xs
xsm
sm
md
lg

วุ่น! มือมืดป่วนนำกางเกงในคลุมพระเศียร-ปัสสาวะใส่องค์พระวัดสระเกษ จ.สงขลา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - เกิดเหตุมือมืดนำกางเกงในมาคลุมพระเศียรและสาดปัสสาวะใส่พระพุทธรูปวัดสระเกษ จ.สงขลา ด้านพระลูกวัดเผยก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุทำลายทรัพย์สินภายในเจดีย์ ขณะที่แม่ของชายถูกพาดพิงยืนยันลูกถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ไม่สามารถออกมาก่อเหตุได้ พร้อมขอความเป็นธรรม

วันนี้ (18 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากลูกศิษย์วัดสระเกษ ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา ว่าเกิดเหตุมีบุคคลนำกางเกงในมาสวมคลุมบริเวณพระเกศมาลาของพระพุทธรูปปางปรินิพพาน และสาดปัสสาวะใส่องค์พระภายในพระบรมธาตุรัตนเจดีย์ศรีสงขลา จึงลงพื้นที่ตรวจสอบ พบพระอรรถชัย ปริญญาโณ พระลูกวัด พาเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบกางเกงในสีดำคลุมอยู่บนพระเกศมาลา และมีคราบปัสสาวะบริเวณองค์พระ เบื้องต้นพบความเสียหายบริเวณพานสักการะ ขณะที่ก่อนหน้านี้ยังเคยเกิดเหตุทำลายทรัพย์สินและสิ่งของภายในเจดีย์มาแล้ว


พระอรรถชัย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 2 เดือน เคยมีชายรายหนึ่งเข้ามานอนภายในเจดีย์ แม้พระจะขอให้ออกไปนอนด้านนอก แต่ยังกลับเข้ามาอีกและก่อเหตุทำลายทรัพย์สิน รวมถึงขึ้นไปบริเวณชั้น 2 หักยอดพระเกศและทำโกศอัฐิได้รับความเสียหาย จึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองสงขลา ต่อมาทราบว่าคดีอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยล่าสุดเกิดเหตุซ้ำอีกครั้งในลักษณะนำกางเกงในมาคลุมพระเศียรและปัสสาวะใส่องค์พระ สร้างความสะเทือนใจแก่พระและชาวบ้านอย่างมาก

ด้าน พ.ต.อ.กีรติ ตรีวัย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ โดยมั่นใจว่าจะสามารถติดตามตัวได้ไม่ยาก เบื้องต้นพิจารณาดำเนินคดีในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 206 ฐานกระทำด้วยประการใด ๆ แก่วัตถุหรือสถานที่อันเป็นที่เคารพในทางศาสนาของหมู่ชนใด อันเป็นการเหยียดหยามศาสนา มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 7 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ทางวัดระบุว่ายังไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ใด เนื่องจากเจ้าอาวาสต้องการให้อภัยเป็นทาน ขณะที่ภายในเจดีย์ไม่มีภาพจากกล้องวงจรปิด ทำให้ต้องอาศัยการตรวจสอบพยานหลักฐานและข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้อง


ขณะเดียวกัน ช่วงเที่ยงวันนี้ แม่ของชายที่ถูกเผยแพร่ข้อมูลทางสื่อสังคมออนไลน์ว่าอาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว เดินทางเข้าวัดสระเกษเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและเรียกร้องความเป็นธรรม โดยยืนยันว่าลูกชายยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำและถูกอายัดตัวตามคำสั่งศาล จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะออกมาก่อเหตุ พร้อมระบุว่าเพิ่งเดินทางไปเยี่ยมลูกชายในเรือนจำเมื่อไม่นานมานี้ และยินดีให้ตำรวจ นายอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเอกสารเพื่อยืนยันข้อเท็จจริง

แม่ของชายที่ถูกกล่าวถึง ยืนยันว่า หากลูกชายเป็นผู้กระทำผิดจริงก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและรับโทษตามกฎหมาย แต่การนำข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงไปเผยแพร่จนทำให้สังคมเข้าใจผิด ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและครอบครัวอย่างมาก จึงขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และพร้อมดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ เพื่อพิสูจน์ความจริงและคืนความเป็นธรรมให้กับครอบครัวต่อไป