ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - "ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล" โฆษก กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ถามความรับผิดชอบจาก แม่ทัพภาคที่ 4 ในความล้มเหลวของการป้องกันเหตุร้ายในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ชี้รู้ล่วงหน้า 2 เดือนว่าบีอาร์เอ็นจะก่อเหตุใหญ่ แต่ป้องกันไม่ได้ มีประโยชน์อะไร
วันนี้ (24 ส.ค.) นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะโฆษกกรรมาธิการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ได้กล่าวถึงการความไม่สงบ 51 จุด ว่า หลังเหตุการณ์ ในวันถัดมา ขณะที่ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.รมน.ภาค 4 ประกาศยกระดับการป้องกันเหตุสูงสุด ปรากฎว่า กองกำลังติดอาวุธยังปฏิบัติการวางระเบิด วางเพลิงเผา รถดับเพลิง และรถบรรทุกขยะของเทศบาลพ่อมิ่ง อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เสียหายยับเยิน เหมือนกับปฏิบัตการ ตบหน้า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เพราะเป็นการปฏิบัติการ ที่ไม่เห็นเจ้าหน้าที่รัฐอยู่ในสายตา
"เหมือนกับว่า วันนี้ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่รัฐล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่สัปดาห์ กองกำลังบีอาร์เอ็นได้ก่อเหตุยิงถล่มจุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ทำให้ทหารพรานเสียชีวิต 5 ศพ เจ้าหน้าที่ยังจับคนร้ายไม่ได้ และยังปล่อยให้มีการก่อเหตุคืนเดียว 51 จุด แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวในงานการข่าว ความผิดพลาดในงานป้องกัน และรักษาความสงบของกำลังเจ้าหน้าที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างสิ้นเชิง"
นายไชยยงค์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกชุดปฏิบัติการเข้าไม่ถึงข่าวสาร ความเคลื่อนไหวของแนวร่วมในพื้นที่ เข้าไม่ถึงมวลชน ไม่ได้สร้างมวลชนในพื้นที่เพื่อเป็นแหล่งข่าว ชุดปฏิบัติการในพื้นที่ไม่มีขีดความสามารถในการ จำกัดเสรีภาพในการเคลื่อนไหวของกองกำลังติดอาวุธและแนวร่วมในพื้นที่ กองกำลังติดอาวุธมีเส้นทางหลัก เส้นทางรอง ในการเข้าปฏิบัติการต่อเป้าหมาย และหลังการปฏิบัติการ ได้ถอนตัวหลบหนีอย่างปลอดภัย โดยที่จุดตรวจ จุดสกัด ที่มีอยู่ ไม่สามารถสกัดจับคนร้ายได้เลย
ทั้งหมดคือความล้มเหลว ที่หน่วยงานในพื้นที่ โดยเฉพาะ พล.ท.นรธิป ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อความล้มเหลวเกิดขึ้น เพราะเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ป้องกันไม่ได้ และหลังเกิดเหตุ ยังจับกุมคนร้ายมาลงโทษไม่ได้อีกต่างหาก
วันนี้ ประชาชนในพื้นที่ไม่ต้องการฟังคำแก้ตัว และไม่ต้องการฟังคำว่า มีการสั่งการให้ยกระดับในการรักษาความปลอดภัย หรือความไม่สงบ เพราะไม่เคยทำได้จริง วันนี้ประชาชนต้องการเห็นการออกมารับผิดชอบถึงความล้มเหลวที่เกิดขึ้นในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และต้องการทราบว่า จะแก้ไขความล้มเหลวที่เกิดขึ้นอย่างไร
และต้องการถามว่า นโยบายการนำกำลังจาก กองทัพภาคที่ 1 ภาคที่ 2 ภาคที่ 3 เข้ามาแทนที่ ทหารจากกองทัพภาคที่ 4 เป็นนโยบายที่แก้ปัญหาความไม่สงบใหลดน้อยลง หรือเป็นการสร้างปัญหาให้เกิดความไม่สงบมากยิ่งขึ้น และเกิดความแตกแยกในกองทัพภาคที่ 4 จนกลายเป็นช่องว่าง ให้กองกำลังบีอาร์เอ็นฉวยโอกาสในการก่อการร้ายเพิ่มขึ้นใช่หรือไม่ ขอให้แม่ทัพภาคที่ 4 ออกมารับผิดชอบกับสถานการณ์ที่เลวร้ายลงทุกขณะ ในพื้นที่ของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
"โดยเฉพาะการให้สัมภาษณ์ของแม่ทัพภาคที่ 4 ที่บอกว่ารู้ล่วงหน้ามา 2 เดือนว่า บีอาร์เอ็นจะก่อเหตุครั้งใหญ่ คำถามจากประชาชนคือ เมื่อรู้ล่วงหน้า ทำไมจึงป้องกันไม่ได้ แล้วจะมีประประโยชน์อะไร กับการรู้ล่วงหน้า นี่คือการแสดงให้เห็นว่า การข่าวเชิงกว้าง แต่ไม่มีการข่าวเชิงลึก การป้องกันจึงล้มเหลว เป็นการแสดงให้เห็นถึงการไร้ประสิทธิภาพของผู้นำที่ชัดเจน"


