ศูนย์ข่าวภูเก็ต – ผู้ว่าฯ ภูเก็ต เผยความคืบหน้าตรวจสอบ “ชาบัด” ในพื้น มี 2 จุด สั่งปกครอง-ตร.เฝ้าติดตามพฤติกรรมและการประกอบธุรกิจของอิสราเอลและต่างชาติอย่างใกล้ชิด หลังพบเชื่อมโยงโครงสร้างธุรกิจไม่ปกติ แหล่งข่าวระบุพบต่างชาติได้สัญชาติไทยเพียบรวมทั้งชาวอิสราเอล
จากกรณี “ชาบัด” หรือ ศูนย์รวมกิจกรรมทางศาสนาและชุมชนของชาวยิว กลายเป็นประเด็นร้อนที่อยู่ในการตรวจสอบของหน่วยงานภาครัฐ หลังมีการตรวจพบว่าเจ้าของสถานที่ที่ตั้ง ชาบัด ภูเก็ต ถือบัตรประชาชนไทย และมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องในหลายจังหวัดกว่า 100 บริษัท เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบ “ชาบัด” และชาวอิสราเอล รวมถึงชาวต่างชาติ อื่นๆ ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากสังคม หลังภาครัฐขยายผลตรวจสอบประเด็นโครงสร้างธุรกิจและข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้นอมินีในจังหวัดภูเก็ต
โดยมีการระบุว่า สำหรับพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ปัจจุบันมี “ชาบัด” อยู่ 2 จุด ประกอบด้วย ชาบัด ป่าตอง ตั้งอยู่บริเวณถนนราชอุทิศ 200 ปี ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ และ พื้นที่ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต โดยทั้งสองจุดเป็นสถานที่รวมตัวและจัดกิจกรรมทางศาสนาของชุมชนชาวยิว
“ที่ผ่านมา จังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะฝ่ายปกครองและอำเภอกะทู้ ได้ติดตามพฤติกรรมของกลุ่มชาวอิสราเอล รวมถึงการประกอบธุรกิจในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อยู่ภายใต้การเฝ้าระวังและตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ มีการตรวจสอบทุกขั้นตอนอยู่แล้วว่า มีการกระทำความผิดใดที่หมิ่นเหม่หรือเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย รวมถึงเรื่องที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือไม่” ผู้ว่าฯ ภูเก็ต กล่าวและว่า
การตรวจสอบในขณะนี้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะพื้นที่ภูเก็ต แต่มีการเชื่อมโยงข้อมูลไปยังจุดต่างๆ ที่มีชาบัดตั้งอยู่หลายสาขาทั่วประเทศ เพื่อบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และไม่ได้จำกัดเฉพาะการตรวจชาวอิสราเอลเท่านั้น แต่มีการตรวจสอบชาวต่างชาติทุกกลุ่มที่โครงสร้างธุรกิจและข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้นอมินีในจังหวัดภูเก็ต
ส่วนจำนวนชาวอิสราเอลที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและพำนักในจังหวัดภูเก็ตนั้น จังหวัดมีฐานข้อมูลอยู่แล้ว และหากพบการกระทำผิดกฎหมาย หรือพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ฝ่ายปกครองและตำรวจจะเข้าตรวจสอบอย่างเข้มข้น
ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ยืนยันว่า จังหวัดมีศูนย์ปฏิบัติการและระบบข้อมูลสำหรับติดตามการกระทำผิดกฎหมาย โดยหากมีการกระทำผิด ข้อมูลจะปรากฏและสามารถนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบได้ พร้อมย้ำว่าการตรวจสอบของภาครัฐจะไม่กระทบต่อนักท่องเที่ยวทั่วไปที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัด นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวจะได้รับความปลอดภัย และไม่ได้รับผลกระทบจากการที่รัฐบาลและจังหวัดกำลังตรวจสอบการกระทำผิดกฎหมายอย่างเข้มข้นในขณะนี้
ผู้ว่าฯ ภูเก็ต กล่าวเพิ่มเติมว่า จากกรณีที่มีการพูดถึงบริษัทที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มชาวอิสราเอลเป็นจำนวนมาก ต้องแยกให้ชัดเจนว่า ในพื้นที่ภูเก็ตมีจุดที่เกี่ยวข้องกับชาบัดอยู่ 2 จุดเท่านั้น ซึ่งจังหวัดได้ติดตามทั้งสองพื้นที่อย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน หากส่วนกลางต้องการข้อมูลสนับสนุน จังหวัดพร้อมส่งข้อมูลเพื่อบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยปัจจุบันจังหวัดมีฐานข้อมูลกลางหลายด้านที่สามารถนำมาใช้ประกอบการตรวจสอบและดำเนินการภายในพื้นที่ได้ สำหรับประเด็นการสืบสวนเชิงลึกนั้น จังหวัดได้ส่งข้อมูลให้หน่วยงานส่วนกลางนำไปดำเนินการต่อ เนื่องจากพบความเชื่อมโยงกับบริษัทที่เข้าไปดำเนินกิจการใน 5 จังหวัด
ทั้งนี้ จังหวัดภูเก็ตยังคงติดตามสถานการณ์และประสานข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปตามกฎหมาย ขณะเดียวกันยังคงยืนยันถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ท่องเที่ยวของจังหวัด
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุถึงการตรวจสอบ การถือบัตรประชาชนของคนไทย และ ต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับ ชาบัด และได้บัตรประชาชน หลังมีการตรวจพบว่า มีไม่น้อยกว่า 2 คน มีข้อมูลที่ชุดสืบสวนตรวจสอบ พบว่า เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 กระทรวงมหาดไทยมีประกาศให้สัญชาติไทยแก่บุคคลต่างด้าวจำนวน 46 คน โดยมีทั้งชาวจีน อังกฤษ อเมริกัน และอิสราเอล ในจำนวนนี้ พบครอบครัวชาวอิสราเอลและชาวอเมริกันครอบครัวหนึ่ง ได้รับสัญชาติไทยพร้อมกันถึง 6 คน โดยมีข้อมูลระบุภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ ยังพบผู้ได้รับสัญชาติไทยอย่างน้อย 2 คน ซึ่งมีบทบาทสำคัญเกี่ยวข้องกับการบริหารและกิจกรรมทางศาสนาของชุมชนชาวยิวในประเทศไทย ที่มีสถานที่ประกอบศาสนกิจในเมืองท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง ทั้งกรุงเทพมหานคร ภูเก็ต เกาะพะงัน เกาะสมุย ปาย และเชียงใหม่ และ หนึ่งในผู้ได้รับสัญชาติไทยเมื่อปี 2560 ปัจจุบันมีชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นในบริษัทต่าง ๆ มากถึง 34 บริษัท โดยมีทั้งบริษัทที่ประกอบกิจการโดยตรง และบริษัทที่เข้าไปถือหุ้นร่วมกับบริษัทหรือบุคคลต่างชาติ จำเป็นต้องตรวจสอบว่า ผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยเป็นผู้ลงทุนและควบคุมกิจการจริงหรือไม่ หรือมีการใช้สถานะความเป็นคนไทยเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว


