ศูนย์ข่าวภูเก็ต – ภูเก็ตตรวจเข้มโรงแรมเปิดไม่มีใบอนุญาต ผู้ว่าฯ นำทีมสนธิกำลังฝ่ายปกครอง พาณิชย์จังหวัด และตำรวจ ตรวจเข้มการประกอบธุรกิจโรงแรมผิดกฎหมาย พบ 3 แห่งไม่มีใบอนุญาต พร้อมขยายผลตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น
วันนี้ ( 23 ก.ค.69) นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นำกำลังฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต สนธิกำลังร่วมกับ พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต นำโดย นางสาววรนิษฐ์ อภิรัฐจิรวงษ์ พ.ต.อ.เอกลักษณ์ บุญแสงเจริญ ผู้กำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และ พ.ต.อ.เอกรัตน์ พลายด้วง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการที่เข้าข่ายลักลอบประกอบกิจการโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ในพื้นที่อำเภอถลาง และอำเภอเมืองภูเก็ต ตามนโยบายจัดระเบียบสังคมและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
โดยการตรวจสอบครั้งนี้อยู่ภายใต้การตรวจสอบการใช้คนไทยเป็นผู้ถือหุ้นแทน หรือนอมินี เพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงกฎหมาย สร้างความเป็นธรรมในการประกอบธุรกิจ และคุ้มครองระบบเศรษฐกิจของประเทศ
เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน เพื่อตรวจสอบว่าการประกอบกิจการโรงแรมเป็นไปตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ พร้อมทั้งตรวจสอบโครงสร้างการถือหุ้น ความเชื่อมโยงของนิติบุคคล และผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง เพื่อประกอบการพิจารณาตามกฎหมาย
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบลักษณะการถือหุ้นที่มีความเชื่อมโยงกันหลายชั้น มีการถือหุ้นไขว้ระหว่างนิติบุคคลหลายแห่ง และมีบุคคลรายเดียวกันถือหุ้นในหลายบริษัท ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงินและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ผลการตรวจสอบพบสถานประกอบการเข้าข่ายกระทำความผิดรวม 3 แห่ง แบ่งเป็น อำเภอถลาง 2 แห่ง และอำเภอเมืองภูเก็ต 1 แห่ง โดยพบว่ามีการประกอบกิจการโรงแรมโดยไม่มีใบอนุญาต อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ตและฝ่ายปกครองอำเภอจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการ กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบยังพบว่าทั้ง 3 แห่งมีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น จึงจำเป็นต้องสืบสวนสอบสวนขยายผลในประเด็นการใช้คนไทยเป็นผู้ถือหุ้นแทน การตรวจสอบสัดส่วนการถือหุ้น ตลอดจนผู้มีอำนาจควบคุมกิจการและผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกระบวนการกฎหมาย หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด
นายโชตินรินทร์ กล่าวว่า การบังคับใช้กฎหมายครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต แต่จะช่วยสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน เนื่องจากผู้ประกอบการที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายต้องปฏิบัติตามมาตรฐานและข้อกำหนดของภาครัฐ ขณะที่ผู้ประกอบการที่ลักลอบประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต หรือมีการใช้โครงสร้างการถือหุ้นอำพราง อาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน ซึ่งจังหวัดภูเก็ตจะดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน นักลงทุน และนักท่องเที่ยว


