xs
xsm
sm
md
lg

ตรังยอดจำหน่ายเทียนพรรษาคึกคัก ส่วนตลาดดอกไม้เงียบเหงา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตรัง - ตรังยอดจำหน่ายเทียนพรรษาปีนี้คึกคักจนสินค้าบางร้านหมดเกลี้ยง ในขณะที่ตลาดดอกไม้กลับเงียบเหงา แถมดอกไม้บางชนิดก็มีราคาพุ่ง 2 เท่าตัว พ่อค้าแม่ค้างดสั่งมาจำหน่าย เพราะสู้ต้นทุนไม่ไหว

วันนี้ (29 ก.ค.) ที่ร้านชัยรุ่งเรืองพาณิชย์ ถนนกันตัง ในเขตเทศบาลนครตรัง ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์รายใหญ่ พบว่า พื้นที่วางสินค้าค่อนข้างโล่ง ไม่พบเทียนพรรษาทั้งขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ซึ่งปกติจะวางเต็มร้าน เพราะขายหมดเกลี้ยง เช่นเดียวกับเครื่องสังฆภัณฑ์ส่วนใหญ่ก็ถูกซื้อไป จนพื้นที่ว่าง พนักงานประจำร้านต้องเร่งจัดสินค้าประเภทจัดเซ็ตมาคอยเติม เพื่อไว้รองรับลูกค้าที่เดินทางมาซื้อไม่ขาดสาย


ทั้งนี้ พนักงานร้าน บอกว่า ช่วงเทศกาลเข้าพรรษาปีนี้คึกคักมาก ลูกค้าทั้งประจำและขาจร รวมทั้งหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียน หน่วยงานเอกชน และวัดต่างๆ ต่างสั่งจองเทียนพรรษา กันล่วงหน้า เพราะกลัวหมด พร้อมระบุให้ทางร้านจัดเซ็ตเครื่องสังฆภัณฑ์ให้ครบเพื่อนำไปถวาย ทั้งประเภท 3 วัด และ 9 วัด ซึ่งปีนี้มีจำนวนมาก โดยเฉพาะเทียนพรรษาขนาดใหญ่ ซึ่งเตรียมไว้ประมาณ 50 ต้น ขายหมดเกลี้ยงมาหลายวันแล้ว เพราะทางร้านมีการจัดโปรด้วย ทั้งโปรลดราคา และโปรของแถม เพราะทางร้านต้องการทำบุญกับลูกค้าด้วย

เช่น เทียนพรรษา ต้นใหญ่ ราคาตั้งแต่ 800-1,800 บาท แต่จัดโปรโมชั่น เช่น ต้นละ 1,800 บาท ลดเหลือต้นละ 1,200 บาท, ต้น 930 บาท เหลือ 800 บาท หรือซื้อเทียนต้นใหญ่ แถมน้ำดื่ม, ชุดรวมเซ็ต โดยทางร้านจะจัดสินค้าเอง คัดแต่สินค้าที่พระสงฆ์สามารถใช้ได้จริงรวมในเซ็ต เช่น เซ็ต 299 บาท, เซ็ต 259 บาท ลดเหลือ 200 บาท, เซ็ต 250 เหลือ 200 บาท, เช็ต 250 บาท เหลือ 199 บาท, เซ็ต 399 บาท เหลือ 250 บาท, หลอดไฟ 3 หลอด เซ็ต 199 บาท หลอดสั้น 179 บาท ทั้งนี้ พอเทียนพรรษาหมด คนก็ซื้อหลอดไฟ และซื้อเซ็ตที่ทางร้านทำมาเติม บรรยากาศจึงคึกคักกว่าทุกปีที่ผ่านมา


อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการจำหน่ายดอกไม้สด ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษานี้ กลับแตกต่างไปจากบรรยากาศการจำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์ โดยบรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า เงียบเหงามากกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา

นางลัดดาภรณ์ ศรีชัย บอกว่า บรรยากาศเงียบมากกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา ยอดขายในปีนี้หายไปเกือบครึ่ง สาเหตุเพราะเศรษฐกิจไม่ดี โครงการไทยช่วยไทยพลัสคึกคักแต่เฉพาะช่วงต้นเดือนประมาณ 1 สัปดาห์เท่านั้น หลังจากนั้นบรรยากาศก็เงียบเหงา ส่วนราคาดอกไม้ เช่น ดอกดาวเรือง ดอกบัว ดอกมะลิ เป็นดอกไม้ที่มีในพื้นที่ราคาขึ้นลงไม่มาก ปรับตามสภาพอากาศ โดยดอกบัว มีราคาดอกละ 10 บาท


แต่ดอกไม้ที่นำเข้าจากต่างพื้นที่ราคาจะปรับสูงขึ้น เช่น ดอกมัมมาเลย์ หรือดอกเบญจมาศ ที่นำเข้าจากประเทศมาเลเซีย ปีนี้มีราคากำละ 180-190 บาท ปีที่แล้วราคา 170-180 บาท หรือปรับขึ้นกำละ 20 บาท ส่วนดอกกล้วยไม้ ซึ่งปกติจะนำเข้าจากภาคกลาง แต่ปีนี้ราคาพุ่งสูงเป็น 2 เท่า จากเดิมมัดละ 70-80 บาท แต่ปีนี้ราคามัดละ 150-160 บาท จึงไม่มีใครกล้าสั่งมาขาย ไม่คุ้มทุน เพราะไม่สามารถปรับราคาขายได้ ลูกค้าไม่ซื้อ

เช่นเดียวกับ นางสมพร เอี่ยมละม่อม ก็บอกว่า บรรยากาศจำหน่ายดอกไม้ปีนี้เงียบเหงามาก ยอดขายหายไปเกือบครึ่ง โครงการไทยช่วยไทยก็ช่วยอะไรไม่ได้ ได้แค่เล็กน้อยช่วงต้นเดือน ไม่เกินวันที่ 5 ก็หมด แถมดอกไม้ที่สั่งมาจากต่างจังหวัด และจากมาเลเซีย ก็มีราคาสูงขึ้นต่อเนื่อง เช่นเดียวกับดอกกล้วยไม้ ปีนี้ก็มีราคาแพงมาก อาจเพราะการขนส่งด้วย จึงไม่สั่งมาขายเลย และเชื่อว่าหลังจากนี้สภาพเศรษฐกิจจะแย่กว่าที่เป็นอยู่อีกมาก