ศูนย์ข่าวภูเก็ต - มท.2 “พลพีร์” เดินหน้ากวาดล้างธุรกิจนอมินีในภูเก็ตต่อเนื่อง ลุยตรวจโรงแรม พบ 3 แห่ง เปิดไม่มีใบอนุญาต สั่งขยายผลถึงผู้ถือหุ้นและเส้นทางการเงิน และให้จังหวัดดำเนินการตามกฎหมายทันกับโรงแรมที่ทำไม่ถูกต้อง
วันนี้ ( 23 ก.ค.69) นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) พร้อมด้วย นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยมี นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย ร.ต.อ. เขตรัฐ ชาญศิลป์ นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ให้การ เพื่อติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการปราบปรามธุรกิจนอมินีและการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติที่ฝ่าฝืนกฎหมาย โดยหลังจากก่อนหน้านี้ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจที่เข้าข่ายนอมินีและการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ ครั้งนี้ได้มุ่งตรวจสอบสถานประกอบการโรงแรมในพื้นที่ 3 อําเภอของจังหวัดภูเก็ต
มท.2 กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการติดตามผลการปฏิบัติงานของจังหวัดและฝ่ายปกครอง ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี โดยยืนยันว่า จังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง พร้อมนำกำลังเข้าตรวจสอบโรงแรมเป้าหมาย 3 แห่ง ประกอบด้วย โรงแรมขนาด 100 ห้อง โรงแรมขนาดกว่า 240 ห้อง และโรงแรมขนาด 45 ห้อง
จากการตรวจสอบพบว่า ทั้ง 3 แห่งไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม ตามพระราชบัญญัติโรงแรม และบางแห่งได้รับอนุญาตก่อสร้างเป็นอาคารชุดหรืออาคารพักอาศัย แต่กลับนำมาเปิดดำเนินกิจการเป็นโรงแรมเพื่อรับนักท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นการใช้ประโยชน์อาคารไม่ตรงตามที่ได้รับอนุญาต
นอกจากนี้ ยังพบข้อพิรุธเกี่ยวกับโครงสร้างการถือหุ้น โดยบางบริษัทมีชาวต่างชาติถือหุ้นร้อยละ 49 ขณะที่ผู้ถือหุ้นชาวไทยร้อยละ 51 อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นผู้ถือหุ้นแทน (นอมินี) หรือไม่ เนื่องจากจากข้อมูลเบื้องต้นพบว่าไม่มีศักยภาพทางการเงินเพียงพอที่จะร่วมลงทุนในกิจการขนาดใหญ่ จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเส้นทางการเงิน แหล่งที่มาของเงินลงทุน และความเชื่อมโยงของผู้ถือหุ้นทั้งหมด
ส่วนโรงแรมอีกแห่ง พบว่ามีการเปิดขายห้องพักผ่านระบบจองออนไลน์อย่างชัดเจน แม้จะไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวยุโรป สะท้อนถึงการทำตลาดและการดำเนินธุรกิจในลักษณะโรงแรมอย่างเต็มรูปแบบ ขณะที่อีกแห่งพบว่ามีคนไทยเป็นผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ แต่ปล่อยให้ชาวจีนเช่าดำเนินกิจการโรงแรมโดยไม่มีใบอนุญาตเช่นกัน
นายพลพีร์ ยังเปิดเผยอีกว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะ 3 โรงแรม แต่ได้กระจายกำลังตรวจสอบสถานประกอบการในพื้นที่มากกว่า 10 จุด และทุกแห่งที่พบการกระทำผิดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเต็มที่ โดยในกรณีที่ผู้ประกอบการไม่สามารถนำเอกสารหลักฐานมาแสดงได้ครบถ้วน ก็สามารถดำเนินการสั่งปิดกิจการตามอำนาจของกฎหมายได้ พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้บูรณาการความร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงพาณิชย์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรมที่ดิน และกรมการปกครอง ขยายผลตรวจสอบเครือข่ายนอมินี เส้นทางการเงิน และการถือครองทรัพย์สินของกลุ่มทุนต่างชาติทั่วประเทศ หลังพบรูปแบบการหลีกเลี่ยงกฎหมายมีความซับซ้อนมากขึ้น ทั้งการแบ่งสัดส่วนการถือหุ้นผ่านหลายบริษัท หรือใช้บุคคลไทยถือหุ้นแทนเพื่อปกปิดผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง
นอกจากนี้ มท.2 ยกตัวอย่างการดำเนินคดีในจังหวัดชลบุรี ซึ่งพบเครือข่ายสำนักงานกฎหมายช่วยจัดตั้งบริษัทให้ชาวต่างชาติถือครองที่ดินผ่านนอมินี และมีความเชื่อมโยงไปยังหลายจังหวัด รวมถึงจังหวัดเชียงใหม่ โดยระบุว่าหลังเสร็จสิ้นภารกิจในพื้นที่ภาคใต้ จะขยายปฏิบัติการไปยังภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และกรุงเทพมหานคร ตามแผนที่วางไว้
โดยย้ำว่า รัฐบาลไม่ได้ต่อต้านการลงทุนจากต่างชาติ แต่สนับสนุนการลงทุนที่ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนที่สุจริต และคุ้มครองผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง เสียภาษี และปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย พร้อมยืนยัน เดินหน้าปราบปรามธุรกิจนอมินีและทุนต่างชาติผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันและรักษาผลประโยชน์ของประเทศในระยะยาว


