ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - เทศบาลนครหาดใหญ่จับมือฝ่ายปกครอง ปภ. และศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติจัดประชาคมเตรียมตั้งหอเตือนภัย 3 จุดในเขต อ.หาดใหญ่ ติดอุปกรณ์ตรวจวัดอากาศ พร้อมใช้แจ้งเตือนประชาชน ด้านจังหวัดสงขลาเปิดตัวหาดใหญ่ โมเดล พลัส เน้นบทบาทของชุมชนเป็นศูนย์กลางในการมีส่วนร่วม จัดการความเสี่ยงภัยพิบัติ
เทศบาลนครหาดใหญ่ รายงานว่า เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ได้ร่วมกับอำเภอหาดใหญ่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ จัดประชาคมเดินหน้าโครงการติดตั้งหอเตือนภัย ยกระดับการแจ้งเตือนภัยพิบัติ-รับมืออุทกภัย เพื่อให้กระจายข่าวสารและแจ้งเตือนภัยพิบัติได้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพสูงสุด
โครงการดังกล่าวกำหนดพื้นที่ยุทธศาสตร์ติดตั้งหอเตือนภัย 3 จุด ได้แก่ 1.สวนหย่อมศุภสารรังสรรค์ ภายในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ 2.สนามกีฬาวัดปลักกริม และ 3.ที่ทำการชุมชนบ้านปลักธง ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ โดยหอเตือนภัยจะติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดสภาพอากาศ เพื่อสนับสนุนการติดตามสถานการณ์ฝนตกหนักและอุทกภัย รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการแจ้งเตือนและสื่อสารกับประชาชนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
ทั้งนี้ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะทั้งหมดจากการจัดประชาคมจะนำไปประกอบการพัฒนาและปรับปรุงรายละเอียดโครงการ เพื่อให้การติดตั้งหอเตือนภัยสอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ และช่วยยกระดับศักยภาพเมืองหาดใหญ่ในการเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และรับมือสถานการณ์อุทกภัยได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
นอกจากนี้ จากการที่จังหวัดสงขลาได้ชูการบริหารจัดการพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ ผ่านโครงการ “Hat Yai Model Plus” ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พัฒนาระบบเตือนภัยน้ำท่วมแบบ Real-time นั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่ห้องประชุมโรงเรียนเทศบาล 4 อ.หาดใหญ๋ โครงการวิจัยสร้างความเข้มแข็งของชุมชนตามแนวทางหาดใหญ่โมเดลพลัส เพื่อการรับมืออุทกภัยพื้นที่เมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ดำเนินการโดย รศ.ดร.นฤทธิ์ ดวงสุวรรณ์ ศูนย์อาสาสมัคร ม.อ. มูลนิธิชุมชนสงขลาและภาคีเครือข่าย ได้ประชุมเปิดตัวโครงการ โดยมีนายโสภณ ทองใส หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเป็นประธานเปิดการประชุม มีผู้เข้าร่วมจำนวน 149 คน จากชุมชนเป้าหมาย 40 ชุมชน คณะทำงาน และภาคีเครือข่าย
โครงการวิจัยจะนำแนวทาง “หาดใหญ่โมเดล” มายกระดับ ภายใต้ฐานคิด CBDRM (Community-Based Disaster Risk Management) เน้นบทบาทของชุมชนในการมีส่วนร่วม จัดการความเสี่ยงภัยพิบัติ โดยให้ชุมชนเป็นศูนย์กลางของกระบวนการในการวิเคราะห์ความเสี่ยง การจัดทำแนวปฏิบัติ (SOP) เพื่อการรับมือภัยพิบัติ ทั้งก่อนเกิดภัย ขณะเกิดภัย และหลังเกิดภัย การเตรียมความพร้อมของชุมชน ด้วยการดูแลกลุ่มเสี่ยงและเปราะบางที่สุด ได้แก่ กลุ่มบ้านชั้นเดียว บ้านผู้ป่วย คนพิการ โดยพัฒนากลไกอาสาสมัคร ประจำชุมชน/กลุ่มชุมชน มาช่วยประสานส่งต่อข้อมูล รวมถึงการช่วยเหลือกันภายในชุมชน และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นำแนวทางปฏิบัติที่มีข้อสรุประดับอำเภอ และจังหวัดมาปรับใช้ ให้สอดคล้องกัน ประกอบด้วยกลไกความร่วมมือจากภาครัฐได้แก่ ปภ.จังหวัด ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ ฝั่งตะวันออก ศูนย์อุทกวิทยาโครงการชลประทาน โดยมีเจ้าภาพหลักคือ 4 อปท. ภาควิชาการได้แก่ ศูนย์อาสาสมัคร ศูนย์วิจัยภัยพิบัติธรรมชาติฯ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ภาคเอกชน ได้แก่ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยจังหวัดสงขลา ภาคประชาสังคมได้แก่ มูลนิธิชุมชนสงขลา มูลนิธิเครือข่ายเมืองภาคใต้เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มูลนิธิอาสาสร้างสุข มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน เป็นต้น
ทั้งนี้ จะมีการแบ่งกลุ่มย่อยตามกลุ่มชุมชน 7 กลุ่ม จัดทำแผนการลงพื้นที่เพื่อประชุมกลุ่มย่อยจัดทำแผนชุมชนของ 40 ท้องถิ่นเป้าหมาย โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ 12 สิงหาคม-10 กันยายน 2569 ชุมชนละ 3 ครั้งๆ ละ 30 คน รวม 120 ครั้ง โดยชุมชนกำหนดวันเวลา สถานที่ของตนเอง ก่อนที่จะประชุมระดับกลุ่มชุมชนทั้ง 7 กลุ่มๆ ละ 2 ครั้งในช่วงเวลาปลายเดือนกันยายน และพัฒนาศักยภาพแกนนำอาสาสมัครเตือนภัย กู้ภัย และเปิดศูนย์ประสานงานพร้อมซ้อมแผนระดับกลุ่มชุมชนในช่วงตุลาคม


