xs
xsm
sm
md
lg

ยึดยาบ้ากว่า 5 แสนเม็ด! ปัตตานีแถลงมูลค่ากว่า 30 ล้านบาทหากส่งต่อประเทศเพื่อนบ้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปัตตานี - จังหวัดปัตตานีแถลงผลจับเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ ยึดยาบ้ากว่า 5 แสนเม็ด ซุกช่องลับหลังกระบะ หากส่งถึงประเทศเพื่อนบ้านมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท

วานนี้ (24 ก.ค.) ที่สถานีตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี นายไชยพร นิยมแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วย พล.ต.ต.สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี พ.อ.ทวีรัตน์ เบญจาทิกุล รองเสนาธิการ หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี และหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญ พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 506,000 เม็ด ซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในช่องลับที่ดัดแปลงบริเวณหลังเบาะแค็บรถยนต์กระบะ โดยประเมินว่าหากลักลอบส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้สำเร็จ จะมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 30 ล้านบาท
พล.ต.ต.สันทัศน์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดในช่วงเดือนมิถุนายน 2569 พร้อมตรวจยึดยาบ้ารวม 590,000 เม็ด และไอซ์ 200 กิโลกรัม ก่อนสั่งการให้ พ.ต.ท.วัธราวุฒิ เพ็ชรฉุย หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ เร่งติดตามผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนี


ต่อมาเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายฮาซัน ยูโซะ ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ภาคกลาง เพื่อนำส่งให้เครือข่ายในจังหวัดนราธิวาส โดยใช้รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน 2ฒค 3736 กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวและวางแผนสกัดจับ

กระทั่งวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่สกัดรถคันดังกล่าวได้ที่ด่านตรวจเกาะหม้อแกง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี โดยพบผู้ต้องหาขับรถเพียงลำพัง แม้การตรวจค้นเบื้องต้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่เมื่อนำรถไปตรวจสอบอย่างละเอียดที่กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี และทำการสอบสวน ผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพ ก่อนเจ้าหน้าที่ตรวจพบยาบ้าจำนวน 506,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในช่องลับที่ดัดแปลงไว้หลังเบาะของรถกระบะ

จากการสอบสวน นายฮาซันรับสารภาพว่า เคยลักลอบขนยาเสพติดมาแล้ว 2 ครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 200,000 บาท เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลไปยังเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องต่อไป