ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ผู้ว่าฯ สงขลายกแผนรับมือน้ำท่วมปลายปี "หาดใหญ่ โมเดล พลัส" บริหารจัดการพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ จับมือ ม.อ.พัฒนาระบบเตือนภัยแบบเรียลไทม์ มอบ 4 รองผู้ว่าฯ กำกับดูแลคนละเขตในพื้นที่ ทน.หาดใหญ่ ทำงานได้โดยไม่ต้องรอสั่งการ
วันนี้ (7 ส.ค.) สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา รายงานว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคใต้ ครั้งที่ 1/2569 ผ่านระบบประชุมทางไกล (Zoom Meeting) จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมีนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม พร้อมด้วยนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมติดตามและกำชับแนวทางบริหารจัดการน้ำในระดับภูมิภาค
นายรัฐศาสตร์ เปิดเผยว่า จังหวัดสงขลาได้ชูการบริหารจัดการพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ ผ่านโครงการ “Hat Yai Model Plus” ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พัฒนาระบบเตือนภัยน้ำท่วมแบบ Real-time และระบบบริหารจัดการศูนย์พักพิง มอบหมายให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 4 คนลงพื้นที่กำกับดูแลเทศบาลนครหาดใหญ่แยกเป็น 4 เขตอย่างใกล้ชิด ซ้อมแผนเผชิญเหตุร่วมกับชุมชน 103 ชุมชน และจัดตั้งคณะทำงานศูนย์บัญชาการปฏิบัติการ 10 ฝ่าย เพื่อขับเคลื่อนการทำงานได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุโดยไม่ต้องรอสั่งการ
นายรัฐศาสตร์ยังได้นำเสนอความพร้อมของพื้นที่ โดยได้ถอดบทเรียนจากสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมาและจัดทำแผนเผชิญเหตุเชิงรุก โดยได้ดำเนินการกำจัดวัชพืชแล้วกว่า 12,220 ลูกบาศก์เมตร ขุดลอกคลอง 37 สาย ขุดลอกสิ่งกีดขวางทางน้ำระยะทางรวมกว่า 8.8 กิโลเมตร สำรวจจุดเสี่ยงภัย 85 จุดทั่วจังหวัด เตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัยกว่า 9,910 หน่วย ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 236 เครื่องใน 152 จุดสำคัญ และเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว 197 แห่ง รองรับประชาชนได้มากกว่า 85,000 คน พร้อมทั้งอบรมเจ้าหน้าที่และจิตอาสาอย่างเป็นระบบ
สำหรับงบประมาณและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาระบุว่า นอกเหนือจากแผนงบประมาณของกรมชลประทานรวมกว่า 3.4 หมื่นล้านบาทแล้ว จังหวัดสงขลายังได้เสนอกรอบโครงการเร่งด่วนวงเงิน 88.5 ล้านบาท ต่อรองนายกรัฐมนตรี พร้อมรวบรวมโครงการจาก อปท. และหน่วยงานในพื้นที่รวม 54 โครงการ วงเงินรวมกว่า 2,632 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงระบบระบายน้ำและสร้างความมั่นคงในพื้นที่อย่างยั่งยืน
ด้านนายพิพัฒน์ได้เน้นย้ำข้อสั่งการสำคัญ 4 ประการแก่ทุกหน่วยงาน ได้แก่ การเตรียมความพร้อมก่อนเกิดเหตุ โดยเร่งสำรวจจุดเสี่ยงและจุดอ่อนในระบบบริหารจัดการน้ำ การจัดทำระบบแจ้งเตือนและสายการบังคับบัญชาที่ชัดเจน การบูรณาการแผนเร่งด่วนและระยะยาวในการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟู รวมถึงการเปิดช่องทางให้ทุกหน่วยงานสามารถสะท้อนปัญหาอุปสรรคเพื่อแก้ไขได้ทันที และบูรณาการการทำงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ
นายพิพัฒน์ยังได้กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ บูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง อบจ. เทศบาล และ อบต. ให้เร่งเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมล่วงหน้าจนถึงต้นปีหน้า โดยเน้นย้ำให้ลงพื้นที่สำรวจและจัดตั้ง "พื้นที่ปลอดภัยระดับตำบล" เพื่อเป็นจุดจอดรถของประชาชน พร้อมระบุพิกัดและจำนวนรถที่รองรับให้ชัดเจน เพื่อถอดบทเรียนจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ อ.หาดใหญ่ ที่เกิดน้ำท่วมขังยาวนานที่สุดในรอบ 30–40 ปี พร้อมสั่งการให้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทเตรียมพร้อมดูแลเส้นทางสัญจรเข้าสู่พื้นที่สูงทันที หากพบจุดติดขัดให้ผู้ว่าฯ ประสานแก้ไขโดยเร็ว


