xs
xsm
sm
md
lg

CIB บุกบ้านแกนนำต้านนิคมอุตสาหกรรมจะนะหลังภาคประชาชนค้าน ครม.สัญจร สงขลา ปัดฝุ่นโครงการ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - เครือข่ายสิทธิชุมชนปาตานีร่วมโหวตไม่เอา “ดร.เจ๋ง” นั่งเลขา ศอ.บต. อ้างจุดยืนที่ผ่านหนุนโครงการขนาดใหญ่ ทั้งนิคมอุตสาหกรรมจะนะ-โรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดใหญ่ชายแดนใต้ ชี้จะยิ่งขยายความขัดแย้ง ด้านเอกชนหนุน ครม.สัญจร สงขลาปัดฝุ่นนิคมจะนะ ชี้ SEA ผ่านแล้วเพื่อสร้างฐานการลงทุนและการจ้างงานในพื้นที่ CIB โผล่ดูบ้านแกนนำค้านนิคมจะนะ อ้างมาดูธนาคารปูม้า

วันนี้ (19 ส.ค.) มีรายงานว่า ในการประชุม เพื่อเตรียมความพร้อมการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร จ.สงขลา ซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ส.ค.-1 ก.ย. ที่มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุม เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ที่ จ.สงขลา

ในที่ประชุมดังกล่าว มีคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ หรือ กรอ. 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ซึ่งมีทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดและภาคเอกชน เข้าร่วมประชุม เพื่อรวบรวมข้อเสนอโครงการพัฒนา และการแก้ปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะน้ำท่วม ฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ ดึงการลงทุนเข้าพื้นที่ และยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ก่อนเข้าสู่กระบวนการกลั่นกรองโครงการเพื่อเสนอ ครม.ต่อไป

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ทั้ง 5 จังหวัดจะต้องรวบรวมเอกสารและข้อเสนอส่งฝ่ายเลขานุการภายในวันที่ 14 ส.ค. ก่อนเข้าสู่การประชุมกลั่นกรองในวันที่ 25 ส.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อพิจารณาตัดทอนโครงการที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ และคัดเลือกโครงการที่มีความเป็นไปได้ เสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.สัญจร

ในการประชุม ภาคเอกชนได้กล่าวถึงโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต อ.จะนะ จ.สงขลา ที่จะมีการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 และนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่หลังท่า มูลค่ารวม 18,680 ล้านบาท โดยระบุว่า มีการเตรียมพื้นที่ไว้แล้วบางส่วน ต้องการให้รัฐบาลนำโครงการกลับมาพิจารณาเพื่อสร้างฐานการลงทุนและการจ้างงานในพื้นที่

ที่สำคัญ ผลการจัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA (Strategic Environmental Assessment: SEA) คณะรัฐมนตรีจึงมอบหมายให้ สศช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดทำ หลังเกิดการคัดค้านโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต อ.จะนะ ซึ่งรวมอยู่ในแผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่ของสงขลาและปัตตานี ได้ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.69 ที่ผ่านมา

ด้านนายพิพัฒน์ กล่าวว่า รัฐบาลพร้อมนำเรื่องกลับมาหารือเพิ่มเติมกับผู้ลงทุน แต่หากจะเดินหน้าโครงการ จะต้องกำหนดเงื่อนไขให้เกิดประโยชน์กับประชาชนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์ด้านการศึกษา การจ้างงาน และการเปิดโอกาสให้ลูกหลานในพื้นที่เข้าถึงงานที่เกิดจากการลงทุน

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า การผลักดันนิคมอุตสาหกรรมจะนะ รวมถึงโครงการลงทุนอื่นๆ หากเกิดขึ้นได้จริง จะเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นเศรษฐกิจและสร้างงานในพื้นที่ เพราะเป้าหมายสำคัญของรัฐบาล คือ ทำให้คนในพื้นที่มีอาชีพและรายได้เพียงพอที่จะเลือกกลับมาทำงานอยู่กับครอบครัวในบ้านเกิด แทนการต้องเดินทางออกไปทำงานในประเทศมาเลเซีย

