ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - โครงการชลประทานสงขลาเดินหน้าเร่งนำเครื่องจักรขนาดใหญ่ลงหน้างานซ่อมคลอง ร.1 ตอกแผ่นชีตพายกว่า 5,000 แผ่น ในจุดเสี่ยงตลอดระยะทางกว่า 2 กม. เสริมเกราะป้องกันอุทกภัยเร่งเสร็จทันก่อนน้ำมา
วันนี้ (21 ส.ค.) จากกรณีที่จังหวัดสงขลาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และความเสียหายของคลองระบายน้ำ ร.1 ในพื้นที่อำเภอบางกล่ำ ภายหลังเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อช่วงปลายปี 2568 ส่งผลให้ผนังกั้นคลองและคันดินหลายจุดได้รับความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งเป็นแนวคลองสำคัญในการระบายน้ำ จึงมีการเร่งผลักดันให้มีการซ่อมแซมโดยเร็ว เพื่อป้องกันปัญหาน้ำกัดเซาะและน้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ในช่วงฤดูน้ำหลาก
ล่าสุด จากการติดตามความคืบหน้าการซ่อมแซมผนังกั้นคลองระบายน้ำ ร.1 หลังคณะรัฐมนตรีอนุมัติงบกลางให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทานเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ ซึ่งทางโครงการชลประทานสงขลาได้ลงนามสัญญากับผู้รับเหมาเมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2569 และเริ่มนำเครื่องมือ เครื่องจักร วัสดุ และคนงานเข้าพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา
นายสุรศักดิ์ ทองปนแก้ว หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษา นายช่างผู้ควบคุมงาน เปิดเผยว่า โครงการชลประทานสงขลาได้เร่งรัดผู้รับจ้างเข้าซ่อมแซมและเสริมความแข็งแรงคลอง ร.1 ภายใต้งบประมาณกว่า 380 ล้านบาท โดยตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน เพื่อให้ทันรองรับสถานการณ์น้ำในฤดูฝนที่จะมาถึง ทั้งนี้จะรื้อถอนผนังคอนกรีตส่วนที่ชำรุดและเทคอนกรีตใหม่ พร้อมตอกแผ่นเหล็กชีตพายประมาณ 5,000 แผ่น เป็นระยะทางกว่า 2 กิโลเมตรในจุดเสี่ยง เพื่อยึดและเสริมความมั่นคงของคันดิน ส่วนงานปรับปรุงผิวจราจรลาดยางจะดำเนินการภายหลังโครงสร้างหลักแล้วเสร็จ
ปัจจุบันผู้รับจ้างนำวัสดุและเครื่องจักรเข้าพื้นที่แล้วกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ โดยใช้รถแบ็คโฮ 6 คัน ขุดเปิดคันดินริมคลอง ร.1 ตลอดระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร และนำรถไวโบ หรือเครื่องตอกชีตพายระบบสั่นสะเทือน เข้าพื้นที่กว่า 6 คัน เพื่อเร่งรัดการทำงาน ขณะเดียวกันโครงการชลประทานสงขลาเตรียมขุดลอกคลองระบายน้ำสำคัญอีก 8 สาย อาทิ คลอง ร.3 – ร.6 ปากคลอง ร.1 และต้นคลอง ร.1 บริเวณเชื่อมต่อคลองอู่ตะเภา รวมถึงประตูระบายน้ำย่อย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและระบายน้ำทั่วทั้งจังหวัด
ด้าน นายชัยรัตน์ สุขสมคิด นายอำเภอบางกล่ำ กล่าวว่า เหตุอุทกภัยในปีที่ผ่านมาได้สร้างความเสียหายและความกังวลให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตลอดแนวคลองเป็นอย่างมาก การได้รับงบกลางและการเร่งเข้าซ่อมแซมของกรมชลประทานจึงช่วยสร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้าน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้มอบหมายให้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้า และเมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2569 ที่ผ่านมา อำเภอบางกล่ำได้ประชุมชี้แจงกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั้ง 36 หมู่บ้าน 4 ตำบล ตลอดแนวคลอง ร.1 เพื่อสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนรับทราบและคลายความกังวล ทั้งนี้จากการลงพื้นที่พบว่ามีความพร้อมทั้งกำลังคน เครื่องจักร และการควบคุมงาน จึงเชื่อมั่นว่าจะสามารถเสริมความแข็งแรงของคันคลองและดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนฤดูน้ำหลากปลายปี
ขณะที่ นายณัฐวุฒิ ทองแกมแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ตำบลท่าช้าง กล่าวว่า ชาวบ้านรู้สึกดีใจและคลายความกังวลหลังเห็นเครื่องจักรและเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ทำงานอย่างจริงจัง เนื่องจากจุดที่ผนังกั้นคลองเสียหายเป็นพื้นที่ปลายน้ำสำคัญ หากสามารถซ่อมแซมและปิดจุดเสี่ยงได้ จะช่วยป้องกันน้ำไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรมในพื้นที่ตอนใต้ของอำเภอบางกล่ำ ลดความรุนแรงของสถานการณ์น้ำท่วม และสร้างความมั่นใจให้ประชาชน พร้อมขอบคุณรัฐบาลที่ลงพื้นที่ติดตามปัญหาและอนุมัติงบกลางเพื่อเร่งช่วยเหลือก่อนเข้าสู่ฤดูน้ำหลาก
ทั้งนี้ การเร่งซ่อมแซมคลอง ร.1 ถือเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของจังหวัดสงขลาในการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย โดยกรมชลประทานจะเร่งดำเนินงานทั้งการเสริมความแข็งแรงของคันคลอง การตอกชีตพายในจุดเสี่ยง และการขุดลอกคลองสายสำคัญ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดความเสี่ยงน้ำกัดเซาะไหลทะลักเข้าสู่พื้นที่ชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรมในช่วงฤดูฝนและปลายปี 2569


