xs
xsm
sm
md
lg

ทวงคืนผืนป่า 8 +5 จุด ทางขึ้น "พระใหญ่" บุกรุกกว่า 40 ราย แต่นกรู้ปิดเงียบ ส่วนหาดพาราไดซ์ และชายหาดใกล้เคียง ต้องดูเจตนารมณ์ของกฎหมาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ปูพรมทวงคืนผืนป่า 8 +5 จุด ทั่วเกาะภูเก็ต พบทางขึ้นพระใหญ่บุกรุก กว่า 40 ราย นกรู้ ปิดร้านเงียบขณะตรวจสอบ ส่วนหาดพาราไดซ์ และชายหาดใกล้เคียง พบว่าอยู่ในเขตป่าฯ และเขต ส.ป.ก.ต้องดูเจตนารมณ์ของกฎหมาย


จากกรณีที่กรมป่าไม้ ได้มีการสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต สำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัดภูเก็ต สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จังหวัดภูเก็ต ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ตำรวจสอบสวนกลาง กองทัพเรือภาคที่ 3 กอ.รมน.ภาค 4 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าทั่วเกาะภูเก็ต ตามนโยบาย “ภูเก็ตโมเดล” โดยปูพรมตรวจ 3 วัน ปฏิบัติการในพื้นที่ 8 + 5 จุด ในพื้นที่ ทั้ง 3 อำเภอ

ล่าสุดวันนี้ ( 5 ส.ค.) ทางจุดปฏิบัติการ โดยนายณัฐพร รักบำรุง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต ว่าที่ร้อยตรี วรัท ตุลยธำรง นิติกรชำนาญการ กลุ่มนิติการ สำนักกฎหมาย กรมป่าไม้ นายมานิต เอกสุวรรณ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต ร่วมกันสรุปผลการปฏิบัติภารกิจทวงคืนผืนป่า ณ ห้องประชุมสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต

โดยนายณัฐพร กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลภายใต้ “ภูเก็ตโมเดล” ที่มุ่งตรวจสอบการครอบครองและการใช้ประโยชน์ที่ดินทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สาธารณะ เขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ หรือพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์แต่มีการใช้ผิดเงื่อนไข หากพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ก็จะดำนินการตามกฎหมาย เพื่อทวงคืนผืนป่ากลับมาเป็นของหลวง


ขณะที่ว่าที่ร้อยตรีวรัท ตุลยธำรง กล่าวว่า การตรวจสอบไม่ได้มุ่งเฉพาะการบุกรุกป่าเท่านั้น แต่จะตรวจสอบความถูกต้องของการออกเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ด้วย โดยเฉพาะพื้นที่เป้าหมาย 8 จุดแรก แม้บางแปลงจะมีโฉนดหรือเอกสารสิทธิ์แล้ว แต่เจ้าหน้าที่จะย้อนตรวจสอบกระบวนการออกเอกสารสิทธิ์ทั้งหมด ทั้งภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลัง สภาพพื้นที่เดิม และการใช้ประโยชน์ในอดีต เนื่องจากบางแปลงยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับที่มาของเอกสารสิทธิ์ รวมถึงบางพื้นที่มีลักษณะเป็นภูเขาและมีความลาดชันเกิน 35 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต้องพิจารณาตามข้อกฎหมายอย่างละเอียด

สำหรับพื้นที่ชายหาดสาธารณะ เช่น หาดพาราไดซ์ และพื้นที่ชายหาดใกล้เคียง พบว่าอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติและเขต ส.ป.ก. ซึ่งแม้จะมีการให้เช่าตามระเบียบของ ส.ป.ก. แต่ยังต้องพิจารณาเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าการใช้พื้นที่เป็นไปเพื่อการเกษตร หรือมีการใช้เพื่อกิจการเชิงพาณิชย์เกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ โดยกรมป่าไม้จะรวบรวมข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ป.ป.ช. บก.ปปป. และ บก.ปทส.

