xs
xsm
sm
md
lg

ตัวแทนผู้ครอบครองที่ดินในต.ไม้ขาว เรียกร้อง คพร.จ.ภูเก็ต หยุดประวิงเวลาและรับรองผลการพิสูจน์สิทธิออกโฉนดที่ดิน หลังยื้อมานาน 46 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ตัวแทนผู้ครอบครองที่ดิน ในพื้นที่ตำบลไม้ขาว จ.ภูเก็ต เรียกร้อง คพร. จ.ภูเก็ต หยุดประวิงเวลา และ รับรองผลการพิสูจน์สิทธิ ด้วยมาตรการ คทช. โดยทันที หลังยื่นขอออกโฉนดและต่อสู้มานานกว่า 46 ปี


วันนี้ (28 ก.ค.) นายประสงค์ มณีศรี อายุ 67 ปี และ นายสุธี สหัสวิวรรธน์ อายุ 49 ปี ตัวแทนนายเสนาะ เพาะพันธุ์ดี เจ้าของ สค.1 เลขที่ 60 หมู่ที่ 3(5) ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เนื้อที่ 10ไร่ 3 งาน 70 ตารางวา นำเอกสารแถลงข่าวกับสื่อมวลชน เพื่อเรียกร้องให้ทางจังหวัดภูเก็ต โดยผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในฐานะประธาน คณะกรรมการพิสูจน์สิทธิในที่ดินของรัฐ (คพร. จังหวัดภูเก็ต ) ให้ยุติการประวิงเวลาและรับรองผลการพิสูจน์สิทธิ ด้วยมาตรการ คทช. โดยทันทีเพื่อผดุงไว้ซึ่งความยุติธรรมและประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดินสืบไปในการพิสูจน์สิทธิในที่ดินของนายเสนาะ เพาะพันธุ์ดี ซึ่งได้ทำเรื่องขอออกโฉนดที่ดินแต่ยืดเยื้อมานานถึง 46 ปี ทั้งๆที่มีการพิสูจน์สิทธิตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง แต่จนถึงขณะนี้ทาง คพร.จ.ภูเก็ต ยังไม่มีคำตอบ

นายสุธี สหัสวิวรรธน์ กว่าวว่า ที่ผ่านมา คพร.จ.ภูเก็ต ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบเวลา 180 วัน ที่ได้ให้คำมั่นไว้ ต่อศาล ซึ่งได้ครบกำหนดไปแล้วเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 และที่ผ่านมาได้ปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามมาตรการของ คทช. อย่างไม่มีเหตุผล มองว่าการประวิงเวลาโดยไร้เหตุผลอันควรในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ละเมิดสิทธิของประชาชนและขัดต่อเจตนารมณ์ของศาลปกครอง เท่านั้น แต่ยังสร้างความเสียหายต่อความเชื่อมั่นในระบบสถานราชการส่วนภูมิภาคอย่างร้ายแรง ด้วยการพิสูจน์สิทธิที่ผ่านมา ครบถ้วนถูกต้องตาม มาตรการ คทช. แล้ว โดยมีพยานหลักฐาน คือ เอกสารของกรมที่ดิน 2 ฉบับ ประกอบหลักฐาน ส.ค.1 เลขที่ 60 หมู่ที่ 3(5) ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต แล้วน่าเชื่อได้ว่า ทางฝ่ายผู้ร้องได้มีการครอบครองที่ดินมาก่อนการเป็นที่ดินของรัฐปี พ.ศ 2470 ซึ่งเป็นปีที่ทางราชการได้ประกาศสงวนหวงห้าม


ประกอบกับคำพิพากษา ศาลปกครองภูเก็ต คดีหมายเลขแดงที่ 149/2568 เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 ในรายละเอียดของคำพิพากษา เป็นการรับรองและยืนยันเอกสารของกรมที่ดิน 2 ฉบับ ประกอบหลักฐาน ส.ค.1 เลขที่ 60 น่าเชื่อได้ว่า ทางฝ่ายผู้ร้องได้มีการครอบครองที่ดินมาก่อนการเป็นที่ดินของรัฐ เป็นการพิจารณาที่ถูกต้องแล้ว ตรงตามมาตรการ คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช. ) ข้อ1.3 ที่ว่า พยานหลักฐานนั้นมีส่วนสนับสนุนคำกล่าว อ้างว่ามีการครอบครองทำประโยชน์มาก่อนการประกาศเป็นที่ดินของรัฐ และการที่จะส่งให้ คณะอนุกรรมการอ่านภาพถ่ายทางอากาศ อ่านภาพถ่ายทางอากาศเพื่อหาร่องรอยการทำประโยชน์ ได้นั้นจะต้อง น่าเชื่อได้ว่า ทางฝ่ายผู้ร้องได้มีการครอบครองที่ดินมาก่อนการเป็นที่ดินของรัฐ และได้ใช้ผลภาพถ่ายที่รับรองด้วยคณะอนุกรรมการอ่านภาพถ่ายทางอากาศ ที่ คทช.แต่งตั้งและเป็นภาพถ่ายทางอากาศของกรมแผนที่ทหารที่ถ่ายภาพพื้นที่นั้นไว้เป็นครั้งแรกหลังจากเป็นที่ดินของรัฐ จึงครบถ้วนถูกต้อง ตามมาตรการ คทช. กำหนดทุกประการ

ดังนั้น เมื่อทำทุกอย่างครบถ้วน ครบขั้นตอน ตามที่ มาตรการ คทช. กำหนดไว้แล้ว จึงอยากเรียกร้องให้ คพร. จ.ภูเก็ต ยุติการประวิงเวลาดังกล่าวและมีมติรับรองผลการพิสูจน์สิทธิด้วยมาตรการ คทช. ดังนี้ พิจารณาเอกสารของกรมที่ดินประกอบหลักฐาน ส.ค.1 เลขที่ 60 หมู่ที่ 3(5) ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ประกอบ ผลอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศ ของคณะอนุกรรมการอ่านภาพถ่ายทางอากาศ ที่ผลออกมามีร่องรอยทำประโยชน์เต็มทั้งแปลง แล้วเชื่อได้ว่า ทางฝ่ายผู้ร้องได้มีการครอบครองที่ดินมาก่อนการเป็นที่ดินของรัฐก่อนปี พ.ศ 2470 ซึ่งเป็นปีที่ทางราชการได้ประกาศสงวนหวงห้าม โดยทันที ตามที่เจ้าของที่ดินแปลงดังกล่าวยอมรับเข้าสู่การพิสูจน์สิทธิตามกระบวนการของภาครัฐมาโดยตลอด ตั้งแต่กรมที่ดินเริ่มสอบสวนในปี พ.ศ.2523 จนผ่านมาตรการต่างๆที่ภาครัฐกำหนดครบถ้วน รวมแล้วกว่า 46 ปีประชาชนก็ยังมิได้รับความยุติธรรม "บรรเทาทุกข์ บำรุงสุข" ไม่มีอยู่จริง ปล่อยให้ประชาชน ต้องรอคอยจนเสียชีวิตไปเสียก่อนความยุติธรรมก็ยังไม่เกิดขึ้น

ขณะที่นายประสงค์ มณีศรี ซึ่งเป็นน้องชายของ นายเสนาะ เพาะพันธุ์ดี กล่าวว่า ที่ดินแปลงนี้ตนและครอบครัว อาศัยและทำประโยชน์ในพื้นที่มาตั้งแต่สมัยปู่ เมื่อปี 2442 จนถึงปัจุบัน โดยอาศัยอาศัยทำกินมาตลอดโดยการปลูกมะพร้าวและพืชไร่ และได้มีการยืนขออกโฉนดด้วยความสุจริตและถูกต้องรวมแล้วมีการยื่นเรื่องมาอย่างยาวนาน รวมทั้งการฟ้องร้องต่อศาล จนถึงขณะนี้เวลาล่วงเลยมากว่า 46 ปี แต่ยังไม่มีการชี้ชัดว่าออกได้หรือไม่ได้ ซึ่งการดำเนินการที่ ผ่านมาทำทุกขั้นตอน รวมทั้งการพิสูจณ์โดยภาพถ่ายทางอากาศ แต่ทาง คพร.ไม่เชื่อในหลักฐานที่มี ซึ่งที่ผ่านมาตนเชื่อมาโดยตลอดว่าการออกโฉนดที่ดินต้องออกโดยสุจริต แต่มาถึงวันนี้ตนอยากบอกนายกรัฐมนตรีว่าไม่มีหรอกการออกโฉนดโดยสุจริต เพราะตนทำมาแล้ว ทำตามขั้นตอนทุกอย่างแต่ตอนนี้ยังไม่สามารถออกได้เลยทั้งๆที่หลักฐานมีชัดเจน