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีรายได้ต่อหัวอยู่ในระดับต่ำ โดยเน้นโครงการที่สามารถดำเนินการได้รวดเร็ว ใช้งบประมาณไม่สูง และสร้างผลทางเศรษฐกิจได้ทันที โดยเฉพาะการกระตุ้นการค้า การท่องเที่ยว และการสร้างอาชีพ

นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอจัดตั้งโรงไฟฟ้า รวมถึงการนำที่ดินสาธารณะมาให้ประชาชนเช่าเพื่อประกอบอาชีพอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งบางพื้นที่ได้สำรวจและดำเนินการด้านการพิสูจน์สิทธิ์ไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการประชุม ปรากฏว่า นายชนธัญ แสงพุ่ม หรือ “ดร.เจ๋ง” รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ซึ่งเคยเป็นผู้รับผิดชอบโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต อ.จะนะ จ.สงขลา ที่จะมีการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 และนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่หลังท่า มูลค่ารวม 18,680 ล้านบาท มาตั้งแต่ต้o เข้าร่วมประชุมออนไลน์ผ่านระบบ Zoom ด้วย

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา มีข่าวว่า นายชนธัญ แสงพุ่ม จะได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขาธิการ ศอ.บต. ในการประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา ทำให้ภาคประชาชนในพื้นที่ต่างรวมตัวกันคัดค้าน

นายชนธัญ แสงพุ่ม
ล่าสุด วานนี้ (18 ส.ค.) เครือข่ายสิทธิชุมชนปาตานี ประกอบด้วยเครือข่ายนักรบผ้าถุง​ กลุ่มปะแตสีเขียว​ (ผู้ได้รับ​ผลกระทบโรงไฟฟ้าชีวมวลตำบลปะแต)​ เครือข่าย​พิทักษ์​สายน้ำ​ปัตตานี​ ​เครือข่าย​ Tanah​ kita​ Network​ (ปกป้อง​ที่ดินทำกินซีโป)​ เครือข่ายพรุลานควาย ​กลุ่ม CAP Nature ​เครือข่ายพิทักษ์เขาเตราะปลิง เครือข่ายพิทักษ์เขาลาเมาะ ​เครือข่ายหนองจิกรักษ์บ้านเกิด
​ชมรมอนุรักษ์ ม.อ.ปัตตานี เครือข่าย​ติดตา​มเฝ้าระวัง​โครง​การพัฒนา​ปา​ตานี​ ได้รวมตัวกันเพื่อหารือถึงเรื่องนี้ ​และได้ลงมติเป็นเอกฉันท์คัดค้านไม่ให้ นายชนธัญ แสงพุ่ม เป็นเลขาธิการ ศอ.บต.

เครือข่ายสิทธิชุมชนปาตานี ได้โพสต์ในเฟซบุ๊ก The Patani Resource : คณะพิทักษ์ฐานทรัพยากรและการพัฒนาที่ยั่งยืน ระบุว่า เครือข่ายสิทธิชุมชนปาตานีโหวตเอกฉันท์​ "เจ๋งมา เราจะเจ๊งกันหมด!"

เครือข่ายสิทธิชุมชนปาตานี ระบุว่า ​บรรยากาศการรวมตัวของภาคประชาสังคมและเครือข่ายสิทธิชุมชนในพื้นที่ปาตานีเป็นไปอย่างเข้มข้น ประชาชนจากหลายพื้นที่ได้ร่วมกันสะท้อนและความกังวลอย่างตรงไปตรงมา ต่อกระแสข่าวการก้าวขึ้นมารับตำแหน่งเลขาธิการ ศอ.บต.คนใหม่ ของ ดร.ชนธัญ แสงพุ่ม หรือ "ดร.เจ๋ง" ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในบทบาทผู้ผลักดันโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่

​ภายในงานได้มีการจัดกิจกรรมทำโพลสำรวจความคิดเห็นในหัวข้อ "ท่านเห็นด้วยหรือไม่กับ ดร.เจ๋ง (ดร.ชนธัญ แสงพุ่ม) กับตำแหน่งเลขาธิการ ศอ.บต. คนใหม่" ซึ่งผลปรากฏว่าผู้เข้าร่วมงานลงคะแนน "ไม่เห็นด้วย" อย่างท่วมท้น สะท้อนถึงจุดยืนที่ชัดเจนของคนในพื้นที่ว่าไม่ต้องการการบริหารงานภายใต้ทิศทางเดิม