นอกจากนี้ กรมป่าไม้ยังเตรียมเป็นเจ้าภาพประชุมร่วมกับทุกหน่วยงานในวันที่ 6 สิงหาคม เพื่อสรุปผลปฏิบัติการ “ทวงคืนผืนป่าภูเก็ต” ภายใต้แผนปฏิบัติการของรัฐบาล ตามนโยบาย “ภูเก็ตโมเดล” อย่างเป็นทางการ ซึ่งจากการลงพื้นที่ปฏิบัติงาน ทั้ง 8 จุด และ 5 จุด ได้มีการแจ้งความลงบันทึกการตรวจสอบและไว้แล้ว

ว่าที่ร้อยตรีวรัท เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ได้มีการแจ้งความลงบันทึกประจำวันและดำเนินคดีในทุกพื้นที่ที่เข้าตรวจสอบแล้ว ทั้ง 8 จุดแรก และอีก 5 จุดที่เข้าตรวจสอบเพิ่มเติมจากข้อร้องเรียน ซึ่งรวมถึงพื้นที่ทางขึ้นเขาพระใหญ่ วัดพระบาทเกาะแก้วพิสดาร หาดนุ้ย พื้นที่โรงแรมบริเวณหาดราไวย์ และพื้นที่ป่าชุมชนในตำบลกะรนที่ถูกกล่าวหาว่ามีการเข้าใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยประเด็นสำคัญไม่ใช่การนำน้ำออกจากป่าชุมชน แต่เป็นการเข้าใช้พื้นที่ป่าสงวนเพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

สำหรับในส่วนของทางขึ้นพระใหญ่ ต.ฉลอง ต่อเนือง ต.กะรน หรือที่เรียกว่าเทือกเขานาคเกิด จากการตรวจสอบพบว่ามีการก่อสร้างร้านค้า ร้านอาหาร ปางชเง และอื่นๆ มากกว่า 40 รายการ และจากการรังวัดแนวเขตพบว่าสร้างอยู่ในพื้นที่ป่าไม้ จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าผู้ประกอบการเหมือนนกรู้ ต่างก็ปิดร้านกันทั้งหมด ทำให้ช่วงที่เข้าไปตรวจสอบไม่มีใครแสดงตัวเป็นเจ้าของ แต่อย่างไรก็ตามแม้ในช่วงที่เข้าตรวจสอบไม่มีใครแสดงตัวเป็นเจ้าของ แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็จะสืบหาจนทราบตัวตนอย่างแน่นอน


ด้านนายมานิต เอกสุวรรณ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต ชี้แจงกรณีพื้นที่ ส.ป.ก. บริเวณหาดพาราไดซ์และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งอยู่ในแผนตรวจสอบ 2 จุด ว่า ทั้งสองแปลงอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินและได้รับอนุญาตให้เช่าตามระเบียบกิจการส่งเสริมเกี่ยวเนื่องตามมาตรา 30 วรรค 5 ของกฎหมาย ส.ป.ก. โดยผ่านการกำหนดเขตชุมชนจากส่วนกลางและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการที่มีรัฐมนตรีเป็นประธาน ไม่ใช่การอนุญาตโดยจังหวัดเพียงลำพัง

นายมานิตยืนยันว่า ส.ป.ก. มีอำนาจเฉพาะการอนุญาตใช้ที่ดิน ส่วนการก่อสร้างอาคาร การประกอบกิจการ หรือการขออนุญาตด้านอื่น เป็นหน้าที่ของหน่วยงานตามกฎหมายแต่ละฉบับ ทั้งนี้ การให้เช่าพื้นที่ทั้งสองแปลงดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย มีการกำหนดอัตราค่าเช่าตามราคาประเมินของกรมธนารักษ์ และหากผู้เช่าใช้พื้นที่เกินกว่าขอบเขตที่ได้รับอนุญาต ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป