ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ผู้ว่าฯ สงขลา ร่วมกับ ตร.ภาค 9 ปปส.ภาค9 และฝ่ายปกครองสงขลา แถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายยยาเสพติดลำเลียงไอซ์ผ่านขนส่งเอกชน จำนวน 205 กก. พบเตรียมลักลอบส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ยึดของกลางรวมทรัพย์สินมูลค่ากว่า 45 ล้านบาท
วันนี้ (17 ส.ค.) นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย ตำรวจภูธรภาค 9, ฝ่ายปกครองจังหวัดสงขลา และเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.ภาค 9 ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ สามารถยึดไอซ์ จำนวน 205 กก. ซึ่งมีการลักลอบส่งเป็นพัสดุมากับบริษัทขนส่งเอกชนแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมีปลายทางส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
โดยการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชปส.ภ.9, ชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.หาดใหญ่ และเจ้าพนักงาน ปปส.ภาค 9 ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการลักลอบส่งพัสดุซึ่งมียาเสพติดซุกซ่อนอยู่จำนวนมาก จึงร่วมกันบูรณาการกำลังจนกระทั่งจับกุมตัว นายวิชาญ หรือดอน ไกรแก้ว (ผู้ถูกจับที่ 1) ขณะรับพัสดุซุกซ่อนไอซ์ จำนวน 205 กก. โดยใช้รถยนต์กระบะ ทะเบียน บฉ 5577 สตูล เป็นยานพาหะ จากบริษัทขนส่งเอกชนแห่ง ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
จากการขยายผลทราบว่า นายวิชาญหรือดอนฯ จะนำไอซ์ดังกล่าวไปส่งมอบให้กับ นายอิสมาแอล หรือแอน มัธยม (ผู้ถูกจับที่ 2) และนายรุ่งตะวัน หรือรุ่ง ศรีจำปา (ผู้ถูกจับที่ 3) ที่บ้านพักภายในหมู่บ้านธารทิพย์วิลล่า ม.3 ต.ควนลังอ.หาดใหญ่ฯ จึงขออนุมัติครอบครองยาเสพติดเพื่อขยายผลฯ นำสู่การจับกุม นายอิสมาแอล (ผู้ถูกจับที่ 2) และนายรุ่งตะวัน (ผู้ถูกจับที่ 3) ขณะเข้ามาตรวจนับจำนวนไอซ์ที่บ้านพักดังกล่าว
จากการสอบถาม นายอิสมาแอล ให้การว่า ได้รับการว่าจ้างให้พวกตนรับพัสดุซุกซ่อนไอซ์และส่งต่อไปให้ลูกค้า เคยร่วมกันก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้ว 3 ครั้ง รับไอซ์มาแล้วมากกว่า 800 กิโลกรัม ได้รับค่าจ้างครั้งละ 160,000-200,000 บาท
ต่อมาขยายผลจับกุม นายอัส ดันณี หรือนี หมัดหลง (ผู้ถูกจับที่ 4) ชาว จ.นราธิวาส ผู้มารับพัสดุไอซ์อีกทอดหนึ่ง ได้พร้อมรถยนต์กระบะ ทะเบียน งค 4251 สงขลา ที่ใช้เป็นยานพาหนะในการลำเลียง จับกุมได้บริเวณริมถนนกาญจนวนิช (ฝั่งขาออก) ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดย นายอัสดันณี ให้การรับสารภาพว่า ได้รับคำสั่งให้นำไอซ์ไปส่งมอบให้แก่ลูกค้าชาวมาเลเซีย บริเวณท่าเทียบเรือชายแดนไทย-มาเลเซีย ในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส โดยมีผู้ร่วมขบวนการอีก 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์คอยสำรวจเส้นทางให้ตนเอง
โดยผลการตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดฯ ในครั้งนี้ ประกอบด้วย ไอซ์จำนวน 205 กก. มูลค่าประมาณ 41 ล้านบาท พร้อมด้วย รถยนต์ จำนวน 3 คัน, รถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน และบ้านอาคารพาณิชย์ จำนวน 1 หลัง รวมมูลค่าประมาณ 4,500,000 บาท
นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นการสนองนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มุ่งเน้นให้ทุกภาคส่วนบูรณาการทำงานร่วมกัน ทั้งด้านการปราบปราม ป้องกัน และบำบัดรักษายาเสพติดอย่างเข้มข้น ซึ่งผลสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากการประสานงานร่วมกันระหว่างตำรวจภูธรภาค 9, ปปส. ภาค 9 และจังหวัดสงขลา หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากสายลับเรื่องการขนส่งยาเสพติดผ่านบริษัทเอกชน จนนำไปสู่การสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดได้ในพื้นที่สงขลา โดยพบว่ายาเสพติดดังกล่าวมุ่งหมายจะส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลำเลียงไปยังประเทศที่สามต่อไป
ขณะที่ ป.ป.ส.ภาค 9 กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มนักค้ายาเสพติดได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการลำเลียงโดยหันมาใช้ระบบขนส่งพัสดุภัณฑ์และขนส่งเอกชนมากขึ้น เนื่องจากมีต้นทุนต่ำและเสี่ยงต่อการถูกจับกุมน้อย พร้อมฝากเตือนประชาชนห้ามรับฝากสิ่งของ สัมภาระ หรือพัสดุจากผู้อื่นโดยเด็ดขาด เพราะหากเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ผู้รับฝากจะต้องถูกดำเนินคดีด้วย นอกจากนี้ ยังย้ำเตือนผู้ประกอบการขนส่งให้ปฏิบัติตามมาตรการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งการจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้บริการไว้อย่างน้อย 180 วัน การแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเมื่อพบสงสัย และการติดป้ายเตือนโทษยาเสพติดให้เห็นชัดเจน โดยหากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 ถึง 50,000 บาท ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสยาเสพติดได้ที่สายด่วน ปปส. โทร. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง


