ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ศูนย์วิจัยมลพิษทางอากาศฯ ม.อ. รายงานค่าฝุ่น PM2.5 ภาคใต้ปรับตัวสูงขึ้น มีแนวโน้มทยอยไต่ระดับสูงขึ้น ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิดถึงวันที่ 1 ก.ย. เตือนกลุ่มเสี่ยงสังเกตอาการผิดปกติ สวมหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นเมื่อต้องออกนอกอาคาร
วันนี้ (28 ส.ค.) เพจ รายงานสถานการณ์หมอกควันในภาคใต้ โดยศูนย์วิจัยมลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รายงานสถานการณ์หมอกควันข้ามพรมแดนและคุณภาพอากาศ (PM2.5) ภาคใต้ วันที่ 28 สิงหาคม 2569 ว่า ค่าฝุ่นละออง PM2.5 ในหลายพื้นที่ของภาคใต้ตอนล่างเริ่มปรับตัวสูงขึ้น ล่าสุดในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เวลา 11:00 น. ค่าฝุ่นละออง PM2.5 อยู่ที่ 46 มคก./ลบ.ม. และมีแนวโน้มทยอยไต่ระดับสูงขึ้น
การพยากรณ์และแนวโน้มการเฝ้าระวัง พยากรณ์จากแบบจำลองเชิงตัวเลข สภาพอากาศจริง ซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อนได้ ระบุว่า ช่วงวันที่ 28–30 ส.ค. 2569 ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด โดยทิศทางลมตามแบบจำลองการเคลื่อนตัวยังคงพัดผ่านจุดความร้อน (Hotspot) จากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามายังภาคใต้ตอนล่างอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีกลุ่มฝุ่นควันเข้ามาสะสม และอาจทำให้ค่าฝุ่นผันผวนสูงขึ้นในบางช่วงเวลา
ทั้งนี้ วันที่ 31 ส.ค. 2569 คาดว่า ลมเปลี่ยนทิศ คุณภาพอากาศจะดีขึ้น โดยกระแสลมส่วนใหญ่จะเปลี่ยนเป็นลมทิศตะวันตกที่มีความเร็วสูงขึ้น ทำให้กระแสลมหลักไม่พัดพาฝุ่นควันเข้าสู่ภาคใต้โดยตรง ส่งผลให้ภาพรวมฝุ่นละอองเบาบางลงและคุณภาพอากาศมีแนวโน้มดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 1 ก.ย. 2569 ต้องเฝ้าระวังอีกครั้งและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากกลุ่มฝุ่นควันมีโอกาสขยับกลับเข้ามาสะสมในพื้นที่ได้อีกครั้งตามการเปลี่ยนแปลงของทิศทางลม
สถานการณ์หมอกควันในภาคใต้คร้ังนี้ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ศูนย์อุตุนิยมวิทยาอาเซียน (ASMC) ได้ประกาศยกระดับการเตือนภัยหมอกควันข้ามพรมแดนในภูมิภาคอาเซียนตอนล่างสู่ "ระดับ 3 (Alert Level 3)" ซึ่งเป็นระดับสูงสุด เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งที่ยาวนาน กอปรกับปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ส่งผลให้พบจุดความร้อน (Hotspot) หนาแน่นในเกาะกาลิมันตันและเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เกิดกลุ่มควันหนาแน่นพัดหนุนขึ้นทางทิศเหนือ และเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนขั้นรุนแรงในพื้นที่อาเซียนตอนล่างอย่างมีนัยสำคัญ
เพจ รายงานสถานการณ์หมอกควันในภาคใต้ ได้เตือนกลุ่มเสี่ยง คือ เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคระบบทางเดินหายใจ ควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอบ่อย หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หรือระคายเคืองตา และควรพกหรือสวมหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นเมื่อต้องออกนอกอาคารในช่วงที่มีฝุ่นสะสม


