ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ภูเก็ตยังเดินหน้าจัดการปัญหาต่างชาติถือครองที่ดินโดยไม่มีสิทธิ์ ส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนแล้ว 39 ราย ยังตรวจสอบอีก 317 ราย พร้อมตรวจสอบการบุกรุกใหม่พบจัดการทันที
นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวภายหลัง เป็นประธานการประชุม กต.ตร.จังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 2/2569 โดยมี พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยคณะกรรมการ กต.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภุธรจังหวัดภูเก็ต
ถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาการบุกรุกที่สาธารณะและที่ดินของรัฐ ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า ในส่วนของจังหวัดภูเก็ตนั้นขับเคลื่อนตามนฌยบายรัฐบาบในการจัดการกับผู้บุกรุกที่ดินของรัฐ รวมทั้งในส่วนของต่างชาติที่เข้ามาครบอครองที่ดินโดยใช้นอมินีคนไทย โดยขณะนี้จังหวัดได้ทำการปูพรมตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลพื้นที่ที่มีการบุกรุกที่ดินของรัฐทั้งหมด ในเบื้องต้นมีการตรวจสอบทั้งหมดแล้ว ซึ่งตอนนี้เรื่องจะกระจายไปอยู่ที่คณะกรรมการชุดต่างๆที่มีการแต่งตั้งขึ้นมา
ในเบื้องต้นที่มีหลักฐานชัด 39 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการถือครองโดยกลุ่มทุนต่างชาติอย่างไร้สิทธิและผิดสัดส่วนตามที่กฎหมายกำหนด ขณะนี้แยกแยะกระบวนการและส่งเรื่อง เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเรียบร้อยแล้ว และส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนพื้นที่ใหม่ไม่ว่าตรวจเจอด้วยวิธีการใด ทางจังหวัดก็จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย แม้ว่าบางแปลงจะมีเอกสารสิทธิ์ แต่ถ้ามีข้อสงสัยว่าเป็นการออกเอกสารสิทธิ์ด้วยความถูกต้องหรือไม่ก็จะต้องมีการตรวจสอบที่มาของเอกสารสิทธิ์
อย่างไรก็ตามในส่วนของบริษัทที่มีชาวต่างชาติถือหุ้น ทางจังหวัดได้ส่งเรื่อง ให้ทาง BOI ตรวจสอบด้วยว่ามีการแจ้งขอสนับสนุนเงินกู้จาก BOI โดยไม่เข้าข่ายได้รับการสนับสนุนหรือไม่ในเมื่องไม่มี สิทธิการถือครอง โดยขณะนี้ทาง BOI ยืนยันผลแล้ว 30 ราย และกำลังขยายผลตรวจสอบเชิงลึกอีก 317 ราย หากพบการกระทำผิดหรือนอมินี ในการถือหุ้น จะประสานกับพาณิชย์จังหวัดและกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพื่อดำเนินคดีทันที และ พื้นที่ที่ตรวจพบใหม่แม้จะมีเอกสารสิทธิ์ ได้สั่งการให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเร่งตรวจสอบความถูกต้องของการออกเอกสารสิทธิ์ทุกแปลง เพราะเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน การถือครองที่ดิน และการบุกรุกที่ดินของรัฐเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกัน
นายโชตินรินทร์ ยังได้กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ในส่วนของพื้นที่บุกรุกบริเวณชายหาดบางเทา นายอำเภอถลางได้รายงานว่าผู้บุกรุกเริ่มทำการรื้อถอนแล้ว ทั้งนี้ ได้สั่งการให้อำเภอถลางร่วมกับสำนักงานที่ดินสาขาถลาง ลงพื้นที่ตรวจวัดแนวเขตอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อยืนยันว่ามีการรื้อถอนออกจากแนวเขตบุกรุกทั้งหมดอย่างแท้จริง
สำหรับพื้นที่ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน 4 จุดหลัก ได้แก่ พื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ, พื้นที่หาดฟรีด้อม, หาดบางเทา และหาดนุ้ย ทั้งหมดอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้และกรมอุทยานฯ ได้แจ้งให้ผู้ครอบครองทราบ หากไม่ยินยอมรับทราบจะใช้มาตรการปิดประกาศตาม พ.ร.บ. ต่อไป
นอกจากนี้ ในเรื่องการจัดการผลกระทบสิ่งแวดล้อมและน้ำเสีย ได้สั่งการล่วงหน้าแล้ว 2 วัน ให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เข้าตรวจสอบกรณีการเปลี่ยนสภาพที่ดินจนเกิดการพังทลายของดินลงสู่ทะเลกระทบแนวปะการังรวมถึงให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) เร่งหาตัวผู้กระทำผิดกรณีปล่อยน้ำเสียลงพื้นที่สาธารณะ


