ศูนย์ข่าวภูเก็ต - นร.ไทย ถูก นร.หญิงพม่า ต่างโรงเรียน ทำร้ายร่างกายในห้องน้ำโรงเรียนตัวเอง ยังผวา หวั่นเรื่องความปลอดภัย เรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแล ด้าน ผอ.ระบุวันเกิดเหตุเด็กจากภายนอกแอบเข้ามาแอบอยู่ในโรงเรียนก่อนก่อเหตุ เตรียมตรวจสอบนกต่อ
จากกรณีเกิดเหตุ นักเรียนหญิงชาวพม่า จากต่างโรงเรียน เข้ามาทำร้าย นร.หญิงไทย ภายในโรงเรียนเชิงทะเลวิทยาคม ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งบังคับให้ก้มกราบตีนก่อนเตะเสยหน้า และกดหน้าลงในโถสวม โดยเหตุเกิดวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา
ล่าสุด วันนี้ (10 ส.ค. 69) นาวาตรีฐาพล สมสกุล หัวหน้าฝ่ายบริหารงานบุคคล กอ.รมน.จังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายอัครวุธ ไกรศรีสมบัติ หรือ “เต้” กลุ่มไทยไม่ทน ลงพื้นที่เยี่ยมเด็กหญิงหนู (นามสมมติ) อายุ 14 ปี นักเรียนโรงเรียนเชิงทะเลวิทยาคมจุติก้องอนุสรณ์ ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุถูกเด็กหญิงชาวเมียนมา อายุ 12 ปี จากต่างโรงเรียนทำร้ายภายในห้องน้ำของโรงเรียน พร้อมพบครอบครัวเพื่อสอบถามอาการ รับฟังปัญหา และหาแนวทางช่วยเหลือเยียวยา
โดย เด็กหญิงหนู เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังมีอาการปวดตามร่างกาย มีร่องรอยฟกช้ำ และยังรู้สึกหวาดกลัว โดยกังวลเรื่องความปลอดภัยหลังจากนี้ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลอย่างต่อเนื่อง
จากนั้นคณะ ได้เข้าพบ นายจารุวัฒน์ วิกรมธีรานันท์ ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมตัวแทนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา นักจิตวิทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อหารือข้อเท็จจริงและมาตรการดูแลนักเรียนทั้งผู้เสียหายและผู้เกี่ยวข้อง
โดยโรงเรียนชี้แจง ว่า เหตุเกิดภายในห้องน้ำ โดยมีนักเรียนที่เห็นเหตุการณ์แจ้งผ่านแชตของโรงเรียน ก่อนครูฝ่ายปกครองจะเข้าตรวจสอบและควบคุมสถานการณ์ พร้อมประสานตำรวจเข้าดำเนินการตามกฎหมาย โดยครูเป็นผู้พานักเรียนไปแจ้งความ ยืนยันว่าไม่มีบุคคลภายนอกหรือผู้มีอิทธิพลโทรศัพท์มากดดันหรือสั่งการโรงเรียน
ส่วนกรณีมาตรการรักษาความปลอดภัย โรงเรียนระบุว่า พื้นที่บางส่วนมีเส้นทางสัญจรร่วมกับชุมชน จึงปรับทางเข้า-ออกให้เหลือช่องทางหลักเพียงจุดเดียว ขณะที่บุคคลภายนอกต้องขออนุญาตก่อนเข้าพื้นที่ และไม่อนุญาตให้เข้าไปพบนักเรียนโดยพลการ อย่างไรก็ตาม ในวันเกิดเหตุพบว่าเด็กจากภายนอกสามารถแอบเข้ามาและหลบอยู่ภายในโรงเรียนได้ ก่อนเกิดเหตุ โดยครูได้รับแจ้งจากนักเรียนผ่านช่องทางออนไลน์และรีบเข้าระงับเหตุ
ผู้อำนวยการโรงเรียน ยอมรับว่า ขณะเกิดเหตุไม่มีครูเห็นเหตุการณ์โดยตรง และโรงเรียนยังไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำ เนื่องจากค่าจ้างที่จัดสรรไว้ค่อนข้างต่ำ ทำให้จัดหาบุคลากรได้ยาก ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับฝ่ายท้องถิ่นเพื่อเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย
ส่วนข้อกล่าวหาว่า มีนักเรียนชาวเมียนมาวางแผนล่อลวงให้เด็กลงมาพบก่อนนำไปยังห้องน้ำ โรงเรียนอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาพฤติกรรมของนักเรียนแต่ละรายตามหลักฐาน
ด้านมารดาของเด็กหญิงผู้เสียหาย ระบุว่า ครอบครัวได้พูดคุยเรื่องค่าเสียหายกับครอบครัวคู่กรณี จริง เบื้องต้นเรียก 5,000 บาท แต่มีการต่อรองเหลือ 3,000 บาท พร้อมยืนยันว่า จากการพูดคุยไม่พบว่าญาติของเด็กชาวเมียนมา มีความเกี่ยวข้องกับนักการเมืองท้องถิ่นตามที่มีการเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์
ขณะที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาได้ส่งนักจิตวิทยาเข้าประเมินสภาพจิตใจเด็กผู้เสียหายและนักเรียนที่เกี่ยวข้อง พร้อมเตรียมอบรมครูและบุคลากรเรื่องการป้องกันความรุนแรง การดูแลสุขภาพจิต และการสังเกตพฤติกรรม เพื่อให้สามารถช่วยเหลือนักเรียนได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น


