ชุมพร - บุกโกดังให้เช่ายึดสินค้าเครื่องปั่นไฟขนาดใหญ่ แอร์ ทีวี จากประเทศจีน หนีภาษีมูลค่าหลายสิบล้าน ตร.ขยายผลสอบอาจเป็นของสแกมเมอร์ เผยมีอดีตกำนัน – ข้าราชการขาใหญ่ เป็นคนกลางประสานเช่าพื้นที่ ด้านเจ้าของอ้างไม่เกี่ยวข้อง
เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจสืบภาค 8 ศุลกากร สนธิกำลัง นำหมายค้นเข้าตรวจสอบโกดังมะพร้าวขนาดใหญ่ในพื้นที่อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร หลังได้รับข้อมูลว่าภายในอาจใช้เป็นสถานที่เก็บสินค้าหลีกเลี่ยงภาษี อาจเกี่ยวโยงแก๊งสแกมเมอร์ พบเครื่องปั่นไฟฟ้าขนาดใหญ่กว่า 50 เครื่อง แอร์ ทีวี อีกจำนวมาก มูลค่ามากกว่า 10 ล้าน เจ้าของโกดังแจงมีคนมาขอเช่าเก็บสินค้า แต่ยังไม่มีหลักฐานมาแสดง พร้อมระบุว่าได้แจ้งให้ผู้เช่านำสินค้าออกหลังหมดสัญญาเช่าแล้ว แต่ยังไม่มีการขนย้าย กระทั่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ด้านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังอยู่ระหว่างขยายผลหาที่มาของสินค้า และตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงกับขบวนการผิดกฎหมายหรือแก๊งสแกมเมอร์หรือไม่
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จังหวัดชุมพร นำโดย พ.ต.กอบศักดิ์ นาคหาญ พ.ท.ชาญณรงค์ ทองแก้ว ชุด ชรต.403 (ช.พ.) สนธิกำลังร่วมกับตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.ชุมพร ชุดสืบสวน ภ.8 เจ้าหน้าที่ศุลกากรชุมพร ตำรวจ สภ.ท่าแซะ และฝ่ายปกครอง นำหมายค้นเข้าตรวจสอบโกดังมะพร้าวแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 12 ตำบลท่าแซะ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร หลังสืบทราบว่าภายในอาจมีการเก็บสินค้าหลีกเลี่ยงภาษีหลายประเภท ะหว่างการตรวจค้น มี น.ส.ฟ้า น้องสาวของเจ้าของโกดัง เป็นผู้นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ โดยโกดังแห่งนี้มีเนื้อที่กว่า 10 ไร่ และมีอาคารเก็บสินค้าหลายหลัง
จากการตรวจสอบโกดังหลังแรก ซึ่งอยู่ติดกับสำนักงาน พบโทรทัศน์ LED ขนาด 85 นิ้ว 55 นิ้ว และ 43 นิ้ว จำนวนมากรวมทั้งเครื่องปรับอากาศพร้อมคอมเพรสเซอร์อีกหลายรายการ รวมมากกว่า 500 เครื่อง นอกจากนี้ บริเวณด้านนอกยังพบเครื่องปั่นไฟ หรือ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดใหญ่จำนวนมาก เบื้องต้นมีการประเมินว่าพบสินค้าประมาณ 50-60 ตู้ ส่วนโกดังหลังที่สอง เจ้าหน้าที่พบโคมไฟ LED เชิงเทียน และถังพลาสติกสีน้ำเงินขนาด 20 ลิตร ภายในบรรจุของเหลวสีขาว ซึ่งได้เก็บตัวอย่างส่งตรวจพิสูจน์เพื่อหาชนิดของสารดังกล่าว
สำหรับโกดังหลังที่สาม เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องมือตัดโซ่เปิดประตูเข้าไปตรวจสอบ ก่อนพบเครื่องปรับอากาศพร้อมคอมเพรสเซอร์จำนวนมากกว่า 100 เครื่อง โดยไม่พบป้ายแสดงการเสียภาษีอากร นอกจากนี้ยังพบกระสอบบรรจุเสื้อผ้า หมวก รองเท้า และเครื่องนุ่งห่มมือสอง ซึ่งระบุว่าเป็นสินค้าผลิตในประเทศจีนอีกจำนวนหนึ่ง
