ศูนย์ข่าวภูเก็ต –คลายปมบ้าน 5 หลัง บ้านคอเอน ภูเก็ต หลังเจ้าของบ้านยื่นหลักฐานใหม่ ล่าสุดคณะกรรมการพิจารณาหลักฐานใหม่ พบ 2 หลังเข้าเกณฑ์อนุญาตก่อน อีก 3 หลังต้องรื้อที่ต่อเติม ย้ำสิ่งปลูกสร้างผิดกฎหมายแต่ได้รับการคุ้มครองจาก คสช.
จากกรณีที่ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต ได้รับคำร้องจากประชาชนเจ้าของบ้านทั้ง 5 หลัง ซึ่งปลูกสร้างอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลอันดามัน พื้นที่บ้านคอเอน ขอให้พิจารณาคำสั่งใหม่ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 โดยเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 คณะกรรมการพิจารณามีมติรับหลักฐานใหม่ของบ้านทั้ง 5 หลังไว้พิจารณา พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาตามหลักเกณฑ์ ระเบียบ และข้อกฎหมาย เพื่อให้เกิดความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทนายความผู้รับมอบอำนาจ จาก นายนัฏสุวัจ จินดา เจ้าของที่ดินด้านบนซึ่งระบุว่าได้รับผลกระทบโดยตรง ได้ยื่นหนังสือต่อ นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, นายอดูลย์ ระลึกมูล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต และผู้แทนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต ขอให้ทบทวนมติรับคำร้องพิจารณาใหม่ของบ้านทั้ง 5 หลัง โดยเห็นว่าการดำเนินการอาจกระทบต่อสิทธิของเจ้าของที่ดินที่อยู่ด้านบน
ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 จังหวัดภูเก็ตได้ประชุมคณะกรรมการพิจารณาหลักฐานใหม่ของบ้านทั้ง 5 หลัง โดยมี นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธาน พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
นายรอมดอนกล่าวภายหลังการประชุมว่า การนำเรื่องกลับมาพิจารณาใหม่เป็นไปตามคำร้องของประชาชนที่นำหลักฐานใหม่มายื่นเพิ่มเติม อีกทั้งกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือผ่านคณะกรรมาธิการให้พิจารณาเรื่องดังกล่าวใหม่
สำหรับหลักฐานใหม่ที่ยื่นประกอบการพิจารณามี 2 ส่วน ได้แก่ ภาพถ่ายทางอากาศ ที่ได้รับจากหน่วยงานทหาร และ หนังสือรับรองการอยู่อาศัยก่อนปี 2537 หรือหลักฐานแสดงวิถีชีวิตชุมชนจากสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่
จากการตรวจสอบพบว่า บ้านทั้ง 5 หลังเข้าเกณฑ์ตามหลักฐานที่กำหนดทั้งหมด แต่เมื่อพิจารณารายละเอียด พบว่า 2 หลังแรกไม่มีการก่อสร้างหรือดัดแปลงเพิ่มเติมจากที่เคยยื่นขออนุญาตไว้เมื่อปี 2560 จึงสามารถเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอนุญาตได้ก่อน
ส่วน อีก 3 หลัง ตรวจพบว่ามีการต่อเติมอาคารเพิ่มเติมจากสภาพที่เคยยื่นขออนุญาตไว้เมื่อปี 2560 จึงต้องดำเนินการรื้อถอนส่วนที่ก่อสร้างเพิ่มเติมให้แล้วเสร็จก่อน จึงจะสามารถเข้าสู่การพิจารณาอนุญาตตามขั้นตอนต่อไปได้
นายรอมดอนย้ำว่า ต้องทำความเข้าใจว่า บ้านทั้ง 5 หลังเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากเป็นการก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ แต่ได้รับการคุ้มครองตามระเบียบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ออกเมื่อปี 2560 ทำให้สามารถเข้าสู่กระบวนการขออนุญาตให้อยู่ต่อได้ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม หากได้รับอนุญาตแล้ว เจ้าของบ้านจะ ไม่สามารถก่อสร้างหรือต่อเติมเพิ่มเติมจากสภาพที่ได้รับอนุญาตได้อีก และในส่วนของบ้านที่มีการต่อเติมเกินจากเดิม เจ้าของจะต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างส่วนดังกล่าวออกทั้งหมด ก่อนเข้าสู่การพิจารณาอนุญาต
รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตกล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้จังหวัดจะเร่งสร้างความเข้าใจกับเจ้าของที่ดินด้านบนและประชาชนในพื้นที่ว่า การก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่กรณีบ้านทั้ง 5 หลังได้รับการพิจารณาภายใต้ระเบียบเฉพาะที่ คสช. กำหนดไว้เมื่อปี 2560 ซึ่งยังมีผลบังคับใช้ ขณะที่ส่วนที่มีการต่อเติมผิดเงื่อนไข เจ้าของบ้านยังคงต้องรื้อถอนออกตามกฎหมายก่อน จึงจะได้รับการพิจารณาในขั้นตอนต่อไป


