ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ดีป้า ปิดฉากการเดินสายกิจกรรม Cloud Transformation Local Connect: เชื่อมเมือง เชื่อมข้อมูล เชื่อมอนาคต ที่อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดประตูเมืองสองทะเลสู่เมืองอัจฉริยะ หนุนท้องถิ่นภาคใต้ใช้คลาวด์ยกระดับบริการประชาชน
วันนี้ (3 ส.ค.) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า จัดกิจกรรม Cloud Transformation Local Connect: เชื่อมเมือง เชื่อมข้อมูล เชื่อมอนาคต ครั้งที่ 4 พื้นที่ภาคใต้ กิจกรรมภายใต้โครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์เพื่อเมืองอัจฉริยะท้องถิ่น (Cloud Transformation) ซึ่งนับเป็นการปิดฉากกิจกรรมดังกล่าวในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะผลักดันให้หน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นำซอฟต์แวร์
ในรูปแบบ Software as a Service (SaaS) บนระบบคลาวด์มาใช้ยกระดับการบริหารจัดการเมืองและการบริการประชาชน
ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นที่ ห้องคิงส์ตัน โรงแรมคริสตัล หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยได้รับเกียรติจาก นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย ดร.อรฉัตร เลียงพิบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ ดีป้า และ นายรพีพัฒน์ นำนาผล ผู้จัดการสาขาภาคใต้ตอนล่าง ดีป้า ตลอดจนผู้บริหารจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ประกอบด้วย นายปุณณภพ ภาษีทวีเกียรติ นายกเทศมนตรีเมืองกันตัง นายวัชชพล ปริสุทธิ์กุล นายกเทศมนตรีเมืองสะเดา และ นายย๊ะย่า ศรีอาหมัด นายกเทศมนตรีตำบลคูเต่า รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกิจกรรม
นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดในหัวข้อ “เปิดประตูเมืองสองทะเล สู่เมืองอัจฉริยะ” โดยระบุว่า สงขลาเป็นเมืองท่าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน โอบล้อมด้วยทะเลสาบสงขลาและอ่าวไทย จนได้รับการขนานนามว่า เมืองสองทะเล ควบคู่กับการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการคมนาคมของภาคใต้ตอนล่างที่เชื่อมโยงสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จังหวัดจึงกำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาเมืองไว้ว่า ‘สงขลา ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ เชื่อมโยงอาเซียน พัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืน’ มุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างบูรณาการครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ การเดินทางและขนส่ง การดำรงชีวิต พลังงาน และการบริหารภาครัฐ เพื่อให้สงขลาเป็นเมืองที่น่าอยู่ น่าลงทุน
ทั้งนี้ หัวใจสำคัญที่จะทำให้การพัฒนาเมืองอัจฉริยะเกิดผลอย่างแท้จริงอยู่ที่การดึงความร่วมมือระหว่าง อปท. ในพื้นที่ ซึ่งจังหวัดสงขลามีมากกว่า 140 แห่ง ให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน ภายใต้ความร่วมมือของภาครัฐ ท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาควิชาการ ดังที่ประสบการณ์ที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่า การพัฒนาเมืองอัจฉริยะจะเกิดผลอย่างยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อท้องถิ่นเป็นเจ้าของและเป็นผู้ขับเคลื่อนการพัฒนาด้วยตนเอง โดยเทคโนโลยีคลาวด์มิใช่เพียงเครื่องมือทางเทคนิค หากเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูล บริการภาครัฐ และความร่วมมือระหว่างท้องถิ่น
ดร.อรฉัตร เลียงพิบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ ดีป้า กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ที่ได้รับการรับรองเป็นเมืองอัจฉริยะแล้ว 37 เมือง ใน 25 จังหวัด และมีเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ 217 แห่ง ใน 63 จังหวัด โดยภาคใต้มีเมืองอัจฉริยะ 12 พื้นที่ และเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะกว่า 40 แห่ง ขณะที่จังหวัดสงขลามีความโดดเด่นอย่างชัดเจน โดยเทศบาลนครหาดใหญ่ได้รับการรับรองเป็นหนึ่งในเมืองอัจฉริยะของประเทศ และจังหวัดสงขลาได้รับการประกาศเป็นเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมในการพัฒนาเมืองด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง
“ดีป้าจึงผลักดันโครงการ Cloud Transformation เพื่อยกระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด ให้สามารถนำเทคโนโลยีคลาวด์มาใช้พัฒนาการบริการและการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้าหมายให้หน่วยงานท้องถิ่นไม่น้อยกว่า 400 แห่งเข้าร่วมโครงการ ส่งผลให้ประชาชนกว่า 4 ล้านคนเข้าถึงบริการดิจิทัลที่มีคุณภาพ เจ้าหน้าที่รัฐมีทักษะด้านคลาวด์เพิ่มขึ้น และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจกว่า 133 ล้านบาท พร้อมย้ำว่า การ Transform ประเทศ ต้องเริ่มต้นจากการ Transform ท้องถิ่น เพื่อวางรากฐานการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศอย่างยั่งยืน” ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ ดีป้า กล่าว
