ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - การยางแห่งประเทศไทยเตือนภัยวิกฤตยางพารา สั่งห้ามใช้ "สารจับตัวยางชนิดผง-ผงขาว" พบแล้ว 5 ชนิด หวังเร่งให้ยางแข็งตัวเร็ว-เพิ่มน้ำหนัก โรงงานประกาศปฏิเสธรับซื้อทันที ปรับขั้นต่ำ 20,000 บาท พร้อมจ่อฟ้องดำเนินคดี
นายญาณกิตติ์ ฮารุดีน รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า กยท.พร้อมด้วยกลุ่มผู้ประกอบการโรงงานรับซื้อยางพารา ได้ออกประกาศเตือนภัยด่วนที่สุดถึงเกษตรกร ชาวสวนยาง และพ่อค้ารับซื้อยางทั่วประเทศ หลังตรวจพบพฤติกรรมการนำ "สารจับตัวยางชนิดผง" หรือ "ผงขาว" และสารเคมีต้องห้ามประเภทต่างๆ มาเจือปนในน้ำยางสด ยางก้อนถ้วย และยางแผ่น เพื่อหวังเร่งให้ยางแข็งตัวเร็วและเพิ่มน้ำหนัก ซึ่งถือเป็นการทำลายคุณภาพและห่วงโซ่อุตสาหกรรมยางพาราไทยอย่างร้ายแรง
จากการตรวจสอบในระบบการผลิต พบกลุ่มสารเคมีต้องห้ามที่ถูกนำมาใช้ผิดประเภท ดังนี้ 1. ชนิด A (ผงขาวละเอียด) มักใช้ผสมเพื่อให้ยางจับตัวและแข็งตัวเร็วกว่าปกติ 2. ชนิด B (เม็ดใส/ขาว) ใช้ผสมเพื่อเพิ่มน้ำหนัก 3. ชนิด C (ก้อนขาว/เนื้อกลม) ใช้ผสมเพื่อช่วยเร่งการจับตัว 4. ชนิด D (ผง/ก้อนสีขาว) ใช้ผสมเพื่อเร่งน้ำหนักยาง และ 5. ชนิด E (ผงเกล็ด/ผงขาว) ใช้ผสมเพื่อเพิ่มน้ำหนักยาง
วิธีสังเกตลักษณะยางที่สงสัยว่าเจือปนสารต้องห้าม คือ เนื้อสัมผัสผิดธรรมชาติ ยางมีลักษณะแข็งกระด้าง ผิวสัมผัสเหนียวแห้ง หรือเมื่อเหยียบจะมีความแน่นเด้งสู้เท้าผิดปกติ กลิ่นฉุนเคมี ไม่มีกลิ่นยางธรรมชาติ แต่มีกลิ่นฉุนคล้ายพลาสติก สารเคมี หรือกลิ่นยางรัดถุงแกง ความผิดปกติเมื่อแปรรูป เมื่อนำไปรีดแล้วเนื้อยางจะแตกตัวยุ่ย ไม่ติดกัน มีฟองมาก ไม่สามารถจับตัวเป็นแผ่นได้ ผิวภายนอกแข็งแต่ภายในยังอุ้มน้ำและมีสีขาวผิดปกติ
เมื่อนำไปเข้ากระบวนการอบ ส่วนที่เป็นยางตายผสมผงเคมีจะไม่สุกและเกิดอาการเปื่อยเสียหาย ค่าความเป็นกรดรุนแรง ตรวจพบค่า pH สูงถึง 0–1 ซึ่งมีความเป็นกรดกัดกร่อนรุนแรง ปกติยางพาราควรมีค่า pH อยู่ที่ 3–5
การนำสารผงเคมีมาใช้โดยขาดความรู้ความเข้าใจ ก่อให้เกิดความเสียหายในทุกมิติ 1. ด้านคุณภาพยาง ยางแข็งกระด้าง ความหนืดต่ำ ความยืดหยุ่นต่ำ คุณภาพยางตกต่ำอย่างรุนแรง 2. ด้านสภาพดิน สารเคมีตกค้างทำให้ดินเค็ม ดินอัดแน่นแข็ง ทลายการระบายอากาศและน้ำในดิน 3. ด้านสุขภาพต้นยาง เสี่ยงต่อการเกิด "โรคเปลือกแห้ง" (ยางตายนึ่ง) ส่งผลให้การเจริญเติบโตของต้นยางลดลงและผลผลิตหดหายในระยะยาว และ 4. ด้านสิ่งแวดล้อม สารเคมีชะล้างลงแหล่งน้ำ ทำให้น้ำเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชุมชน
ขณะนี้กลุ่มโรงงานรับซื้อยางพาราทั่วประเทศได้ยกระดับมาตรการตรวจสอบเข้มงวด โดยกำหนดเกณฑ์ปฏิบัติชัดเจน หากตรวจพบสารต้องห้ามจะไม่รับซื้อทันที ปรับขั้นต่ำ 20,000 บาท โรงงานจะพิจารณาเรียกค่าปรับจากผู้ส่งขายทันทีเพื่อชดเชยความเสียหาย และดำเนินคดีตามกฎหมาย กรณีพบเจตนาปลอมปนเพื่อหลอกลวง จะถูกส่งตัวดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271 มีโทษจำคุกและปรับ
ข้อแนะนำสำหรับเกษตรกร ควรใช้น้ำยางสดคุณภาพดี ไม่เจือปนสิ่งแปลกปลอม ใช้กรดฟอร์มิกตามมาตรฐานในอัตราส่วนที่เหมาะสมเท่านั้น ห้ามเติมผง สารเคมี หรือสิ่งเจือปนอื่นๆ เพื่อเพิ่มน้ำหนักหรือเร่งยางแข็งตัวโดยเด็ดขาด รักษาความสะอาดของอุปกรณ์ ภาชนะ และพื้นที่การผลิตเพื่อร่วมกันรักษาสภาพแวดล้อมและสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมยางพาราไทยอย่างยั่งยืน