ความกังวลหลักของชาวบ้านและเครือข่ายภาคประชาสังคม สืบเนื่องมาจากจุดยืนของ ดร.เจ๋ง ที่ให้การสนับสนุนโครงการพัฒนาขนาดใหญ่มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ หรือแผนการเพิ่มจำนวนโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาดใหญ่ในพื้นที่ปาตานี ซึ่งที่ผ่านมาถูกมองว่าเต็มไปด้วยความไม่ชอบมาพากลและขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง​

เครือข่ายสิทธิชุมชนปาตานี อ้างว่า ​​ภาพจำตลอดช่วงเวลาที่ ดร.เจ๋ง มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาในพื้นที่ ทำให้ถูกตั้งคำถามอย่างหนักว่า ศอ.บต.ทำหน้าที่เป็น "แขนขา" ให้แก่เครือข่ายชนชั้นนำและกลุ่มทุนผูกขาด มากกว่าการปกป้องประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่หรือไม่

จนนำมาสู่คำถามสำคัญต่อบทบาทขององค์กรอย่าง ศอ.บต. เองว่า "ยังมีน้ำยาจริงหรือเปล่า?" และยังมีความจำเป็นอยู่หรือไม่ หากการมีอยู่ของ ศอ.บต. ยิ่งกลายเป็นปัจจัยที่สร้างและขยายความขัดแย้งในชุมชนให้ซ้ำซ้อนยิ่งขึ้น​ ทั้งที่เจตนารมณ์​ของการก่อตั้ง​ ศอ.บต.​ คือกลไกประสานงาน​เพื่อลดความขัดแย้ง​ในพื้นที่ปาตานี

การรวมตัวในครั้งนี้เป็นการผนึกกำลังของตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชนและกลุ่มอนุรักษ์หลากหลายประเด็นในพื้นที่อย่างกว้างขวาง ​ทุกเครือข่ายร่วมแสดงจุดยืนอันแข็งแกร่งและชัดเจนตรงกันว่า พร้อมที่จะลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องสิทธิชุมชน สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี และวิถีชีวิตของคนปาตานีอย่างถึงที่สุด โดยไม่ยอมให้โครงการพัฒนาที่ข้ามหัวประชาชนเข้ามาทำลายฐานทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นอีกต่อไป


ด้านนายรุ่งเรือง ระหมันยะ หรือ บังนี แกนนำเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า วันนี้ 18 สิงหาคม 2569 ช่วงบ่ายนั่งกินกาแฟหน้าบ้าน อยู่ๆ มีรถตู้มาจอด ชายฉกรรณ์ประมาณ 10 คนลงมาจากรถตู้ ใส่เสื้อสีดำทั้งหมด
ที่อกเสื้อเขียนว่า CIB กองสืบสวนกลาง ลงมาบอกว่า ไม่ต้องตกใจ แค่มาเยี่ยม ผมเป็นตำรวจน้ำ แล้วถ่ายรูปมองโน่นมองนี่ถามเรื่องอนุรักษ์และธนาคารปูม้า ถ่ายรูปรัวๆ ถาม รัวๆ แล้วรีบขึ้นรถกลับ

ทั้งนี้ นายรุ่งเรือง ระหมันยะ เป็นแกนนำเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น มีบทบาทสำคัญในการนำประชาชนชาว อ.จะนะ โดยเฉพาะกลุ่มประมงพื้นที่ เคลื่อนไหวคัดค้านโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต อ.จะนะ มาอย่างต่อเนื่อง

เคยเดินทางไปชุมนุมกันที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาแล้ว จนเป็นที่มาของการจัดทำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA (Strategic Environmental Assessment: SEA) โดย ครม.ยุค พล.อ.ประยุทธ์ได้มอบหมายให้ สศช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดทำ

น้องย๊ะ น.ส.ไครียะห์ ระหมันยะ ลูกสาวนายรุ่งเรือง ระหมันยะ