ขณะที่ นายรพีพัฒน์ นำนาผล ผู้จัดการสาขาภาคใต้ตอนล่าง ดีป้า กล่าวว่า คลาวด์ไม่ได้เริ่มต้นจากเทคโนโลยีดิจิทัลเพียงอย่างเดียว หากเริ่มจากการที่ทุกภาคส่วนนำไปประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ ตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่ และส่งต่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน คลาวด์จึงเปรียบเสมือนฐานข้อมูลกลางที่เชื่อมประชาชนเข้ากับหน่วยงานภาครัฐผู้ให้บริการ ตลอดจนเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแบ่งปันข้อมูลอย่างปลอดภัย ซึ่งจะช่วยสร้างเครือข่ายและต่อยอดไปสู่การพัฒนาโครงการต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคใต้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ด้านบริการซอฟต์แวร์บนระบบคลาวด์ที่เข้าร่วมโครงการนั้น ดีป้า คัดสรรจากบริการดิจิทัลที่ได้รับตราสัญลักษณ์ dSURE และขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัลเรียบร้อยแล้ว รวม 100 ผลิตภัณฑ์และบริการ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ (1) ระบบบริการเพื่อประชาชนโดยตรง เช่น ระบบรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ และระบบดูแลผู้สูงอายุ (2) ระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานภายในหน่วยงาน เช่น ระบบจัดการครุภัณฑ์ และระบบวิเคราะห์ข้อมูลจากกล้องวงจรปิด และ (3) ระบบเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเมืองอัจฉริยะทั้ง 7 ด้าน
ทั้งนี้ บทบาทของ ดีป้า ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะกับบริบทของแต่ละท้องถิ่นเท่านั้น หากยังทำหน้าที่จับคู่ความต้องการของท้องถิ่นเข้ากับบริการดิจิทัลของผู้ประกอบการไทย ผ่านการสนับสนุนในรูปแบบสิทธิ์การใช้งานผลิตภัณฑ์/บริการดิจิทัลที่เข้าร่วมโครงการ มูลค่าสูงสุด 2 แสนบาทต่อโครงการ เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 12 เดือน
นอกจากนี้ ภายในกิจกรรมยังมีการบรรยายและเวทีเสวนาในหัวข้อต่าง ๆ โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การบรรยายหัวข้อ Cloud Transformation 101 โดย ดร.อรฉัตร เลียงพิบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ ดีป้า การบรรยายหัวข้อ กฎหมาย มาตรฐาน และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สำหรับการใช้บริการคลาวด์ภาครัฐ โดย เรืออากาศเอก นพรัตน์ สุจินดา ผู้อำนวยการฝ่ายทดสอบเจาะระบบและประเมินความพร้อม สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ
ตลอดจนเวทีเสวนาหัวข้อ พลิกโฉมท้องถิ่นด้วยคลาวด์ สู่บริการภาครัฐดิจิทัลที่ตอบโจทย์ประชาชน โดยมี นายวิศาล จิรภาพงพันธ์ รองนายกเทศมนตรีนครยะลา นายคมน์อิชณน์ จันทร์ทอง ปลัดเทศบาลเมืองปัตตานี และ นายสุทธิศักดิ์ ฮุยจันทา นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ผู้แทนจากหน่วยงานในพื้นที่ร่วมถ่ายทอดบทเรียนจากการดำเนินงานจริงในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับบริการประชาชน รวมถึงการนำเสนอโซลูชันด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและเทคโนโลยีคลาวด์โดยผู้ประกอบการ กิจกรรม Idea to Impact Lab: จากข้อเสนอสู่เวที Smart City Solutions Awards 2026 และกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching)
สำหรับกิจกรรม Cloud Transformation Local Connect: เชื่อมเมือง เชื่อมข้อมูล เชื่อมอนาคต จัดขึ้นรวม 4 ครั้ง ครอบคลุมทุกภูมิภาค เริ่มจากครั้งที่ 1 พื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 69 ตามด้วยครั้งที่ 2 พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 69 ครั้งที่ 3 พื้นที่ภาคเหนือ ณ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 69 และปิดท้ายด้วยครั้งที่ 4 พื้นที่ภาคใต้ในวันนี้ ก่อนที่ผลงานโดดเด่นจากทุกเวทีจะได้รับคัดเลือกเป็นผลงานต้นแบบเข้าประกวด Smart City Solutions Awards ในเดือนกันยายน 2569
สำหรับหน่วยงานภาครัฐท้องถิ่นที่สนใจ สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ Cloud Transformation ได้แล้ววันนี้ ศึกษารายละเอียดผลิตภัณฑ์และบริการ พร้อมแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการได้ที่ https://short.depa.or.th/CloudDP1 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ cloud.scp@depa.or.th, LINE OA: depaThailand และ Facebook Page: depa Thailand