เจ้าหน้าที่จึงบันทึกรายละเอียดทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมอายัดสินค้าทั้งหมดเพื่อดำเนินการตรวจสอบ โดยประเมินมูลค่าเบื้องต้นมูลค่ามากกว่า 10 ล้าน
ด้าน น.ส.ฟ้า เปิดเผยว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าดังกล่าว โดยพี่สาวซึ่งเป็นเจ้าของโกดังเพียงมอบหมายให้นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและชี้จุดจัดเก็บสินค้าเท่านั้น ส่วนรายละเอียดของสินค้าไม่ทราบ เนื่องจากผู้เช่าได้ทำสัญญาเช่าพื้นที่เป็นเวลา 2 เดือน และมีกำหนดเข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อชี้แจงเรื่องสินค้าทั้งหมด
นอกจากนี้ น.ส.ฟ้า ยังเปิดเผยอีกว่า ก่อนหน้านี้มีเพจข่าวแห่งหนึ่งนำเสนอข่าวโดยระบุว่าโกดังอาจเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์ ทั้งที่ยังไม่มีข้อสรุปจากเจ้าหน้าที่ ทำให้ธุรกิจรับซื้อมะพร้าวของครอบครัวซึ่งดำเนินกิจการมากว่า 30 ปี ได้รับผลกระทบด้านชื่อเสียงและความเชื่อมั่นจากคู่ค้าทั่วประเทศ จึงได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเพจดังกล่าวแล้ว
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ทหารได้นำรถบรรทุกจากมณฑลทหารบกที่ 44 ค่ายเขตรอุดมศักดิ์ จังหวัดชุมพร จำนวน 3 คัน เข้าขนย้ายสินค้าทั้งหมดไปเก็บรักษาไว้ที่ด่านศุลกากรอำเภอสวี จังหวัดชุมพร เพื่อรอให้เจ้าของสินค้านำเอกสารมาแสดงภายใน 30 วัน
จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่าเจ้าของสินค้าเป็นหญิงชาวจังหวัดชลบุรี ได้ติดต่อผ่านอดีตกำนันคนดังในอำเภอท่าแซะ และข้าราชการระดับบิ๊กคนหนึ่ง เป็นผู้ประสานให้มาเช่าพื้นที่ดังกล่าวเก็บสินค้าเป็นเวลา 2 เดือน ในอัตราเดือนละ 50,000 บาท รวมค่าเช่า 100,000 บาท ซึ่งได้ชำระครบถ้วนแล้ว และสัญญาเช่าสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อขนย้ายไปยังประเทศเมียนมา ด้าน จ.ระนอง อย่างไรก็ตาม เจ้าของโกดังแจ้งว่าได้ติดต่อให้ผู้เช่านำสินค้าออกจากพื้นที่แล้ว แต่ยังไม่มีการดำเนินการ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น
ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. มีชายและหญิงซึ่งอ้างว่าเป็นตัวแทนบริษัทชิปปิ้งและทนายความที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าของสินค้า เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อชี้แจง แต่ไม่มีใบมอบอำนาจและยังไม่ได้นำเอกสารมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ได้ เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการอายัดสินค้าทั้งหมดไว้ตามขั้นตอนของกฎหมาย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมสืบสวนขยายผล เพื่อตรวจสอบต้นทาง ปลายทาง และเส้นทางการขนส่งของสินค้า รวมถึงตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงกับขบวนการผิดกฎหมายหรือแก๊งสแกมเมอร์ที่มีการขนย้ายตามกระแสข่าวหรือไม่ โดยจะมีการแถลงรายละเอียดอย่างเป็นทางการอีกครั้งเมื่อการตรวจสอบมีความชัดเจน


