ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ผู้ประกอบการสถานบันเทิงเมืองภูเก็ต รวมตัวยื่นหนังสือถึงจังหวัดภูเก็ต ขอขยายพื้นที่ “โซนนิ่ง” ให้ครอบคลุมมากขึ้น เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง ลดความกังวล และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว
เมื่อเวลา 16.30 น.วันนี้ ( 22 ก.ค.) ที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายสุลัยมารฑ์ แก้วงามดี ประธานชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงเมืองภูเก็ต พร้อมด้วยประกอบการ ได้เข้ายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ขอให้ดำเนินการจัดโซนนิ่งให้แก่ผู้ประกอบการสถานบันเทิงเมืองภูเก็ต โดยมีนายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รับหนังสือและพบปะพูดคุยกับทางผู้ประกอบการสถานบันเทิง ที่มายื่นหนังสือในครั้งนี้
นายสุลัยมารฑ์ กล่าวถึงยื่นหนังสือในครั้งนี้ ว่า สืบเนื่องมาจากกระทรวงมหาดไทยได้ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้สะท้อนปัญหา และพบปัญหาของผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็นปัญหาเดียวกัน คือ เรื่องข้อจำกัดในการจัดตั้งสถานบันเทิงเนื่องจากอยู่นอกเขตโซนนิ่งที่กำหนด ทางชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงเมืองภูเก็ต จึงเดินทางมายื่นหนังสือเพื่อแจ้งให้ทางจังหวัดทราบว่า ทางผู้ประกอบการมีความพร้อมที่จะเข้าสู่ระบบ และขอให้ทางจังหวัดพิจารณาประกาศเขตโซนนิ่งเพิ่มเติมเพื่อให้ครอบคลุม และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องและประกอบอาชีพได้อย่างสบายใจ
สำหรับในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต มีการจัดโซนนิ่งแล้วในบางพื้นที่อำเภอเมืองภูเก็ตและอำเภอกะทู้ แต่เนื่องจากในปัจจุบันผู้ประกอบการมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว เนื่องจากภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวทั้งเกาะ วันนี้ จึงมายื่นหนังสือเพื่อแจ้งให้ทางจังหวัดทราบว่า ผู้ประกอบการทั้งในชมรมและนอกชมรมมีความประสงค์จะต้องการเข้ามาอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายอย่างถูกต้อง โดยขอให้ทางจังหวัดประกาศเขตโซนนิ่ง เพื่อให้พวกเราได้เข้าไปอยู่ในเขตโซนนิ่ง และสามารถดำเนินการขอใบอนุญาตประกอบกิจการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายต่อไป เพราะภูเก็ตต้องขับเคลื่อนเศรษฐกิจ มีการจ้างงาน มีการซื้อสินค้ามาใช้ในร้าน ปัจจุบันเฉพาะในพื้นที่เมืองภูเก็ตมีการจ้างงานในการสถานประกอบการที่อยู่ในชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงเมืองภูเก็ตมากกว่า 5,000 คน
นายสุลัยมารฑ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการกำหนดจุดโซนนิ่งนั้นในส่วนของอำเภอถลาง อาจจะเป็นไปตามที่จังหวัดกำหนดจุดไว้ แต่ในส่วนของอำเภอเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความหนาแน่น จึงอยากหารือกับทางจังหวัดว่าให้ทางจังหวัดกำหนดจุดได้หรือไม่ว่าจุดใหนที่ไม่ควรมีสถานบันเทิง ถ้าเป็นแบบนี้จะง่ายกว่าที่จะกำหนดว่าจุดใหนสามารถจัดตั้งสถานบันเทิงได้ แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของทางผู้ประกอบการก็พร้อมที่ปฏิบัติตามระเบียบ ถ้าจังหวัดบอกว่าจุดนี้ตั้งไม่ได้ ทางผู้ประกอบการก็ต้องมีการพูดคุยกันเพื่อที่จะย้ายไปอยู่ในจุดที่ตั้งได้ ซึ่งเราพร้อมที่จะดำเนินการภายใต้กฎหมายกำหนด และ ทางผู้ประกอบการก็ต้องขอบคุณทางจังหวัดและรัฐบาลที่เห็นถึงปัญหาของผู้ประกอบการ วันนี้เราพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการในการแก้ปัญหาและอยู่ภายใต้กฎหมายที่กำหนด
ปัจุบัน ในพื้นที่ตัวอำเภอเมืองภูเก็ต มีการประกาศให้เป็นพื้นที่โซนนิ่งเพียงไม่กี่จุดเท่านั้น ทุกวันนี้ผู้ประกอบการอยู่กันด้วยความหวาดผวา ไม่รู้เมื่อไหร่จะถูกปิด ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เปิด อยู่กันอย่างไม่มีความสุขจึงมาขอให้ทางจังหวัดช่วยในเรื่องของการเพิ่มเขตโซนนิ่งให้กับผู้ประกอบการสถานบันเทิงเพื่อให้ทุกคนสามารถประกอบอาชีพได้อย่างถูกกฎหมาย และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยว
ขณะที่นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดได้รับข้อเสนอจากชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิงเมืองภูเก็ต ในประเด็นการพิจารณาเพิ่มเติมพื้นที่โซนนิ่ง เพื่อให้สถานประกอบการสถานบริการสามารถดำเนินกิจการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด ซึ่งเรื่องดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของ นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รวมถึงแนวทางของ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ให้ความสำคัญกับการรับฟังข้อเสนอและการปรับปรุงพื้นที่โซนนิ่งให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน
ทั้งนี้ จังหวัดภูเก็ตจะดำเนินการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาแนวทางดังกล่าว โดยต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกรอบของกฎหมาย ก่อนเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามขั้นตอน
“เมื่อจังหวัดพิจารณาเห็นชอบในหลักการแล้ว จะส่งเรื่องให้อำเภอดำเนินการจัดทำประชาคมและประชาพิจารณ์กับประชาชนในพื้นที่โดยรอบ ซึ่งการพิจารณาจะไม่ได้จำกัดเฉพาะพื้นที่อำเภอเมืองภูเก็ต แต่จะพิจารณาภาพรวมทั้ง 3 อำเภอ เพื่อดูความเหมาะสมของพื้นที่ที่สามารถกำหนดเป็นโซนนิ่งเพิ่มเติมได้” นายรอมดอน กล่าว
อย่างไรก็ตาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ย้ำว่า การพิจารณาจัดโซนนิ่งจะต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรมอันดีของประชาชน รวมถึงต้องไม่อยู่ในบริเวณที่มีข้อจำกัด เช่น พื้นที่ใกล้สถานศึกษา วัด และศาสนสถานสำคัญ พร้อมทั้งต้องพิจารณาถึงความสามารถในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการภายใต้ข้อกฎหมายที่กำหนด เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการรักษาความเป็นระเบียบของสังคม
“จังหวัดขอรับเรื่องไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยจะพิจารณาอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อจังหวัดภูเก็ตและประชาชนโดยรวม” รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าว