อย่างไรก็ตาม สำหรับที่ดินแปลงนี้ในปี 2523 ยังเป็นดินสาธารณะประโยชน์ซังซ่อน เพื่อใช้ประโยชน์ในราชการเป็นท่าเรือให้ประชาชนใช้ร่วมกันระหว่างภูเก็ตและพังงา และได้มีการส่งเรื่องให้อธิบดีกรมที่ดิน โดยอธิบดีกรมที่ดินใช้อำนาจตามมาตรา8 วรรคแรกของประมวลกฎหมายที่ดินตั้งกรรมการสอบและมีความเห็นว่าที่ดินแปลงนี้ได้มาก่อนและสั่งให้มีการออกโฉนดและกันพื้นที่ออกจากที่ดินของรัฐหมดแล้ว ซึ่งในบริเวณดังกล่าวมีหลายแปลงที่เป็นแบบเดียวกันตน หลังจากนั้นในปี 2527 ทางจังหวัดได้ถามกลับว่าสามารถออกโฉนดได้หรือไม่ ซึ่งทางกรมที่ดินได้ตอบกลับมาว่าสามารถออกได้ และให้ปฏิบัติตามระเบียบคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติที่มีในขณะนั้น หลังจากนั้นในปี 2539 มีการยกคำขอออกโฉนดที่ดินของครอบครัวตน

และเมื่อปี 2559 ทางกรมธนารักษ์ให้นำเอกสารที่มีอยู่เข้าพิจารณาของ คพร. และ คพร.ในขณะนั้นมีมติ เชื่อว่าที่ดินแปลงดังกล่าวได้มาก่อนที่จะมีการประกาศเป็นที่ราชพัสดุแปลงที่ 153 จึงส่งให้คณะอนุกรรมการอ่านภาพถ่ายทางอากาศของปี 2510 แต่คณะอนุกรรมการไม่อ่านภาพถ่ายทางอากาศ ครอบครัวตนจึงได้ยื่นฟ้องต่อศาล และ ศาลตัดสินพิพากษา ให้อ่านภาพถ่ายทางอากาศและพิสูจน์สิทธิ ภายใน 90 วัน แต่ทาง คพร.จังหวัด ได้อุทธรณ์คำสั่งต่อเวลาไปอีก 180 วัน ซึ่งตอนนี้ครบ 180 วันไปแล้ว แต่เขายังไม่ดำเนินการ

จริงๆแล้วเรื่องนี้ไม่ควรจะอุทธรณ์เพื่อขยายเวลาเลย ถ้าที่ดินมีร่องรอยการทำประโยชน์ ก็ควรจะมีมติทันทีว่าได้มาก่อน แต่ถ้าไม่มีร่องรอยก็ต้องมีมติว่าได้มาหลังมีการประกาศ เพื่อให้เจ้าของที่ดินได้ดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ตนจึงอยากเรียกร้องให้ คพร.จังหวัด ดำเนินการตามขั้นตอนอย่าประวิงเวลาอีกเลย ตนรอมานานถึง 46 ปี แล้ว ตอนนี้พี่ชายตนซึ่งเป็นผู้ยื่นเรื่องก็ป่วยติดเตียง และตนอยากให้เรื่องนี้จบโดยเร็ว ที่สุด