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่และบริเวณโดยรอบ
ด้าน นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า กรมทรัพยากรน้ำให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการพัฒนาพรุสาคูครอบคลุมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บและระบายน้ำ การเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเพื่อสนับสนุนการผลิตน้ำประปาและภาคการเกษตร ตลอดจนการฟื้นฟูระบบนิเวศของแหล่งน้ำ
ทั้งนี้ นายสุชาติ พร้อมคณะ ยังได้ร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ มอบกล้าไม้ และปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว ก่อนย้ำว่าการบริหารจัดการน้ำหลังการพัฒนาเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้การลงทุนด้านแหล่งน้ำเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ควบคู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน


