ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ป่าไม้ สนธิกำลังลุยตรวจ “หาดพาราไดซ์ ” หนึ่งใน 8 จุด เป้าหมายปฏิบัติการ “ภูเก็ตโมเดล” พบผู้ประกอบการระบุเช่าจาก สปก. ปีละ 1 ล้าน ย้ำดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ด้าน รองอธิบดีย้ำ หาดสาธารณะต้องให้ประชาชนเข้าถึง
ตามที่กรมป่าไม้ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ฝ่ายปกครอง ปปช. ตำรวจ ทหารเรือ ตำรวจสืบสวนกลาง สนธิกำลัง ปูพรมตรวจพื้นที่ 8 จุด ในภูเก็ต หลังบินสำรวจพบต้องสงสัยบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ พื้นที่สาธารณะ โดยพบว่า หาดพาราไดซ์ เป็นพื้นที่ 1 ใน 8 จุดที่จะต้องเข้าตรวจสอบ ซึ่งจุดนี้ นำโดย นายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดี รักษาราชการแทน อธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วยนายณัฐพร รักบำรุง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต นายสุวัฒน์ เสาวรัญ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัดภูเก็ต ผู้แทนสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จังหวัดภูเก็ต ตลอดจนกำลังจากตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ตำรวจสอบสวนกลาง กองทัพเรือภาคที่ 3 กอ.รมน.ภาค 4 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีผู้แสดงตัวเป็นเช่าพื้นที่ ร่วมให้ข้อมูลถึงการดำเนินการและการเช่าที่ดินดังกล่าวในการประกอบธุรกิจ
นายพัฒน์พงษ์ เกล่าวในขณะลงพื้นที่ว่า พื้นที่หาดพาราไดซ์ เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ กอ.รมน.ภาค 4 แจ้งพิกัดให้ตรวจสอบ หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีข้อสั่งการให้กรมป่าไม้เร่งตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงทั่วจังหวัด จากการตรวจสอบเบื้องต้น ผู้ประกอบการชี้แจงว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และมีสัญญาเช่าจาก ส.ป.ก. จังหวัดภูเก็ต จำนวน 3 ฉบับ เพื่อประกอบกิจการร้านค้าในที่ดินชุมชน อายุสัญญา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2568–2570 โดยมีค่าเช่าปีละกว่า 1 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามสำหรับการตรวจสอบเมื่อมีเอกสารเช่าจาก สปก. เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องนำรายละเอียดทั้งหมดไปตรวจสอบตามข้อกฎหมาย เพราะยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาว่า การใช้ประโยชน์พื้นที่ลักษณะนี้สอดคล้องกับกฎหมายป่าไม้และกฎหมายปฏิรูปที่ดินหรือไม่ ก่อนรายงานให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรับทราบเพื่อกำหนดแนวทางดำเนินการ”
รองอธิบดีกรมป่าไม้ ยังได้กล่าวอีกว่า รัฐมนตรีฯ มีนโยบายชัดเจนว่า หากพื้นที่ในเขต ส.ป.ก. ไม่ได้ใช้จัดสรรให้เกษตรกรตามวัตถุประสงค์ ควรพิจารณาส่งคืนให้กรมป่าไม้เพื่อดูแลรักษาพื้นที่ป่าของประเทศ ไม่ให้พื้นที่ป่าลดลงจากการใช้ประโยชน์ผิดวัตถุประสงค์ ประเด็นสำคัญอีกเรื่องคือการเข้าถึงชายหาดสาธารณะ ซึ่งหากพื้นที่ยังอยู่ภายใต้การกำกับของ ส.ป.ก. ก็ต้องร่วมกันกำหนดแนวทางให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเท่าเทียม
“รัฐบาลนโยบายชัดเจนว่า พื้นที่สาธารณะต้องเปิดให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงได้โดยไม่มีเงื่อนไข ไม่ควรมีข้อจำกัดหรือกำหนดให้ต้องใช้บริการของเอกชนก่อนจึงจะเข้าถึงชายหาดได้ เพราะเป็นทรัพยากรของส่วนรวม” นายพัฒน์พงษ์ กล่าว
ด้าน นายนิทัศน์ ประเสริฐเนติกุลผู้เช่าพื้นที่หาดพาราไดซ์ กล่าวว่า ได้เช่าพื้นที่จาก ส.ป.ก. อย่างถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่ปี 2567–2568 โดยดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายปฏิรูปที่ดิน ซึ่งผ่านการทำประชาคมหมู่บ้าน การพิจารณาของเทศบาล จังหวัด และคณะรัฐมนตรี เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวไม่เหมาะสมสำหรับทำเกษตรกรรมและอยู่ในเขตชุมชนแล้ว โดยพื้นที่เช่ามีประมาณ 3 ไร่เศษ จ่ายค่าเช่าปีละกว่า 1 ล้านบาท จึงจำเป็นต้องดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างรายได้สำหรับจ่ายค่าเช่า จ้างงานคนในพื้นที่ และเสียภาษีให้ภาครัฐ
“เราเช่าพื้นที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ได้บุกรุก และชายหาดแห่งนี้ไม่ได้ปิด คนไทยสามารถเข้ามาใช้ชายหาดได้ เพียงแสดงบัตรประชาชนก็มีรถรับส่งให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่วนค่าบริการจะเกิดขึ้นเฉพาะกรณีใช้บริการเตียง อาหาร หรือสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับชายหาดท่องเที่ยวหลายแห่ง” นายนิทัศน์ กล่าว
ผู้เช่ายังกล่าวด้วยว่า เข้าใจนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการเปิดการเข้าถึงชายหาดสาธารณะ แต่ยืนยันว่าพื้นที่แห่งนี้มีประวัติการใช้ประโยชน์มายาวนาน พร้อมให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานในการตรวจสอบเอกสารและข้อเท็จจริง


