xs
xsm
sm
md
lg

หวั่นระบบสาธารณสุขภูเก็ตพัง หลังค่ารักษาต่างด้าว -ต่างชาติ สะสมกว่า 50 ล้าน เร่งอุดช่องโหว่ จัดระบบแรงงานต่างด้าว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภูเก็ต - อ่วม! ภูเก็ตเร่งหามาตรการอุดช่องโหว่ จัดระบบแรงงานต่างด้าวทุกสัญชาติ สร้างหลักประกันสุขภาพ ลดภาระโรงพยาบาลรัฐ หลังพบภาระด้านค่าใช้จ่ายที่ด้านสาธารณสุขของจังหวัดต้องแบกรับ สะสมกว่า 50 ล้านบาท

จากปัญหาแรงงานต่างด้าวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ที่มีจำนวนมากขึ้น ได้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องของการรักษาพยาบาล ที่ทุกวันนี้การไปรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลรัฐเหมือนกับต้องไปแย่งชิงสิทธิ์กับชาวต่างด้าวที่เข้าไปใช้บริการจำนวนมาก นอกจากนั้นยังมีปัญหาอื่นๆตามมาอีกมายมาย

ล่าสุด วันนี้ ( 19 สิงหาคม 2569) ณ ห้องประชุมป่าตอง ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต มอบหมาย ให้นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมติดตามและขับเคลื่อนการนำแรงงานต่างด้าวเข้าสู่ระบบประกันสุขภาพและประกันสังคม โดยมีนางพีรพร บวรธนสาร หัวหน้าสำนักงานประกันสังคมจังหวัดภูเก็ต สาขากะทู้ รักษาราชการแทนประกันสังคมจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนสังกัดกระทรวงแรงงาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมประชุม เพื่อหาแนวทางบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวทุกสัญชาติในจังหวัดภูเก็ตให้มีหลักประกันด้านสุขภาพ และลดภาระค่าใช้จ่ายของระบบสาธารณสุข

หลังพบว่าจังหวัดภูเก็ตมีภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลผู้ป่วยต่างชาติและแรงงานต่างด้าวสะสมตั้งแต่ปี 2562–2569 รวม 51.83 ล้านบาท แบ่งเป็นงบสงเคราะห์การรักษาพยาบาลแรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติ ได้แก่ ลาว กัมพูชา เมียนมา และเวียดนาม จำนวน 26.33 ล้านบาท และผู้ป่วยต่างชาติ จำนวน 25.50 ล้านบาท

ปัญหาสำคัญคือแรงงานต่างด้าวและผู้ติดตาม บางส่วนยังไม่ได้เข้าสู่ระบบประกันสุขภาพหรือประกันสังคมอย่างครบถ้วน ขณะที่จำนวนแรงงานต่างด้าว ที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนยังไม่สอดคล้องกับจำนวนแรงงานที่ยื่นขอใบอนุญาตทำงาน ส่งผลให้เมื่อแรงงานไม่มีหลักประกันหรือสิทธิที่สามารถรองรับค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล โรงพยาบาลของรัฐต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเรียกเก็บได้

จังหวัดภูเก็ต จึงมุ่งผลักดันให้แรงงานต่างด้าวทุกสัญชาติเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องและมีหลักประกันสุขภาพตั้งแต่ต้นทาง โดยต้องมีการตรวจสอบและคัดกรองสิทธิให้ชัดเจน รวมถึงการจัดทำประกันสุขภาพหรือเข้าสู่ระบบประกันสังคมตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้เมื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลมีระบบรองรับค่าใช้จ่าย และช่วยลดภาระของโรงพยาบาลรัฐ

สำหรับข้อมูลของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดภูเก็ต และ สาขากะทู้ พบว่ามีสถานประกอบการและผู้ประกันตนรวมทุกมาตราจำนวน 268,189 ราย ขณะที่แรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติ ได้แก่ ลาว กัมพูชา เมียนมา และเวียดนาม ที่ขึ้นทะเบียนประกันสังคมรวม 113,270 ราย โดยประเภทกิจการที่พบแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก ได้แก่ ก่อสร้าง รองลงมา ได้แก่ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม บริการ ค้าส่ง–ค้าปลีก แผงลอย และงานบ้าน

ซึ่งในการประชุมได้เน้นย้ำให้นายจ้างและสถานประกอบการที่มีแรงงานต่างด้าวดำเนินการขึ้นทะเบียนลูกจ้างให้ครบถ้วนตามกฎหมาย โดยเฉพาะแรงงานที่อยู่ในข่ายผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ซึ่งนายจ้างต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนนายจ้างและผู้ประกันตนต่อสำนักงานประกันสังคมภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน

ขณะเดียวกัน จังหวัดภูเก็ต เตรียมบูรณาการการทำงานระหว่างสำนักงานจัดหางาน สำนักงานประกันสังคม หน่วยงานด้านสาธารณสุข ฝ่ายปกครอง นายจ้าง และสถานประกอบการ พร้อมพิจารณาจัดตั้ง คณะทำงานในพื้นที่ 3 อำเภอ เพื่อเร่งติดตามแรงงานต่างด้าวให้เข้าสู่ระบบ รวมถึงให้ความรู้เกี่ยวกับการประกันสุขภาพ การประกันสังคม และสิทธิประโยชน์แก่แรงงานและนายจ้าง

สำหรับข้อมูลการใช้งบสงเคราะห์ด้านการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาล พบว่า งบสงเคราะห์แรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติอยู่ที่ 26.33 ล้านบาท ขณะที่งบสงเคราะห์ผู้ป่วยต่างชาติอยู่ที่ 25.50 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 51.83 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงภาระด้านค่าใช้จ่ายที่ระบบสาธารณสุขของจังหวัดต้องแบกรับ

จังหวัดภูเก็ตจึงให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่ต้นทาง โดย การมีหลักประกันสุขภาพจะช่วยให้แรงงานต่างด้าวได้รับการคุ้มครองและเข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างเหมาะสม ขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายในการรักษาจะมีระบบรองรับ ไม่ตกเป็นภาระของโรงพยาบาลรัฐเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งจะช่วยลดภาระงบประมาณของภาครัฐและลดปัญหาหนี้ค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลในระยะยาว

ทั้งนี้ การดำเนินการจะคำนึงถึงทั้งการปฏิบัติตามกฎหมาย การคุ้มครองสิทธิของแรงงาน และความสามารถในการบริหารจัดการระบบสาธารณสุข โดยมุ่งให้แรงงานต่างด้าวทุกสัญชาติเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง มีหลักประกันสุขภาพ และมีหน่วยงานรองรับค่าใช้จ่ายอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการดูแลประชาชนและแรงงานทุกกลุ่ม กับการบริหารทรัพยากรสาธารณสุขของจังหวัดภูเก็ตอย่างยั่งยืน